วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2562

ฝุ่นพิษกินเมือง ป่วยนับหมื่น เผาป่าต่อเนื่อง จนท.โหมดับไฟ ตายแล้ว 1 เจ็บ 3

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

ฝุ่นพิษลำปางยังกระทบต่อสุขภาพนานหลายเดือน  ยอดคนป่วยทางเดินหายใจเหยียบ 4 หมื่นราย จังหวัดประกาศขยายเวลาห้ามเผาออกไปอีกถึงวันที่ 30 เมษายน 2562  ขณะที่ไฟป่ายังเกิดขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดพนักงานดับไฟป่าป่วยจากการทำงาน เสียชีวิตแล้ว 1 ราย หลังก่อนหน้านี้มีบาดเจ็บ 3 ราย

สถานการณ์หมอกควันและไฟป่าจังหวัดลำปาง ยังคงอยู่ในภาวะที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด รวมไปถึงคุณภาพอากาศยังคงอยู่ในโซนสีเหลืองซึ่งยังคงมีผลกระทบต่อสุขภาพเป็นเวลาติดต่อกันมาหลายสัปดาห์ เนื่องจากยังคงมีการลักลอบจุดไฟเผาในพื้นที่ป่าอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการติดตามห้วงที่เริ่มต้นประกาศ 60 วันห้ามเผา คือตั้งแต่วันที่ 10  กุมภาพันธ์ 2562 ถึงวันที่ 10 เมษายน 2562  จนกระทั่งครบกำหนดห้ามเผา ปรากฏว่า สถานการณ์ไฟป่า มลพิษทางอากาศยังคงเป็นปัญหาหลัก ที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุด นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้ออกประกาศจังหวัดลำปาง เรื่อง การงดเว้นการเผาอย่างเด็ดขาด การเฝ้าระวังและการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในท้องที่ จังหวัดลำปาง ให้ขยายห้วงเวลาวิกฤตปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดลำปาง เดิม จากวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 ถึงวันที่ 10 เมษายน 2562  เริ่มใหม่จากวันที่ 10 เมษายน 2562 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2562 โดยงดการเผาทุกชนิดอย่างเด็ดขาดหาก โดยยังคงนำมาตรการทางกฎหมาย ดำเนินคดีผู้ที่ผ่าฝืนอย่างจริงจังต่อไป
 
ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หนึ่งในมาตรการที่ภาครัฐและหน่วยงานในพื้นที่นำมาใช้ในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่คือ การประกาศช่วงวันห้ามเผาในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ โดยพิจารณาจากระดับปริมาณเชื้อเพลิงและช่วงเวลาการทำเกษตรกรรมในพื้นที่ รวมถึงสถิติจุดความร้อนย้อนหลัง ซึ่งในปี 2561 นี้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือประกาศช่วงวันห้ามเผาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2561 ซึ่งมีจุดความร้อนสะสมรวมทั้งสิ้น 2,288 จุด โดยพบมากที่สุดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก ลำปาง น่าน เชียงใหม่ ลำพูน แพร่ พะเยา และเชียงราย ตามลำดับ  หากวิเคราะห์แยกตามการใช้ประโยชน์ที่ดิน ปรากฏจุดความร้อนสะสมสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์จำนวน 1,145 จุด รองลงมาเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 960 จุด ชุมชนและอื่น ๆ จำนวน 96 จุด พื้นที่เกษตร จำนวน 50 จุด เขต สปก. จำนวน 34 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง (50 เมตร) จำนวน 3 จุด

เมื่อเปรียบเทียบเฉพาะ จ.ลำปาง ในปี 2561 มีการประกาศช่วงห้ามเผาระหว่างวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 61 ถึง 10 เมษายน 61  โดยมีจุดความร้อนสะสม ช่วงวันประกาศห้ามเผา แยกเป็น ป่าอนุรักษ์ 83 จุด  ป่าสงวนแห่งชาติ  156 จุด เขต สปก. 21 จุด พื้นที่เกษตร 10 จุด ชุมชนและอื่น ๆ 17  จุด รวม  287 จุด   สำหรับจุดความร้อนสะสมของ จ.ลำปาง ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 31 พฤษภาคม 2561  ป่าอนุรักษ์ 119  จุด ป่าสงวนแห่งชาติ  211 จุด เขต สปก.  35 จุด พื้นที่เกษตร 33 จุด พื้นที่ริมทางหลวง(50 เมตร) 1 จุด ชุมชนและอื่น ๆ 30 จุด   รวม 429  จุด   แต่ปรากฏว่าจากสถิติในปี 2562 ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม -7 เมษายน 2562 พบว่า จ.ลำปาง มีการเกิดจุดความร้อนสะสมไปแล้ว  797 จุด

