วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2561

วิธีประหยัดน้ำง่าย ๆ ที่ใช้ได้ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน

จำนวนผู้เข้าชม my widget for counting

ใส่ใจเรื่องการประหยัดน้ำตั้งแต่ตอนตื่นนอน
ขึ้นชื่อว่าห้องน้ำ ไม่บอกก็คงรู้ว่าห้องนี้เป็นห้องที่ต้องเกี่ยวข้องกับการใช้น้ำมากที่สุดในบ้าน วิธีประหยัดน้ำที่ทำได้ตั้งแต่คุณตื่นนอนและลุกขึ้นมาอาบน้ำคือ 
  • ไม่เปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้ ขณะกำลังแปรงฟัน หรือโกนหนวด แต่ควรใช้แก้วน้ำหรือขันรองน้ำไว้แทน
  • ใช้เวลาอาบน้ำให้น้อยลงต่ำกว่า 5 นาทีได้ยิ่งดี เพราะการอาบน้ำด้วยฝักบัวต้องใช้น้ำประมาณ 7 ถึง 10 ลิตรต่อ 1 นาที 
  • ปิดฝักบัวทุกครั้งขณะถูสบู่หรือใช้แชมพูสระผม แค่เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ช่วยเราประหยัดน้ำได้เหมือนกัน
  • ไม่กดชักโครกบ่อยเกินไป โดยเฉลี่ยการกดชักโครกแต่ละครั้งใช้ปริมาณน้ำถึง 7 ลิตร
อยู่ที่ทำงานก็ประหยัดได้
ถ้าพูดถึงการใช้ห้องครัวมักจะหนีไม่พ้นการล้างถ้วยชาม และทำความสะอาดวัตถุดิบก่อนการประกอบอาหาร แต่ไม่ว่าจะเป็นครัวที่บ้านหรือครัวเล็กๆในออฟฟิศ เทคนิคประหยัดน้ำต่อไปนี้ก็สามารถนำใช้ได้เหมือนกัน
  • ติดตั้งหัวก๊อกน้ำแบบประหยัดน้ำ หรือไหลเอื่อย (Low-flow) เพื่อลดปริมาณการไหลของน้ำให้ลดลง
  • ไม่ควรเปิดน้ำทิ้งไว้ขณะล้างจานถ้าไม่จำเป็น ยกเว้นการล้างคราบอาหารที่ล้างออกยากจริงๆ  ถ้าเป็นไปได้ให้รองน้ำไว้ในภาชนะแล้วค่อยนำจานไปล้างในนั้นวิธีนี้จะทำให้เราประหยัดน้ำได้มากกว่า
  • ให้หาภาชนะมารองน้ำทุกครั้งในการล้างผักหรือผลไม้ ไม่ควรล้างจากก๊อกน้ำโดยตรงเพราะจะเปลืองน้ำมากกว่า และน้ำที่เหลือยังสามารถเก็บไว้ใช้ล้างจานได้อีก
  • อย่าใช้น้ำยาล้างจานมากเกินไป เพราะยิ่งน้ำยาล้างจานมีความเข้มข้นมาก เรายิ่งต้องใช้ปริมาณน้ำมากขึ้นในการล้างจานให้สะอาดหมดจด
  • อย่าเปิดน้ำล้างเพื่อละลายอาหารแช่แข็ง
กลับบ้านมาก็ยังประหยัดได้อีก
แม้จะหมดวันแล้ว แต่ภารกิจในการประหยัดน้ำของคุณยังไม่จบ มาต่อกันด้วยวิธีประหยัดน้ำที่คุณทำได้ในช่วงเย็นกันบ้าง  
  • เปลี่ยนช่วงเวลาการรดน้ำต้นไม้ตอนเช้ามาเป็นช่วงเย็นที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าซึ่งจะทำให้ไม่ระเหยเร็วเกินไป
  • ใช้ฝักบัวรดน้ำแทนสายยางฉีด 
  • หากใช้เครื่องซักผ้า ให้ซักผ้าครั้งละมากๆ ในคราวเดียวกัน เพราะหากคุณซักผ้าเพียงไม่กี่ชิ้นเครื่องซักผ้าก็จะใช้ปริมาณน้ำที่เท่ากันในแต่ละครั้งอยู่ดี 
นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำในกิจกรรมประจำวัน ตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านในตอนเช้า ขณะอยู่ที่ทำงานตอนกลางวัน จนกลับมาบ้านในตอนเย็นแล้ว การหมั่นตรวจสอบรอยรั่วของท่อประปาหรือก๊อกน้ำอยู่เสมอก็มีความจำเป็นไม่แพ้กัน ถ้าเราเปลี่ยนวิธีคิดและนึกถึงผลของการกระทำก่อนการใช้น้ำในทุกๆ ครั้ง เราก็จะผ่านวิกฤตภัยแล้งในครั้งนี้ไปได้


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1169 วันที่ 2 - 8 มีนาคม 2561)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support