วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561

พิมพ์เขียวปฏิรูปสื่อ ฉบับ “ประยุทธ์” อย่าเป็นเพียงแม่ปูสอนลูกปู

จำนวนผู้เข้าชม IP Address

ต้องเรียกว่า เป็นคณะปฏิรูปสื่อชุดที่ใกล้ชิดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มากที่สุด เพราะเป็นการทำงานภายใต้ร่มเงาของฝ่ายบริหาร ไม่ใช่ฝ่ายนิติบัญญัติ เช่น สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)  และ สภาขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศ และยังมีนายจิรชัย มูลทองโร่ย อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

 ดังนั้นทิศทางการปฏิรูปสื่อ จึงเป็นไปตามความต้องการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งก่อนหน้านี้อาจเป็นเพียงการส่งสัญญาณ ผ่านคณะกรรมาธิการสื่อ โดยเฉพาะในยุค สปท.ที่กรรมาธิการหลายคน เป็นสายตรง ที่ต้องฟังคำสั่งนายกฯ

แผนปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ได้ประกาศเป็นแผนล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ อาจกลืนหายไปท่ามกลางกระแสข่าวร้อนๆ หลายเรื่อง อีกทั้งมีรายละเอียดมาก ที่ยังต้องศึกษา วิเคราะห์ให้ละเอียด ลึกซึ้ง ก่อนจะสรุปได้ว่า ทิศทางและอนาคตของสื่อทั้งระบบจากนี้ จะเป็นอย่างไร

แต่เรื่องสำคัญที่สุด คือการกำกับดูแลสื่อ โดยผ่านกลไกทางกฎหมาย หลังจากสรุปบทเรียนกันมาแล้วว่า การกำกับดูแลด้วยมาตรการทางสังคมนั้น ไม่ทันใจ และล้มเหลวในความรู้สึกของคนในสังคม

สุดท้ายคือต้องมีกฎหมาย ส่วนจะมีโครงสร้างอย่างไร มีขอบเขตอำนาจมากน้อยเพียงใด ต้องพิเคราะห์จาก ข้อเสนอ ดังนี้

คณะกรรมการ ได้ร่างเหตุผลและความจำเป็นในการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่ ซึ่งแต่เดิมเป็นการเขียนร่างหลักการและเหตุผลของ “จอกอ”  มีการเขียนใหม่โดยอ้างมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งบัญญัติให้บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร หรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ

เสรีภาพดังกล่าวให้ครอบคลุมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนแต่ให้คำนึงถึงวัตถุประสงค์และภารกิจของหน่วยงานที่ตนสังกัดอยู่ด้วย เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและส่งเสริมมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมีองค์กรที่จะทาหน้าที่ดังกล่าวตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ จึงจาเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มุ่งเน้นการพัฒนาระบบการกำกับดูแลกันเองของสื่อมวลชนวิชาชีพในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยยังคงรักษาหลักการกำกับดูแลกันเองของสื่อมวลชนโดยองค์กร     เข้าเป็นสมาชิกขององค์กรวิชาชีพใด

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มมาตรการในการกากับดูแลกันเองให้เข้มข้นขึ้น โดยให้องค์กรสื่อมวลชนทุกแขนงแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนด้านจริยธรรมภายในองค์กร (Media Ombudsman) ไม่ว่าองค์กรสื่อมวลชนนั้น จะถูกกากับดูแลโดยตรงจากองค์กรวิชาสื่อที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม

และยังให้เพิ่มมาตรการลงโทษองค์กรสื่อมวลชนที่ไม่ปฏิบัติตามมติขององค์กรวิชาชีพที่สังกัด หรือองค์กรวิชาชีพสื่อที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายแล้วแต่กรณี

ให้มีมาตรการส่งเสริมจริยธรรมและทักษะวิชาชีพผ่านการฝึกอบรมในรูปแบบต่าง ๆ โดยให้สภาวิชาชีพที่จะตั้งขึ้นตามกฎหมาย มีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณในการดาเนินการให้แก่องค์กรวิชาชีพที่ทาหน้าที่ฝึกอบรมในระดับต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมและความตื่นตัวของภาคประชาชนในการกากับดูแลสื่อมวลชน ผ่านการอบรมเรียนรู้เพื่อให้เท่าทันสื่อ

จัดให้มีกลไกในการคุ้มครองผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ปฏิบัติที่ตามกรอบจริยธรรมวิชาชีพจากการถูกแทรกแซงโดยรัฐและกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ

ร่างกฎหมายฉบับใหม่ ยังกำหนดให้มีกลไกการดำเนินงานขององค์กรวิชาชีพสื่อที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเพื่อให้การดาเนินงานการกำกับดูแลกันเองของสื่อมวลชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถส่งเสริมผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน องก์กรสื่อมวลชนและองค์กรวิชาชีพที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่หรือรวมกลุ่มกันในอนาคตทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค หรือจังหวัดที่ประสงค์จะเป็นสมาชิกตามร่างพระราชบัญญัตินี้ให้ได้รับความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและความเป็นอิสระในการนาเสนอข่าวและแสดงความคิดเห็นได้อย่างแท้จริง และมีการประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนโดย

สำหรับคณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชน ประกอบด้วยประธานกรรมการ กรรมการซึ่งสมาชิกคัดเลือกกันเองจากผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งสรรหาจากผู้เชี่ยวชาญด้านนิเทศศาสตร์ ด้านกฎหมาย ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและด้านสิทธิมนุษยชน ด้านละ 1 คนจานวนทั้งสิ้น 9 คน ไม่มีตัวแทนภาครัฐ เหมือนร่างเดิมในสปท.

นี่เรียกว่าเป็นโครงสร้าง หลักการ ของกฎหมายกำกับดูแลสื่อฉบับล่าสุด ของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสื่อ ที่พอยอมรับได้

หลักการดี โครงสร้างดี โดยเฉพาะประเด็นที่ไม่ไปแทรกแซงหลักการ “กำกับดูแลกันเอง”แต่การปฏิบัติให้เป็นไปตามแผน ความรู้ความเข้าใจที่จะบอกว่า คณะกรรมการชุดนี้เป็นของจริงหรือไม่ ต้องฟังความรอบด้าน เพื่อไม่ให้แผนปฏิรูปเป็นเพียงแผนในอุดมคติ ที่ปฏิบัติไม่ได้ เหมือนที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังทำตัวเป็นแม่ปูสอนให้ลูกปูเดินในวันนี้

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1175 วันที่ 20 - 26 เมษายน 2561)

Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support