ด้านกลุ่มผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจในพื้นที่ จ.ลำปาง จากข้อมูลของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปางได้สรุปจำนวนผู้ป่วย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 10 กุมภาพันธ์ 2562  พบผู้ป่วย 4 กลุ่มโรค ในจังหวัดลำปางรวม38,369 ราย มากที่สุดคือ โรคหัวใจและหลอดเลือด 20,632 รายโรคทางเดินหายใจ 14,861 ราย โรคตาอักเสบ 1,333 ราย และโรคผิวหนังอักเสบ 1, 543 ราย

นพ.ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง กล่าวว่า ปัจจุบันจำนวนผู้ป่วยไม่ได้เพิ่มจากยอดเดิมมากนัก คาดว่ายอดจะอยู่ที่ประมาณ 39,000-40,000 คน  ซึ่งถือว่ายังคงเป็นยอดที่ยังปกติ ไม่ได้สูงไปกว่าทุกปีที่ผ่านมา และอาจจะมีผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่ไม่ได้มาพบแพทย์  เนื่องจากว่าทางจังหวัดลำปางร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปางได้ให้ความสำคัญ มีมาตรการป้องกัน และให้ อสม.ออกประชาสัมพันธ์เคาะประตูบ้านเพื่อให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งประชาชนได้นำไปปฏิบัติได้อย่างดี พร้อมทั้งมีการแจกหน้ากากอนามัยไปแล้วกว่า 2-3 แสนชิ้น คิดว่ามีส่วนในการช่วยทำให้อัตราการป่วยของลำปางไม่สูง บวกกับสถานการณ์ของสภาพอากาศดีขึ้น  โดยที่ จ.ลำปาง ไม่ได้พบเคสผู้ป่วยที่รุนแรงถึงขั้นมีผลกระทบต่อร่างกายและระบบทางเดินหายใจแต่อย่างใด  

นายแพทย์สาธารณสุข ยังได้กล่าวเน้นย้ำถึงกลุ่มคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง 4 กลุ่มโรค โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก หากจำเป็นต้องทำกิจกรรม นอกบ้านควรใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆหรือใช้หน้ากากกันฝุ่นที่สามารถป้องกันฝุ่นขนาดเล็กมาปิดปากและจมูกได้  รวมถึงดื่มน้ำมากๆ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหักโหมที่มีฝุ่นเกินมาตรฐาน  หากพบว่ามีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์

ทั้งนี้ ได้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดใจกับเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า เมื่อนายวิเชียร ภาณเรศ อายุ 52 ปี ภูมิลำเนาอยู่ อำเภอปางช่อง จังหวัดนครราชสีมา ลูกจ้างดับไฟป่า ตำแหน่งบุคคลภายนอก(ค่าตอบแทน)  สังกัดสถานีควบคุมไฟป่าเขาใหญ่นครราชสีมา ได้เดินทางมาช่วยปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนงานการควบคุมไฟป่าในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ และปฏิบัติภารกิจประจำสถานีควบคุมไฟป่าพระบาท-ม่อนพระยาแช่ ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง เกิดอาการป่วยจากการปฏิบัติหน้าที่ เส้นเลือดในสมองแตก เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลลำปาง เมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้นายวิเชียร ได้มีอาการป่วยศีรษะอย่างรุ่นแรง และอาเจียน หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจดับไฟป่าและเข้ามาพักผ่อนที่สถานีควบคุมไฟป่าพระบาท-ม่อนพระยาแช่  เจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้วยกันจึงรีบนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี แต่อาการหนักจึงส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลลำปาง ก่อนจะเสียชีวิตลงเมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 เม.ย.62  จังหวัดลำปาง จึงจัดพิธีส่งศพอย่างสมเกียรติ แม้จะมีตำแหน่งเพียงลูกจ้างเหมา ขณะที่รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยืนยันจะดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตตามลำดับขั้นตอนอย่างถึงที่สุด และขอความร่วมมือประชาชนช่วยชี้เบาะแสคนที่ลอบเผาป่าในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือที่จะติดตัวตามาดำเนินคดีจนถึงที่สุด

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 11 เม.ย.62 ที่อาคารนิติเวช โรงพยาบาลศูนย์จังหวัดลำปาง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง  นายจงคล้าย  วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธาน ได้นำผู้บริหาร หัวหน้าส่วน และเจ้าหน้าที่จากส่วนต่างๆที่ร่วมดับไฟป่าเข้ามารดน้ำศพนายวิเชียร ภาณุเรศ อายุ 52 ปี พนักงานดับไฟป่า  ก่อนที่จะทำพิธีเคลื่อนย้ายศพผู้เสียชีวิตขึ้นรถกู้ภัยกรมอุทยานฯเพื่อเดินทางไปยังบ้านภรรยาที่ อำเภอปางช่อง จังหวัดนครราชสีมา

