วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2562

“ประยุทธ์” ดราม่า น้ำท่วมอุบลฯ

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

นยามที่น้ำท่วมภาคเหนือ และภาคอีสาน โดยเฉพาะน้ำท่วมจังหวัดอุบลราชธานี ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัส แต่กลับปรากฎภาพพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สวมหมวกกุ๊ก ใส่ผ้ากันเปื้อน เริงร่าอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ภาคใต้ มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ยิ้มหน้าชื่นอยู่ข้างๆ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่สมควรต้องตำหนิ ในฐานะผู้นำประเทศ ที่ไม่รู้จักกาละเทศะ ไม่รู้ความสำคัญและเร่งด่วนของประเทศนี้ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะคิดอ่านประการใดก็ตาม

ในเวลาเดียวกับที่มีภาพนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ หอบเงินล้านลงพื้นที่อุบลฯ มอบเงินให้ครอบครัวที่ประสบภัยครอบครัวละ 5 พันบาท พร้อมเปิดรับบริจาคสมทบทุนช่วยเหลือครอบครัวน้ำท่วม เพียงชั่วข้ามคืน เงินบริจาคพุ่งขึ้นไปเป็นหลายร้อยล้านบาท การได้รับการสนับสนุนมากมาย มหาศาลเช่นนี้ ก็เพราะต้นทุนความเชื่อถือและไว้วางใจ ที่สังคมมีต่อนายบิณฑ์ ที่อุทิศตัวช่วยเหลือสังคม เป็นที่ประจักษ์มาตลอด

ก่อนหน้านั้น นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์  ได้โพสต์ข้อความ และไลฟ์สดผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว หลังกลับจากไปช่วยน้ำท่วมที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยเล่าถึงความเป็นอยู่ของผู้อพยพที่ไม่ค่อยดี ถุงยังชีพต่างๆก็เกินความต้องการ และว่าสิ่งที่ชาวบ้านต้องการจริงๆ คือปัจจัย ที่ยังไม่มีใคร หรือหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยเหลือตรงนี้ เพราะบางคนรับจ้างรายวัน พอเกิดน้ำท่วมขึ้นมา รายได้ก็หายไป ไม่มี่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และตัดพ้อรัฐบาลว่า มัวแต่ช้อปปิ้ง ไม่มาดูแล

การที่นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ปรากฏภาพพระเอกตัวจริง ทุ่มเทช่วยเหลือคนอุบลฯ ทั้งแรงกาย และแรงเงิน ในฐานะบุคคลสาธารณะ ย่อมปฎิเสธไม่ได้ว่า สปอตไลท์แห่งความชื่นชมยินดี ย่อมฉายจับไปที่นายบิณฑ์ และก็อาจมีคนบางส่วน มองรัฐบาล มองนายกรัฐมนตรี มองหน่วยทหารที่ทุ่มเท เสียสละ ช่วยเหลือผู้ปะสบภัยน้ำท่วมมาแต่ต้น อาจก่อนนายบิณฑ์ ด้วยซ้ำ ผ่านเลยไป

ปรากฏการณ์ดารา ไม่ใช่เพียงนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เท่านั้น แต่ยังมีเปิ้ล นาคร ศิลาชัย กระเตงลูกๆขี่เจ็ทสกีไปช่วยชาวบ้านน้ำท่วม ยังมีโดม ปกรณ์ลัม ปรากฎตัวในพื้นที่ แย่งซีน ตัวจริง ที่ทำงานหนักในพื้นที่แต่ไม่เป็นข่าวด้วย

หากแต่สิ่งเหล่านี้ มิได้ลดทอนคุณค่าของทหาร ของหน่วยงานต่างๆที่มีส่วนอย่างสำคัญในการช่วยเหลือครั้งนี้ มองในภาพเปรียบเทียบ ก็เหมือนเหตุการณ์ช่วยเหลือ 13 ชีวิตหมูป่า มีคนอีกจำนวนมาก ที่เป็นคนเล็ก คนน้อย คนที่ไม่มีชื่อเสียง คนสามัญธรรมดา ที่มีส่วนช่วยให้ปฎิบัติการช่วยเหลือเป็นผลสำเร็จ ความภาคภูมิใจ ความช่วยเหลือเสียสละ ที่อยู่ในใจของทุกคน ไม่มีใครเอาไปได้

เช่นเดียวกัน สังคมไทยก็ควรรู้ว่า รัฐบาล หน่วยงานรัฐ นายกรัฐมนตรี ไม่สามารถเอาเงินรัฐไปช่วยชาวบ้านได้ง่ายๆ โดยไม่มีกฎเกณฑ์ ความจริงเหล่านี้ไม่มีใครจะตำหนิ ติเตียน รัฐบาลได้ และนายกรัฐมนตรีก็ไม่ต้องร้อนตัว ตีโพย ตีพาย แล้วใช้รัฐบาลในอดีตมาเป็นข้ออ้างให้ตัวเองดูดี

ประเด็นอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ไม่รู้กาลเทศะ ไม่รู้ว่าในยามที่ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก ในพื้นที่หนึ่งนั้น สมควรจะไปมีกิจกรรม หน้าระรื่น อยู่อีกสถานที่หนึ่งหรือไม่ มีวุฒิภาวะความเป็นผู้นำ ที่จะจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังในวาระการทำงานหรือไม่

นายกรัฐมนตรีไม่ควรดูแคลนชาวบ้านว่าไม่เข้าใจ ขอแต่เงิน ร้องเรียนว่าเงินไม่ถึงมือ ซึ่งหากคิดเช่นนั้นจริง และชาวบ้านต้องการขอเงินจริง นายกรัฐมนตรีก็คงต้องทบทวนแล้วว่า  นโยบายแจกเงิน หรือที่เรียกว่าสวัสดิการแห่งรัฐ ทำให้ชาวบ้านติดนิสัยได้เงิน โดยไม่ต้องลงทุน ลงแรงหรือไม่

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1245 วันที่ 20 กันยายน - 3 ตุลาคม 2562)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support