วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ตามล่าโจร ฉกแผ่นพระโบราณ ระวังอาถรรพ์ชีวิตไร้สุข

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

รณี “ทับหลังนารายณ์บรรทมศิลป์” ที่หายไปจากหน้าบันปราสาทหินเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ คือจุดเริ่มต้นของกระแสทวงคืนวัตถุโบราณ ในสังคมไทย ไม่เพียงทับหลังนารายณ์บรรทมศิลป์ โบราณวัตถุ “พระโพธิสัตว์สัมฤทธิ์” จากพื้นที่อำเภอประโคนชัย ที่บุรีรัมย์เช่นกัน ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

ล่องหนหายไปไม่นาน ก็มีผู้ไปพบ พระโพธิสัตว์สัมฤทธิ์ ตั้งแสดงโอ่อ่าอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทร โพลิแทน ที่นครนิวยอร์ค สหรัฐ ไม่ต่างไปจากทับหลังนารายณ์บรรทมศิลป์ ที่หายไปจากประเทศไทยในช่วงสงครามเวียดนาม และไปพบที่สถาบันศิลปะชิคาโก สหรัฐ กว่าจะได้คืนมาก็ใช้เวลาหลายสิบปี

ก่อนที่จะไปพบ ทับหลังนารายณ์บรรทมศิลป์ กรมศิลปากรพบเบาะแสชิ้นส่วนบางชิ้นของทับหลัง ที่ร้านขายของเก่า ย่านราชประสงค์ นั่นเป็นเส้นทางเดินของวัตถุโบราณ จากหัวขโมย ซึ่งอาจได้รับใบสั่ง หรือเห็นช่องทาง ที่จะแปรรูปเป็นเงิน จากแหล่งที่มา ไปยังร้านค้าของโบราณ จากนั้น จึงเดินทางต่อไปต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่จุดหมายปลายทางอยู่ที่สหรัฐอเมริกา

ดังนั้น หากจะแกะรอย พระพุทธรูปไม้ หรือพิมพ์พระแผงโบราณ 100 ปี ซึ่งหายไปจากวัดม่อนคีรีชัย จังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ก็อาจจะเริ่มต้นจากแก๊งโจรกรรมวัตถุโบราณ ซึ่งอาจตรวจสอบจากทะเบียนประวัติอาชญากรรม น่าจะมีไม่มากนัก เพราะคนเหล่านี้จะต้องอยู่ในวงจร จากแหล่งที่ขโมยมา ไปร้านขายของเก่า หรือของโบราณ ก่อนส่งต่อไปสหรัฐ

แผงพระพุทธรูปไม้โบราณอายุหลายร้อยปีนี้ ประกอบด้วยไม้และโลหะ ศิลปะล้านนา เป็นโบราณวัตถุที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุในราชกิจจานุเบกษา อยู่คู่กับวัดม่อนคิริชัยมายาวนาน ลักษณะของพิมพ์พระแผง ทำด้วยไม้สัก มีพระพิมพ์ด้วยไม้จำนวนมากแปะติดอยู่เต็มแผง แผงไม้ตกแต่งด้วยสีแดง ส่วนพระพิมพ์และส่วนอื่นๆ ตกแต่งด้วยสีทอง

ก่อนหน้านี้พระยงยุทธ ธัมมยุตโต เจ้าอาวาส จะนำแผงพระโบราณแผงนี้ไป แสดงที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย  แต่เมื่อเข้ามาตรวจสอบในศาลาการเปรียญซึ่งเป็นที่เก็บแผงพระโบราณ จึงพบว่าได้หายไปแล้ว จึงแจ้งให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ได้ประกาศติดตาม และได้แจ้งความไว้เป็นหลักฐาน

ความจริง หากไม่ติดตามแกะรอย หัวขโมยก็อาจจนมุม กับบางสิ่งที่คาดไม่ถึง ในอาถรรพ์ของโบราณที่เคยเกิดขึ้น

เรื่องราวอาถรรพ์ ที่กล่าวขวัญถึงกันมาก คือเหตุการณ์โจรลักลอบขุดกรุใต้ฐานพระปรางค์ในวัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พวกเขาได้ไปทั้งพระแสงดาบ  มงกุฎ ภาชนะ พระพุทธรูป เครื่องอาภรณ์ต่าง  ทุกอย่างล้วนมีสีทองเหลืองอร่ามส่องประกายเจิดจ้า

เล่าขานกันว่าโจรขโมยขุดกรุวัดราชบูรณะจำนวน 20 รายที่ถูกจับไปเพียง 8 รายนั้นส่วนที่รอด ไม่ได้มีชีวิตอย่างสงบสุขมีหลายรายที่เป็นพี่น้องกันและมาฆ่ากันเองเพื่อแย่งสมบัติ บางคนถูกฆ่าตาย เพราะถูกแย่งชิงสมบัติ บางคนยุบหลอมเอาทองไปขาย ได้เงินนั่งรถกลับอยุธยา รถตกหล่มกระเด็นตกลงมาจากรถ คอหักตาย

เช่นเดียวกับที่ลำปาง แม้ว่ายังตามหาพิมพ์พระแผงโบราณล้ำค่านี้ไม่ได้ แต่แรงสาปแช่งของคนลำปาง ที่มีต่อโจรแก๊งนี้ คงมีแรงส่งมากพอให้พวกเขาประสบชะตากรรม ชีวิตไร้ความสุข คิดทำสิ่งใด จากเงินทองที่ได้มาย่อมมีแต่หายนะ

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1232 วันที่ 7 - 13 มิถุนายน 2536)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support