วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ สนับสนุนการแก้ พ.ร.บ.ยาเสพติด เผยกัญชามีประโยชน์ทางการแพทย์มากมาย ขณะเดียวกันฝากเตือนประชาชนอย่าใจร้อนปลูกก่อน ยังคงมีความผิดทางกฎหมาย

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

จากกรณีที่คณะรัฐมนตรีได้นำเรื่องการแก้ไขกฎหมายพ.ร.บ.ยาเสพติดเข้าที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 4 ส.ค.63 ที่ผ่านมา ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล รมว.สาธารณสุข เสนอเป็นการแก้ไขกฎหมายฉบับเดิมที่เคยใช้เมื่อปี 2562  ซึ่งกฎหมายฉบับที่แก้ไขมีสาระสำคัญคือ กำหนดให้ผู้ป่วยที่ ได้รับการรับรองจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์หรือหมอชาวบ้าน ผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับการผลิตด้านเกษตรกรรมและเกษตรกรที่ดำเนินการผลิตภายใต้ความร่วมมือกับผู้รับอนุญาตผลิตซึ่งยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร และบุคคลอื่นตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษกำหนด  สามารถได้รับใบอนุญาตให้ผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 หรือกัญชาได้ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของประชาชนที่ต้องการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรค และปัญหาการพัฒนาองค์ความรู้และต่อยอดกัญชาทางการแพทย์
 รวมทั้งยังกำหนดเกี่ยวกับกระบวนการเก็บรักษาและทำลายยาเสพติดให้โทษของกลาง โดยกำหนดให้ กรณีที่มีการยึด หรือริบยาเสพติดให้โทษ เมื่อได้มีการตรวจชนิดและปริมาณแล้วว่าเป็นยาเสพติดให้โทษ ให้กระทรวงสาธารณสุข หรือผู้ที่กระทรวงสาธารณสุขมอบหมาย สามารถทำลายหรือนำยาเสพติดดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ได้ ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาการเก็บรักษายาเสพติดของกลางไว้เป็นเวลานาน ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณและสถานที่เก็บรักษา ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบรับหลักการ ร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... แล้ว

ลานนาโพสต์ได้สอบถามความเห็น นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เกี่ยวกับการเสนอร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติด ฉบับใหม่ดังกล่าว  ซึ่งนายประพัฒน์   กล่าวว่า ตนเองในฐานะเป็นบุคคลหนึ่งที่ผลักดันแนวคิดต่างๆเหล่านี้  และสนับสนุนที่จะมีการแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติด ขอบคุณที่กระทรวงสาธารณสุขได้ฟังเสียงของประชาชนและให้ความสำคัญในเรื่องนี้  รวมทั้งประชาชนส่วนใหญ่ที่อยากจะพัฒนาแวดวงกัญชา ทั้งในวงการแพทย์ วงการเศรษฐกิจ ก็คงจะเห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้เช่นกัน  ซึ่งประเทศไทยเหมาะมากในการปลูก จากที่ตนได้ปลูกนำร่องที่ อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง พบว่าต้นแข็งแรง ใช้สรรพคุณทางยาได้อย่างดี  ถ้ากฎหมายฉบับใหม่ผ่าน อย่างน้อย ประชาชนไทยที่เจ็บไข้ได้ป่วยอยู่ ก็จะมีทางเลือกในการรักษาตัวเองมากขึ้น เช่น คนเป็นโรคไมเกรน นอนไม่หลับ แทนที่จะใช้ยาเคมี สามารถใช้กัญชาแทนได้  คนที่เป็นเบาหวาน โรคป่วยติดเตียงก็ช่วยให้ผ่อนคลาย ไม่เครียด กินได้นอนหลับได้ คุณภาพชีวิตก็อาจจะดีขึ้นได้  ส่วนสรรพคุณทางยาที่จะรักษาโรคต่างๆได้ มีการวิจัยมากมายซึ่งทางการแพทย์เองน่าจะมีการศึกษาในเรื่องนี้อยู่เช่นกัน
นายประพัฒน์ กล่าวอีกว่า การเข้า ครม.ครั้งนี้ เป็นเพียงการเริ่มต้นแก้ไข ทำให้สามารถเดินหน้าต่อไป ซึ่งขั้นตอนยังคงมีอีกมาก เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสนหลงเคลิ้มไป จึงฝากเตือนว่าอย่าเพิ่งใจร้อนไปปลูกกัญชาในตอนนี้ เพราะการปลูกกัญชายังคงผิดกฎหมายอยู่  ต้องไปจนกว่าพ.ร.บ.ยาเสพติด ฉบับใหม่จะประกาศอย่างชัดเจนอีกครั้ง  ขอให้อดใจรอกันไปก่อนและศึกษากฎหมายอย่างละเอียด  ทั้งนี้ อยากขอส่งข่าวไปยัง รมว.สาธารณสุข ขอความกรุณาให้ประสานคณะกรรมการกฤษฎีกาเร่งรัดพิจารณาให้เร็วขึ้น
 
แฟ้มภาพ

แฟ้มภาพ

แฟ้มภาพ


Share:

0 ความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support