วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2562

เปิดปม ลานนาโพสต์ ชนะคดีทายาทโรงแรมทิพย์ช้าง




จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

ห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืน ให้ยกฟ้องหนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ กรณีนางสาวอมลยา เจนตวนิชย์   ทายาทโรงแรมทิพย์ช้าง  ฟ้องหมิ่นประมาท คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากที่ศาลจังหวัดลำปางพิพากษายกฟ้องมาแล้ว  ด้วยเหตุผลว่าหนังสือพิมพ์เสนอข่าวไปตามความเป็นจริง ไม่ได้ใช้อารมณ์ความรู้สึก

คนทำสื่อกับการถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาทเป็นเรื่องปกติ “ม้าสีหมอก” เป็นทนายมาแล้ว 32 ปี เกี่ยวข้องกับคดีหมิ่นประมาทมานับร้อยคดี อีกทั้งอยู่ในแวดวงสื่อมวลชนมา 40 ปี ครั้งใดที่มีโอกาสพูดคุยสนทนา กับเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการสื่อ จะต้องบอกเสมอว่า เป็นนักข่าวจะต้องไม่กลัวถูกฟ้อง

เพราะหากนักข่าวกลัวถูกฟ้อง โดยไม่กล้าเสนอความจริงอย่างชัดเจน ตรงไปตรงมา โดยเฉพาะเรื่องราวที่ส่งผลกระทบต่อสาธารณชน สังคมจะคาดหวังให้สื่อเป็นที่พึ่งได้อย่างไร ยกเว้นสื่อที่เสนอข่าวโดยไม่รับผิดชอบ หรือเจตนาจะทำให้คนอื่นเสียหาย ก็เป็นเรื่องที่โจทก์หรือผู้เสียหาย จะว่ากล่าวเอาความตามสิทธิที่เขามี

สำหรับคดีนี้ เริ่มต้นจากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท บริเวณโรงแรมทิพย์ช้าง เนื่องจากลูกค้าของผู้ประกอบการร้านค้าไม่สามารถเข้าไปจอดรถภายในพื้นที่พิพาท เนื่องจากโจทก์สั่งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขัดขวาง บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)  หรือ บสก.จึงไปแจ้งความดำเนินคดี และขอให้ศาลออกหมายจับ ในฐานะเจ้าหนี้ที่เสียหายจากการถูกรบกวนการครอบครอง 

บางส่วนของคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ต่อมา โจทก์ได้ติดต่อมาถึงกองบก.ลานนาโพสต์ มิให้ตีพิมพ์ข่าวนี้ หากฝ่าฝืนจะฟ้อง กองบรรณาธิการลานนาโพสต์ ได้พิจารณาแล้ว เห็นว่า การแย่งการครอบครองในทรัพย์สินที่อยู่ระหว่างการบังคับคดี มีคุณค่าข่าวในทางวิชาชีพ และส่งผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ การโต้แย้งการทำหน้าที่โดยปกติ จึงไม่มีเหตุที่ต้องทบทวน

และแม้จะถูกฟ้อง ก็เป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องที่ยืนยันหลักการการเสนอข่าวโดยสุจริต ตรงไปตรงมา และการตอกย้ำหน้าที่ของสื่อที่จะต้องไม่กลัวถูกฟ้อง เมื่อพิจารณาว่าได้เสนอข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน รอบด้าน อีกทั้งให้พื้นที่โจทก์ในการชี้แจงแสดงเหตุผลไปในคราวเดียวกับที่เสนอข่าวนี้แล้ว

ไม่น่าแปลกใจที่ต่อมา ก็มีหมายนัดไต่สวนมูลฟ้องมายังผู้รับผิดชอบ หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ “ม้าสีหมอก” อ่านคำบรรยายฟ้อง ซึ่งไม่เข้าองค์ประกอบความผิด และยังเป็นการฟ้องกฎหมายผิดบท เป็นความพยายามของโจทก์ที่จะทำให้เห็นว่า ตนเองเสียหายจากการตีพิมพ์ข่าวนี้ของลานนาโพสต์ แต่คำบรรยายฟ้องเช่นนี้ผ่านตามาหลายสิบสำนวนแล้ว บอกจากประสบการณ์ในทันทีได้ว่า คดีไม่มีทางมีมูล และสุดท้ายจะต้องยกฟ้องในชั้นพิจารณา แต่น่ายินดี ที่ศาลทำคำพิพากษาเต็มรูปแบบ ยืนยันหลักการทำหน้าที่สื่อที่ถูกต้อง และยกฟ้องตั้งแต่ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง

ถึงกระนั้น ในชั้นไกล่เกลี่ย ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติ ที่ศาลจะเปิดโอกาสให้คู่ความเจรจากัน เพื่อยุติคดีเสียแต่ต้น ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย บาดหมางกันโดยไม่จำเป็น “ม้าสีหมอก” ก็เปิดโอกาสให้โจทก์ได้ใคร่ครวญให้รอบคอบ และยืนยันต่อหน้าผู้ไกล่เกลี่ย ว่าสื่อผิดได้ ถ้าลงข่าวผิด ทำให้คนอื่นเสียหาย ไม่ต้องร้องขอ ก็จะขออภัยโจทก์และยอมรับผิดชอบเยียวยาแก้ไขความเสียหายให้ทันที แต่ถ้าแน่ใจว่าได้ทำหน้าที่อย่างสุจริตแล้ว ก้าวเดียวก็ไม่ถอย

การที่โจทก์ซึ่งควรได้รับคำแนะนำจากทนายในข้อกฎหมายว่า การเสนอข่าวเช่นนั้น เป็นหน้าที่โดยปกติ และไม่มีข้อความใดเลยที่เป็นเท็จ หากยังยืนยันเดินหน้าต่อไป ก็เท่ากับเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่า กระทำความผิดอาญา มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ต่อมายังเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล และความเท็จเป็นข้อสำคัญในคดี มีโทษจำคุกไม้เกินห้าปี ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่น

ถ้าความผิดฐานเบิกความเท็จได้กระทำในคดีอาญา โทษจะหนักขึ้น เป็นจำคุกไม่เกินเจ็ดปี ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นสี่พันบาท รวมโทษจำคุกในความผิดของโจทก์คดีนี้แล้ว น่าจะมีถึงสิบปี และไม่น่ารอลงอาญา เนื่องจากโจทก์เป็นบุคคลสาธารณะ ที่น่าจะมีวุฒิภาวะมากกว่าคนโดยทั่วไป

เนื่องจากความผิดนี้ เป็นอาญาแผ่นดิน ยอมความไม่ได้ ซึ่งต่างจากคดีหมิ่นประมาท ผู้บริหารลานนาโพสต์จึงกำลังใคร่ครวญว่าจะปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านลอยไปกับสายลม หรือยืนยันหลักการใช้สิทธิปกป้องตัวเองเพื่อเป็นบรรทัดฐานในการทำงานของสื่อต่อไป

(หนัังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ฉบับที่ 1220 วันที่ 8 - 14 มีนาคม 2562)

Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support