วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ไม่ผิดกฎหมาย แต่ไม่สง่างาม 4 รัฐมนตรีร่วมพลังประชารัฐ

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

น่ายินดีที่ 4 รัฐมนตรี อันประกอบด้วยนายอุตตม สาวนายน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  นายสุวิทย์  เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ประกาศร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ อย่างเปิดเผย ในตำแหน่ง หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และโฆษกพรรค โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำ กปปส.เป็นรองหัวหน้าพรรค

ในทางกฎหมาย ไม่มีข้อห้ามในการที่รัฐมนตรีจะไปสังกัดพรรคการเมือง และรัฐมนตรีในหลายรัฐบาลที่ผ่านมา ก็ยังดำรงตำแหน่งทางการเมือง จนถึงวาระที่จะมีการแต่งตั้งรัฐมนตรีชุดใหม่ แต่คำถามคือ รัฐมนตรีทั้ง 4 ท่าน ซึ่งชัดเจนว่า จะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป จะมีความสง่างามหรือไม่

ไม่ว่าจะยืนยันว่า จะไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ทางการเมืองไปหาเสียง หรือจะไม่ใช้เวลาราชการไปทำงานการเมือง หรือจะลาออกในที่สุดเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม ก็ล้วนเป็นข้ออ้าง ที่ฟังไม่ขึ้น วิญญูชนก็ย่อมรู้ดีว่า การที่ยังครองอำนาจอยู่ ย่อมเป็นการได้เปรียบคู่แข่งทางการเมือง และนับเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนที่ชัดเจน

คนเหล่านี้ ล้วนเป็นคนใกล้ชิด เป็นสายตรงของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์  รองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งวันนี้ คือ กำลังสนับสนุนสำคัญของพรรคพลังประชารัฐ  ที่มีกระแสข่าวว่า เป็นพรรคที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเข้าร่วมในตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพรรค

พรรคพลังประชารัฐร่วม ร่วมก่อตั้งโดยพันเอกสุชาติ จันทรโชติกุล อดีต ส.ส.สงขลา พรรคความหวังใหม่ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 12 นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่น 23 เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

สำหรับนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค  เป็นนักวิชาการ เคยเป็นที่ปรึกษานายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  เคยเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เคยเป็นนายกสภามหาวิทยาลัย

ก็ไม่แตกต่างไปจากคนอื่นๆ ที่คล้ายเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่ต้องแสดงราคา การเป็นพรรคการเมือง “น้ำดี” ที่จะมาไล่ “น้ำเสีย” และมองการเมืองเดิม เป็นความเลวร้าย แต่ที่สุดก็จบลงไม่แตกต่างกัน เช่น พรรคนำไทยของนายอำนวย วีรวรรณ พรรคพลังธรรม ของพลตรีจำลอง ศรีเมือง

นายอุตตม กล่าวภายหลังได้รับการเลือกเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

“ด้วยเหตุนี้พรรคพลังประชารัฐ จึงจะเกิดขึ้นด้วยอุดมการณ์ ที่จะรวมพลังของประชาชนเข้ามาช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวข้ามอุปสรรคปัญหาที่ทำให้ประเทศไทยชะงักมาเป็นเวลานาน จากการเมืองแบบเดิมๆ ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งมากว่าทศวรรษ นับว่าเป็นทศวรรษของการสูญเสียแทบในทุกมิติ..”

แนวคิดเช่นนี้ไม่ได้ต่างไปจากนักวิชาการหลายคน ที่มาเล่นการเมือง สำคัญผิดว่า การเมืองเป็นเรื่องอุดมคติ สำคัญผิดว่าความรู้เรื่องวิชาการจะแก้ปัญหาบ้านเมืองได้ ซึ่งพรรคการเมืองลักษณะนี้ไม่เคยประสบความสำเร็จเลย นอกจากตั้งขึ้น และดับไปในเวลาอันรวดเร็ว

พรรคพลังประชารัฐ อาจมีบทบาทสำคัญในอนาคตการเมืองระยะสั้น หากผลักดันให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สืบทอดอำนาจต่อไปได้สำเร็จ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในการร่วมเป็นพันธมิตรระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ แต่การเปิดตัวยืนบนเวทีการเมืองวันนี้ในขณะที่ยังมีสถานะการเป็นรัฐมนตรีอยู่ ย่อมไม่มีความสง่างามอย่างแน่นอน


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1199 วันที่ 5 - 11 ตุลาคม 2561 )
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

รวมพลังราชการไทย

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support