วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

องคมนตรีสานงาน ร.9 ตรวจเยี่ยม 2 เขื่อน ใหญ่

จำนวนผู้เข้าชม url and counting visits

องคมนตรีติดตาม โครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  พบมีการก่อสร้างแล้วเสร็จ 97 โครงการ ช่วยพื้นที่การเกษตรได้ถึง 2.6 แสนไร่ และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 4 โครงการ พร้อมเข้าเยี่ยมการบริหารจัดการ 2 เขื่อนใหญ่

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.61 นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ เดินทางไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำแม่พริกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.แม่พริก จ.ลำปาง เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน และเยี่ยมราษฎรรับทราบความเป็นอยู่ ปัญหาอุปสรรคการประกอบอาชีพ และการใช้ประโยชน์จากโครงการ พร้อมกันนี้ได้เป็นประธานการประชุม เพื่อขับเคลื่อนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ จ.ลำปาง ทั้งนี้ เพื่อให้โครงการต่างๆที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานไว้ มีการขับเคลื่อนตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการเพื่อสร้างประโยชน์สุขให้กับราษฎร


สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำแม่พริกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.แม่พริก จ.ลำปาง ซึ่งเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริไว้เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2523 โดยในปี  2554 กรมชลประทานได้ทําการก่อสร้าง อ่างเก็บน้ํา ขนาดความจุ 36 ล้านลูกบาศก์เมตร  ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างระบบส่งน้ํา ซึ่งมีความยาวรวมทั้งสิ้น ประมาณ 30 กิโลเมตร คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2564 เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วจะสามารถส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตร จํานวน 18,000 ไร่ ใน ต.แม่พริก และต.แม่ปุ ครอบคลุมพื้นที่ 9 หมู่บ้าน 1,475 ครัวเรือน รวมถึงการอุปโภค-บริโภคในช่วงหน้าแล้ง นอกจากนี้ยังได้มีการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำมีการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม เกษตรกรสามารถวางแผนและเพาะปลูกได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นทั้งคุณภาพและปริมาณ ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้นมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

จากนั้นในช่วงเวลา 15.00 น. องคมนตรี และคณะฯ ได้เดินทางไปยังสำนักชลประทานที่ 2 เพื่อเป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดลำปาง ซึ่งมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริที่ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ จํานวน  97 โครงการ มีความจุรวม 248 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตร มากกว่า 260,000 ไร่

สําหรับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ยังไม่ได้ดำเนินการก่อสร้าง มีจํานวน 4 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามที่ราษฎรทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา ได้แก่ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่สุยฯ อ.เมืองลําปาง ทรงรับไว้เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2537 แต่เนื่องจากติดปัญหาสภาพพื้นที่ตั้งโครงการฯ จึงยังไม่สามารถดำเนินการได้ และแนวทางในการพิจารณาคือการสำรวจความต้องการของประชาชนใหม่ รวมถึงจุดที่จะก่อสร้างฯ    ,โครงการอ่างเก็บน้ำแม่งาวฯ อ.งาว ทรงรับไว้เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2537 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสำรวจ ออกแบบ วิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดว่าจะก่อสร้างในปี 2564  ,โครงการอ่างเก็บน้ําห้วยแม่เคียนฯ อ.งาว ทรงรับไว้เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2534 ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการขออนุญาตใช้พื้นที่ คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างในปี 2563  และ โครงการอ่างเก็บน้ำแม่บอม(แม่ตุ๋ย) พร้อมอาคารประกอบฯ อ.เมืองปาน ทรงรับไว้เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2552  ขณะนี้อยู่ในขั้นศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และจะเสนอของบประมาณในการก่อสร้างได้ในปี 2562 นี้


ต่อมาวันที่ 5 ก.ค.61 นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ เดินทางไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา อ.เมือง จ.ลำปาง เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา จังหวัดลำปางมีพื้นที่ทั้งสิ้น 12,534 ตารางกิโลเมตร มีแม่น้ำวังซึ่งเป็นลำน้ำสาขาที่สำคัญของแม่เจ้าพระยาไหลผ่าน โดยลุ่มน้ำวังมีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 16 จากจำนวน 25 ลุ่มน้ำในประเทศไทย ในปี 2508 กรมชลประทาน ได้ศึกษาการพัฒนาลุ่มน้ำวังโดยสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำปิดกั้นแม่น้ำวัง รวม 2 แห่ง คือ เขื่อนกิ่วคอหมาในเขตอำเภอแจ้ห่ม และเขื่อนกิ่วลมในเขตอำเภอเมือง เพื่อเก็บน้ำในช่วงฤดูฝนที่มีปริมาณน้ำมากเกินความต้องการ บรรเทาอุทกภัย และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งตลอดจนเพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนในการอุปโภค บริโภคและอุตสาหกรรมของจังหวัดลำปาง และในปี 2511 จึงได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างเขื่อนกิ่วลม แล้วเสร็จสามารถเก็บกักน้ำได้ในปี 2515

นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการก่อสร้างระบบส่งน้ำแล้วเสร็จในปี 2524 แต่เนื่องจากเขื่อนกิ่วลมมีข้อจำกัดในการบริหารจัดการน้ำ กรมชลประทานจึงได้วางแผนพัฒนาโดยจัดทำโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา ขึ้น ในลักษณะเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ เพื่อทำหน้าที่เก็บกักน้ำและมีระบบส่งน้ำด้วยตัวเอง จำนวน 2 เขื่อน อยู่ในลำน้ำเดียวกัน โดยเขื่อนกิ่วคอหมา ตั้งอยู่เหนือเขื่อนกิ่วลมขึ้น 55 กิโลเมตร ทำหน้าที่ส่งน้ำให้พื้นที่เพาะปลูกในเขต อำเภอแจ้ห่ม และเสริมปริมาณน้ำให้เขื่อนกิ่วลมเพื่อขยายพื้นที่ส่งน้ำของระบบส่งน้ำกิ่วลมเดิม ในพื้นที่อำเภอห้างฉัตร อำเภอเกาะคา จึงทำให้การบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้น เมื่อรวมการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบแล้ว ทำให้สามารถส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกในช่วงฤดูฝนประมาณ 120,000 ไร่ และในช่วงฤดูแล้งสามารถส่งน้ำได้ประมาณ 72,000 ไร่ นอกจากนี้ช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำวัง เพื่อการอุตสาหกรรม ผลิตกระแสไฟฟ้า น้ำประปา รวมทั้งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวลำปางอีกด้วย


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1186 วันที่ 6 - 12 กรกฎาคม 2561)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

12 ทศวรรษ บุญวาทย์วิทยาลัย

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support