พร้อมกันนี้ได้มีกลุ่มชาวลำปางหลายกลุ่มได้เข้ามามอบเงินสดช่วยเหลือในเรื่องการทำศพและร่วมทำบุญ  ประกอบด้วย สมาคมสตรีนักธุรกิจ และวิชาชีพแห่งประเทศไทย(จังหวัดลำปาง) ตัวแทนนายอำเภอเมืองลำปาง นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และอื่นๆ ทยอยมอบเงินช่วยเหลือภรรยาและลูกสาวของ นายวิเชียร ภาณุเรศ  นอกจากนี้ยังมี จากกองทุนไฟป่าฯจาก 3 กองทุนรวมแล้ว 250,000 บาท ที่มอบให้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต แม้จะเป็นเพียงลูกจ้างเหมา แต่ผู้เสียชีวิตได้ทุ่มเท ในการทำงานอย่างจริงจังจนวินาทีสุดท้าย

โดยทางครอบครัวเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ได้ชักชวนนายวิเชียร ภาณุเรศ ให้ไปเที่ยว เบตง แล้ว แต่นายวิเชียร ภาณุเรศ ไม่ไป บอกว่าจะทำงานในหน้าที่จนกว่าจะตายในไฟป่า และก็เสียชีวิตจริง หลังจากผ่านไปได้ไม่กี่วัน แต่ก็ภูมิใจที่ได้เสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่  

หากประชาชนชาวลำปาง ต้องการช่วยเหลือครอบครัว นายวิเชียรฯ ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และมีฐานะค่อนข้างยากจน สามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาปากช่อง เลขที่บัญชี 1882756595 ชื่อบัญชี น.ส.สมจิตร์ ขอเหนี่ยวกลาง ซึ่งเป็นภรรยาของผู้เสียชีวิต

ด้านนายจงคล้าย  วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า จะดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตตามขั้นตอนและจะประสานจากหน่วยงานมูลนิธิฯต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและรักษาป่า เพื่อให้การช่วยเหลือครอบครัวนี้อย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ ได้เรียกร้องให้กลุ่มคนที่ลักลอบเผาป่าหยุดพฤติกรรมนี้ เพราะในปีนี้ 2562 มีเจ้าหน้าที่ จิตอาสาดับไฟป่าเสียชีวิตไปแล้วถึง 3 นาย และที่ จ.ลำปางก็มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บจากการถูกไฟลวกไปแล้ว 3 นาย อีกทั้งประชาชนทั่วไปช่วยสอดส่องดูแลพื้นที่ป่า และหากพบคนที่ลักลอบเผาป่าให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพราะขณะนี้สถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นยังน่าห่วง

และสำหรับในส่วนสถานการณ์หมอกควันของจังหวัดลำปาง  เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562  ยังพบว่าในพื้นที่ยังคงมีหมอกควันปกคลุมอยู่มาก ค่าฝุ่นละอองอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ดังนั้นเพื่อเป็นบรรเทาแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ทางมณฑลทหารบกที่ 32 ได้ร่วมกับโรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี นำหน้ากากอนามัยจำนวน 10,000 ชิ้น มอบให้กับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการดับไฟป่า รวมทั้งได้นำทีมแพทย์เคลื่อนที่ของโรงพยาบาลฯ ออกแนะนำวิธีการใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธีให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่าด้วย พร้อมทั้งยังได้นำเครื่องเป่าลมชนิดเครื่องยนต์ แบบสะพายหลัง พร้อมอุปกรณ์ครบชุดจำนวน 20 เครื่อง มอบให้แก่สถานีควบคุมไฟป่าต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดลำปางรวม 20 สถานี 

อย่างไรก็ตาม จังหวัดลำปางถือว่าเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เป็นอันดับแรกๆของภาคเหนือ และมีค่าฝุ่นแตะอันดับสูงสุดของประเทศ แต่ไม่ได้รับความสนใจมากนัก เนื่องจากเป็นจังหวัดรองจากจังหวัดเชียงใหม่  ขณะที่การให้ข้อมูลต่างๆเพื่อนำเสนอข่าวสารเรื่องไฟป่าและหมอกควันต่างๆ จะได้รับข้อมูลจากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง เพื่อให้ข้อมูลเป็นไปในทิศทางเดียวกัน  

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1225 วันที่ 12 - 25เมษายน 2562)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support