วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2561

Impeachment กิตติภูมิ ถอดได้ ถอนได้ แต่ขอให้แฟร์ !

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

ารเข้าชื่อกันของ พี่น้องชาวลำปางกลุ่มหนึ่ง เพื่อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว ) พ.ศ.2557 ปลดนายกิตติภูมิ นามวงค์ ออกจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครลำปาง ด้วยเหตุผลความไม่ไว้วางใจอย่างน้อย 2 ประการ ประการหนึ่ง คือการปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนดวงรัตน์ และอีกประการหนึ่ง คือ การที่สภาเทศบาลอนุมัติงบประมาณเกือบ 10 ล้านบาท เพื่อสร้างรถบุษบก 9 คัน ให้วัดนอกเขตเทศบาล

ย่อมเป็นสิทธิของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในเขตเลือกตั้ง ที่ลงคะแนนเสียงเลือกนายกิตติภูมิ นามวงค์ เพราะเมื่อไม่มีความไว้วางใจ การที่นายกิตติภูมิ ยังอยู่ในตำแหน่งต่อไป โดยคาดหมายกันว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นจะทอดยาวไปหลังการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2562 ก็จะเกิดแรงกดดัน ความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้น ระหว่างนายกเทศมนตรี ผู้บริหารเทศบาลฝ่ายนายกิตติภูมิ กับพี่น้องประชาชนชาวลำปาง

นั่นก็เป็นข้อสมมติฐาน กรณีที่คนลำปางที่มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่ไว้วางใจนายกิตติภูมิ และไม่ต้องการให้เขาอยู่ในตำแหน่ง แต่ในทางตรงกันข้าม หากเสียงสนับสนุนไม่มากพอ ที่จะสะท้อนความต้องการของคนลำปางส่วนใหญ่ ไม่ชัดเจนเพียงพอว่าคนลำปางเข้าใจประเด็น เรื่องราวในการขับนายกิตติภูมิ หรือไม่ และหากมองข้าม “เสียงเงียบ” อีกส่วนหนึ่งไม่ว่ามากหรือน้อย ที่ยังสนับสนุนนายกิตติภูมิ หรือเข้าใจว่าประเด็นความขัดแย้งนั้น มาจากการบริหารงานโดยปกติธรรมดา ไม่ได้เกิดจากการทุจริต คอรัปชั่น เช่นนี้ ก็ย่อมไม่เป็นธรรมกับนายกิตติภูมิ นามวงศ์

และหากพิเคราะห์ถึงการใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 นอกจากเรื่องการเมืองท้องถิ่นที่เล็กเกินไป ไม่มีน้ำหนักพอที่จะใช้อำนาจอันควรสงวนไว้ใช้ในกรณีที่จำเป็นจริงๆ กรณีของนายกิตติภูมิ นามวงค์ ก็ไม่ใช่เรื่องทุจริต คอรัปชั่น ที่ต้องฟาดฟันกันให้ตายไปในทันที

“ม้าสีหมอก” ฟันธง ได้เลยว่า นี่มีผลเพียงการสร้างกระแสทางการเมือง ที่จะวูบวาบไปตามสถานการณ์ และไม่มีทางที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะใช้อำนาจปลดนายกิตติภูมิ นามวงค์ เพียงสาเหตุนี้  ยกเว้นว่าจำนวนคนที่เข้าชื่อกันมีปริมาณมากพอที่จะสะท้อนเจตจำนงของคนลำปางส่วนข้างมากในเขตเลือกตั้ง หรือมีเหตุผลที่น่ารับฟังว่า หากนายกิตติภูมิ อยู่ในตำแหน่งต่อไปจะเกิดความเสียหายร้ายแรง ก็ควรเป็นดุลพินิจของนายกิตติภูมิ ที่จะแสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่งเอง ซึ่งก็นับเป็นความสง่างามของนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่ง

แน่นอนว่า ไม่มีปัญหาที่ประชาชนจะเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ เช่นเดียวกับที่คนเชียงใหม่เคลื่อนไหวคัดค้านกรณีป่าแหว่ง ในนามของเครือข่ายทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ แต่ความเคลื่อนไหวนั้น จะมีคำถามทันที หากมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะนั่นย่อมเป็นการต่อสู้ทางการเมือง ที่มีประชาชนเป็นเครื่องมือ มีรอยด่างดำ ในขณะเดียวกันก็สะท้อนถึง ความไม่เคารพ กติกา มารยาท ในการเป็นนักการเมือง ในวิถีประชาธิปไตย คือถึงแม้จะโต้แย้ง คัดค้านกันอย่างไร แต่เมื่อมีมติแล้ว ก็ต้องยอมรับมตินั้น

ที่เล่นของนักการเมืองอยู่ในสภา ไม่ใช่ข้างถนน !

คนลำปางมีสิทธิใช้ วิธีการ Impeachment หรือกล่าวหา กล่าวโทษนักการเมืองท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่กระบวนการถอดถอนออกจากตำแหน่ง  บทบัญญัติรัฐธรรมนูญให้อำนาจการเมืองภาคประชาชน ในการเข้าชื่อกันเพื่อถอดถอนนักการเมืองอยู่แล้ว ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 อีกทั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็สามารถเช่นนี้ได้ นับจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 จนถึงฉบับปัจจุบัน ที่ให้อำนาจไว้ในมาตรา 254 แต่การที่จะนำไปสู่การถอดถอนย่อมขึ้นอยู่กับเหตุผล ข้อเท็จจริง มิใช่ไหลไปตามกระแสการเมือง นอกจากนั้นยังต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติไว้ด้วย ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายที่ว่านั้น

เรื่องไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด เพียงลงชื่อกันแล้วจะ Impeachment ได้ ในโลกนี้ไม่เคยมี

กระบวนการถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ต้องประกอบด้วยเงื่อนไขอย่างน้อย 2 ประการ คือ

ต้องมีการเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอน โดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น มีจำนวนตามที่กฎหมายกำหนดร่วมกันเข้าชื่อร้องขอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อดำเนินการให้มีการลงคะแนนเสียง ถอดถอน ถ้าเป็นการดำเนินการในเขตกรุงเทพมหานคร เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ต้องมีการลงคะแนนเสียงถอดถอน โดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นต้องลงคะแนนเสียงว่าจะถอดถอนหรือไม่ถอดถอน สำคัญที่สุด ต้องมีมูลเหตุที่จะมีการร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นออกจากตำแหน่ง พูดง่ายๆคือต้องเป็นเหตุผลมาจากผลประโยชน์สาธารณะของประชาชน ไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนตัวของนักการเมือง

นักการเมืองคนใดที่อยู่เบื้องหลังปฎิบัติการนี้ และอ่านภาษาไทยออก คงไม่ต้องอธิบายอีกให้ยาวความ

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1195 วันที่ 7 - 13 กันยายน 2561)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

12 ทศวรรษ บุญวาทย์วิทยาลัย

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support