วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561

เปิดป่าแจ้ห่มปลูกไผ่ คลายกฎแก้ ม.7 ชาวบ้านทำกินได้

จำนวนผู้เข้าชม IP Address

หนุนปลูกไผ่ลำปางแก้ปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร แจ้งข่าวดีรัฐยอมให้ใช้พื้นที่ป่าทำกินได้แต่ต้องรวมกลุ่มอย่างเข้มแข็งและยื่นขออนุญาตให้ถูกต้อง อีกทั้งมีการแก้ไข พ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 7  ให้ปลูกไม้มีค่า ตัด และแปรรูปในพื้นที่กรรมสิทธิ์ได้

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.61 พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ  ลงพื้นที่บ้านไผ่ หมู่ 5 ต.เมืองมาย อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง เพื่อติดตามการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าเพื่อแก้ปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกรในพื้นที่ ต.เมืองมาย อ.แจ้ห่ม  โดยส่งเสริมการปลูกไผ่ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง มีตลาดรองรับ สร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชนได้อย่างดี  โดยมีนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน 

พลเอกสุรศักดิ์  เปิดเผยว่า  จากนโยบายของรัฐบาลได้มอบให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดูแลเรื่องการใช้พื้นที่ให้ถูกกฎหมาย ซึ่งเดิมได้เน้นการศึกษากฎหมายเพื่อจับกุมผู้กระทำผิดในการบุกรุกป่า จึงทำให้เกิดคดีขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการจับไม้ การบุกรุกพื้นที่ป่า และการจับสัตว์ป่า ดังนั้นรัฐบาลหาแนวทางให้อยู่ด้วยกันอย่างสันติ คือ รัฐให้มีป่า ประชาทำกิน ขณะนี้รัฐบาลได้หาแนวทางเพื่อที่จะให้ประชาชนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้มีการเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ซึ่งมีการประชุมเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.61 ที่ผ่านมา โดยมีพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่าหากประชาชนอาศัยอยู่ในที่ดินใดก็ตาม หลัง 30 มิ.ย. 41 แต่มีการอยู่รวมกลุ่มกันมีความเข้มแข็งของชุมชน รัฐบาลยินดีอนุญาตให้อยู่ได้ โดยต้องมีการออกแบบพื้นที่ร่วมกัน แบ่งสัดส่วนพื้นที่ทำกิน และพื้นที่ป่า   ซึ่งในที่ประชุมรับความเห็นชอบในข้อเสนอนี้ ดังนั้น ประชาชนที่ไม่รุกป่าเพิ่มหลังเดือน พ.ค.57  ถ้าอยู่เป็นชุมชนให้ขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย  ขณะนี้อยู่ระหว่างรวมรวบข้อมูลส่งเข้าที่ประชุมให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ  สำหรับ จ.ลำปาง มีประชาชนจำนวนมากที่มีพื้นที่จัดให้อยู่ตามพื้นที่ลุ่มน้ำที่ไม่ได้บุกรุกเพิ่ม  ต้องอาศัยความร่วมมือของท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ให้ช่วยกันสำรวจ เร่งรัด ในการขออนุญาตใช้พื้นที่ผ่านคณะกรรมการระดับจังหวัดขึ้นไป

พลเอกสุรศักดิ์   กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ กำหนดว่าใน 20 ปี ข้างหน้า ประเทศไทยจะมีป่าไม้และพื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่าร้อยละ 55  วันนี้มีป่าสมบูรณ์ 32 เปอร์เซ็นต์ 102.4 ล้านไร่  แต่คงไม่สามารถรักษาไว้ได้ทั้งหมด แต่ก็มีมาตรการที่จะป้องกันมากมาย ทั้งดาวเทียม และแอพพลิเคชั่นพิทักษ์ไพร ต่างๆมากมาย  ส่วนที่สองคือ การจัดการป่าไม้เพื่อการพัฒนาประเทศ เช่น การสร้างอ่างเก็บน้ำ ถนนหนทาง โรงไฟฟ้า โรงพยาบาลที่ใช้พื้นที่ป่า มีข้อตกลงว่าการออกแบบก่อสร้างให้กระทบพื้นที่ป่าน้อยที่สุด  ส่วนที่สามคือ การจัดการป่าไม้เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคม คือการจัดที่ทำกินให้ประชาชนที่ไม่มีที่ทำกินทั่วประเทศอย่างเท่าเทียม อยู่ที่ความเหมาะสมของพื้นที่

นอกจากนี้ รัฐบาลเห็นชอบ พ.ร.บ.ป่าชุมชน  ซึ่งผ่านคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างรอตรวจจากกฤษฎีกาเพื่อเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ  หากมีผลบังคับใช้จะทำให้ประชาชนอยู่ร่วมกับป่าได้ ในพื้นที่เป้าหมาย 21,816 หมู่บ้าน    และอีกเรื่องคือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก้ไขมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.ป่าไม้  พ.ศ.2484  ให้สามารถปลูกไม้มีค่าในที่ดินกรรมสิทธิ์ ตัด และแปรรูปได้  อยู่ระหว่างเตรียมเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี จะทำให้ประชาชนมีโอกาสปลูกไม้เศรษฐกิจและไม้มีค่าในพื้นที่ได้อย่างถูกกฎหมาย  


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า สำหรับที่ จ. ลำปาง นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ได้มีการนำเสนอให้มีการส่งเสริมปลูกไผ่ เนื่องจากลงทุนครั้งเดียวตัดได้หลายปี เป็นการเบิกทางไปก่อน เนื่องจากไผ่มีตลาดรองรับ ปัจจุบันจะต้องคิดเรื่องการตลาดมาก่อนการผลิต เพื่อให้มีตลาดรองรับ  เพราะถ้าแย่งกันปลูกแล้วสุดท้ายผลผลิตขายไม่ออก ทำให้ประสบปัญหาพืชผลราคาตก ซึ่งเกษตรกรมักประสบปัญหานี้มาโดยตลอด จึงคิดว่าไม้ไผ่การปลูกที่ จ.ลำปาง มีความเหมาะสม ซึ่งในอนาคตอาจจะมีการนำพืชเศรษฐกิจที่ดีกว่านี้เข้ามาปลูกเพิ่มเติมอีก  อยู่ที่ชุมชนกับหน่วยงานราชการในพื้นที่จะช่วยกันหารือและหาแนวทางเพื่อส่งเสริมอย่างไรได้บ้าง

พลเอกสุรศักดิ์   กล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อรัฐบาลมีการเปลี่ยนบทบาทจากเดิมที่บงการชี้นำมาเป็นอำนวยสนับสนุน และตกลงร่วมกันว่าประชาชนจะไม่รุกป่าเพิ่มจากนี้ และไม่มีการซื้อ ขาย จำหน่าย โอน เชื่อว่าจะทำให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขมากยิ่งขึ้น  แต่อย่างไรก็ตามหากพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติมหลังจากเดือน พ.ค.57 ก็จะดำเนินการจับกุมตามกฎหมายอย่างเข้มงวดต่อไป

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1184 วันที่ 22 - 28 มิถุนายน 2561) 

Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

12 ทศวรรษ บุญวาทย์วิทยาลัย

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support