วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ประชามติลำปางก.พ. 62 เพื่อไทยคานพลังประชารัฐ

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

แรงขึ้นเป็นลำดับสำหรับพรรคพลังประชารัฐ เมื่อกลุ่มสามมิตรนำอดีตส.ส.เกรดเอ ราว 60 คน เข้าซบอกพรรคการเมืองที่ค่อนข้างชัดเจนว่า จะเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี สำหรับลำปาง มีเพียงกระแสข่าวว่านักการเมืองบางคนจะไปร่วมหอลงโรงกับพรรคประชารัฐด้วย ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็เรียกว่าพื้นที่นี้อาจเป็นอีกสมรภูมิรบระหว่างพลังประชารัฐ และเพื่อไทย ที่มีเป้าหมายและทางเดินตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง

ก่อนหน้านี้คาดการณ์กันว่า หากการเลือกตั้งมีขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 จริง พรรคการเมืองที่มีโอกาสมากที่สุด คือพรรคเพื่อไทย ด้วยฐานเสียงที่แน่นหนา ประกอบกับคุณสมบัติของผู้สมัคร ซึ่งสืบทอดกันมาจากนักการเมืองรุ่นเก่าที่ยังคงครองใจคนลำปางเหนียวแน่น  โอกาสที่พรรคการเมืองอื่นจะเบียดแทรกเข้ามาน้อยอย่างยิ่ง

แม้ก่อนหน้าการเลือกตั้งปี 2544 จะมีหลายพรรคสลับกันมาเป็นผู้แทนคนลำปาง แต่นับจากนั้น พรรคไทยรักไทยครองที่นั่งอย่างเบ็ดเสร็จ จนกระทั่งเลือกตั้งปี 2550 ไทยรักไทย ซึ่งเปลี่ยนมาเป็นพลังประชาชน และสุดท้ายกลายมาเป็นเพื่อไทย ก็ยังรักษาเก้าอี้ไว้ได้ทั้งหมด

เลือกตั้งครั้งนี้  พรรคเพื่อไทย ก็คล้ายกับจะเดินตามรอยพรรคที่เป็นสารตั้งต้น คือพรรคไทยรักไทย และพลังประชาชน คือถูกยุบพรรค อันเนื่องมาจากการที่ฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ แจ้งความเอาผิด 8 แกนนำพรรค ปลุกปั่น มั่วสุม เกิน 5 คน ระหว่างการแถลงข่าว “4 ปีที่ล้มเหลวของรัฐบาล คสช.” เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ถ้าพิเคราะห์ด้วยหลักกฎหมาย การปลุกปั่นมั่วสุม ที่ทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองนั้น ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะนำไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทยได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจหลังการเลือกตั้ง หากเป็นฝ่ายตรงข้ามกับพรรคเพื่อไทย ก็มีความเป็นไปได้ ที่พรรคเพื่อไทยจะถูกวิชามาร ยุบเป็นครั้งที่ 3

ว่ากันว่า พรรคเพื่อไทย แตกสาขาออกไปหลายพรรค มีพรรคเพื่อธรรมที่มีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรค พรรคไทยรักษาชาติ ที่มีร้อยโทปรีชาพล พงษ์พานิช เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งดูจะแนบแน่นมากกว่าพรรคเพื่อธรรม ในขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทยก็ปรับกระบวนการเพื่อตั้งรับสถานการณ์ที่อาจพลิกผันด้วย

ในการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมเลือกพล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งสถานะเป็นหัวหน้าพรรคไม่ได้แตกต่างไปจากนายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคคนก่อนหน้านี้ คือเป็นหมายเลข 1 ของพรรคจริง แต่ผู้มีอำนาจตัวจริง และจะเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น 1 ใน 3 ในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี อาจเป็นบุคคลอื่น

การเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย กลับไม่ได้อยู่ที่หัวหน้าพรรค แต่อยู่ที่ตำแหน่งที่เปิดขึ้นใหม่ คือ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ซึ่งน่าจะเป็นชื่อที่ได้รับการเสนอเป็นแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีด้วย

ผิดจากเครือญาติของนายทักษิณ ชินวัตร แล้ว คงมีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ เพียงคนเดียว ที่ใกล้ชิดนายทักษิณ ชินวัตร มากที่สุด และได้รับความไว้วางใจมากที่สุด ในฐานะที่ร่วมฟันฝ่าทางการเมืองร่วมกันมาตั้งแต่ยังสังกัดพรรคพลังธรรม

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ เป็น ส.ส.ครั้งแรกในนามพรรคพลังธรรม ยุคพล.ต.จำลอง ศรีเมือง  เมื่อการเลือกตั้งวันที่ 22 มีนาคม 2535 หลังเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ยุติบทบาททางการเมือง พรรคพลังธรรมเปลี่ยนหัวหน้าพรรคหลายคน ตั้งแต่ พล.ร.อ.ศิริ ศิริรังษี นายบุญชู โรจนเสถียร นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ จนถึงนายทักษิณ ชินวัตร  ในยุคแรกที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรค แต่ไม่ได้ลงเลือกตั้ง พรรคพลังธรรมตกต่ำที่สุด การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2539 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ เป็นส.ส.คนเดียวของพรรคทีได้รับการเลือกตั้ง

ความเป็นสุดารัตน์ ที่สะท้อนตัวตนของทักษิณ ชินวัตร ทำให้พรรคเพื่อไทย หรืออย่างน้อยเครือข่ายพรรคเพื่อไทย ยังคงมีความเหนือชั้นกว่าพรรคอื่นๆในภาคเหนือตอนบน รวมทั้งจังหวัดลำปาง แต่ก็ยังคงประมาทไม่ได้สำหรับพรรคพลังประชารัฐ


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1206 วันที่ 23 - 29 พฤศจิกายน 2561)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support