วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2562

วาทกรรมสมองกลวง เลือก‘ตู่’ คือความสงบ ???

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

ก่อนหน้าเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็อัดแคมเปญ ในช่วงโค้งสุดท้ายว่า เลือกความสงบ เลือกลุงตู่ หลังเลือกตั้ง พลพรรค พปชร.สงบปาก สงบคำ ไม่ค่อยได้ย้ำคำนี้มากนัก เพราะคนส่วนใหญ่ไปเลือกพรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งมีจุดยืนตรงกันข้าม แต่วาทกรรมตู่คือความสงบ ก็ยังไม่ได้หายไป

เป็นเรื่องเข้าใจได้ เมื่อทั้ง คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฎิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และพรรคเพื่อไทย นำโดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต่างไม่ยอมถอย และมีแนวโน้มว่าจะนำบ้านเมืองไปสู่ทางตัน

มองมุมบวก เมื่อระบอบทักษิณ  อันมีอิทธิพลมาจากนายทักษิณ ชินวัตร ทำให้สังคมนี้เห็นความฉ้อฉล เห็นความพยายามที่แอบอิงอำนาจรัฐไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและหมู่คณะ จนยอมให้สิ่งเหล่านี้ฝังรากลึกลงในสังคมไทยไม่ได้ ก็เป็นความชอบธรรมที่ประชาชนจะลุกขึ้นมาเคลื่อนไหว กดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

มองมุมบวก เมื่อพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคการเมืองที่เข้าสู่อำนาจด้วยวิถีทางประชาธิปไตย การออกไปจากอำนาจ ก็ต้องไปในวิถีทางเดียวกัน ซึ่งพวกเขาก็เลือกแล้ว โดยการประกาศยุบสภา เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจใหม่ เมื่อยุบสภาเลือกตั้งใหม่แล้ว กปปส.ขัดขวางไม่ให้คนไปเลือกตั้งบางหน่วย กลายเป็นเงื่อนไขที่การเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

การเลือกตั้งที่เป็นโมฆะ ทำให้เกิดสูญญากาศแห่งอำนาจ รัฐบาลรักษาการเป็นรัฐบาลได้ แต่บริหารไม่ได้ สั่งการไม่ได้ นั่นก็เป็นเงื่อนไข ที่ต้องเรียกว่า กปปส.สร้างไว้เพื่อปูทางไปสู่อำนาจของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

หลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจ นายสุเทพ เปิดเผยว่า เขาได้พูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ถอนรากถอนโคนอิทธิพลของทักษิณ ชินวัตร และพันธมิตร มานับตั้งแต่การชุมนุมในปี 2553 แล้ว ก่อนรัฐประหาร นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อ้างถ้อยคำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า

“คุณสุเทพ และมวลชนผู้สนับสนุน กปปส.ของท่านเหนื่อยมากแล้ว ตอนนี้เป็นหน้าที่ของกองทัพที่ต้องรับต่อ”

ในที่สุดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็นำกองทัพเข้ายึดอำนาจ บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ราบคาบในทันที ซึ่งก็เป็นบรรยากาศที่ไม่แตกต่างไปจากการปฎิวัติ ยึดอำนาจทุกครั้ง เพราะเมื่อมีการยึดอำนาจ ล้มล้างรัฐธรรม เพิกถอนสิทธิในการชุมนุม การแสดงความคิดเห็นของสื่อและประชาชน ความเห็นต่างก็ถูกกดลง ความวุ่นวายหายไปด้วยอำนาจเต็มในการจัดการของทหาร ที่ไม่ต้องรับผิดทุกกรณีทั้งทางแพ่งและทางอาญา

สิ่งที่ฝ่ายอำนาจนิยม โดยเฉพาะผู้ที่ได้ดิบ ได้ดีจากระบบอุปถัมภ์ พยายามหาเหตุผลมาสนับสนุนการยึดอำนาจ เช่น นายเสรี สุวรรณภานนท์ ที่ว่าการเข้ามาของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เขาเรียกว่า เผด็จการประชาธิปไตย ทำให้บ้านเมืองสงบสุขนั้น เป็นการมองข้ามข้อเท็จจริงประการสำคัญ คือการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จบังคับคนเห็นต่างไปปรับทัศนคติ สถาปนาอำนาจศาลทหารขึ้นมาครอบศาลพลเรือน และออกประกาศ คำสั่ง คสช.นับร้อยฉบับ มาบีบให้สังคมต้องสงบ

บรรยากาศเช่นนั้น ตัวช่วยเหล่านั้นกำลังจะหมดไป อีกไม่นานนายเสรี สุวรรณภานนท์ และฝ่ายอำนาจนิยม ฝ่ายที่อิงระบบอุปถัมภ์ช่วยทำมาหากิน จะต้องได้ประจักษ์ว่า ความสงบที่ผ่านมานั้น เพราะพวกเขากลัวกำปั้นเหล็ก ไม่ได้เป็นเพราะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เมื่อความจริงมาถึง ความเท็จก็จะหายไป


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1233 วันที่ 14 - 20 มิถุนายน 2562)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support