จากกรณีที่อธิบดีกรมบัญชีกลางได้ออกมาเปิดเผยว่า
พบการทุจริตการใช้บัตรผู้มีรายได้น้อยตามโครงการลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการรัฐ ปี 2560 โดยเกิดปัญหาขึ้นที่ จ.ลำปาง
พบร้านค้ามีการเก็บบัตรสวัสดิการรัฐไว้ ก่อนที่จะมีการติดตั้งเครื่อง EDC จำนวนมาก จึงได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดลำปาง และคลังจังหวัดลำปาง
ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกัน เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 60 ที่ร้านค้าแห่งหนึ่ง ย่าน ต.สวนดอก อ.เมือง จ.ลำปาง
น.ส.วาสนา
สมมุติ คลังจังหวัดลำปาง เปิดเผยถึงการเข้าตรวจสอบที่ร้านค้าดังกล่าวว่า กรณีที่มีการซื้อสินค้าจากร้านค้าที่ยังไม่ได้ติดตั้งเครื่อง
EDC แต่เนื่องจากเป็นร้านที่มีสินค้ามาก
จึงให้ฝากบัตรไว้ โดยขอกำหนดวงเงิน 200 บาทก่อน เท่ากับวงเงินต่ำสุด
เพราะยังไม่ทราบว่าแต่ละคนได้วงเงินในบัตรเท่าไร
และแลกสินค้าไป เมื่อเครื่องรูดบัตรมา ก็ค่อยรูดจ่ายค่าสินค้า
และโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าตัวมานำบัตรคืนไป
ด้วยความที่ทางร้านค้ามั่นใจว่าจะได้รับการติดตั้งเครื่องเร็วๆนี้ คนซื้อสินค้าก็ประสงค์ที่จะซื้อ
จึงได้ใช้วิธีดังกล่าว คือการเก็บบัตรของลูกค้าไว้ ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง
ขณะนี้ในตัวอำเภอเมือง
มีติดตั้ง 11 ร้าน แต่ในตัวเมืองจริงๆ
มีร้านค้าที่ติดตั้งเครื่อง EDC แล้วคือ
ร้านเบตงมินิมาร์ท แต่ประชาชนมาใช้บริการเยอะมาก
จึงได้ทะลักไปที่ร้านค้าอื่นที่ยังไม่ได้ทำการติดตั้งเครื่อง ประชาชนจึงไปขอซื้อที่ร้านดังกล่าว ซึ่งราคาสินค้าใกล้เคียงกับร้านเบตง เมื่อไปตรวจสอบก็พบว่ามีการเก็บบัตรไว้มากกว่า 1,000 ใบ
จึงต้องขอยึดมาเก็บไว้ที่สำนักงานคลังจังหวัดก่อน เนื่องจากเป็นการปฏิบัติที่ผิดหลักเกณฑ์ เพื่อส่งคืนให้ผู้มีสิทธิ์ต่อไป
คลังจังหวัด
กล่าวว่า เหตุที่ทราบเรื่อง
เนื่องจากมีประชาชนสอบถามเข้ามาว่า ทำไมซื้อสินค้าแล้วถึงไม่ได้บัตรคืน
ทางพาณิชย์จังหวัด และคลังจังหวัด
จึงลงพื้นที่ตรวจสอบและพบว่าเป็นกรณีที่เกิดขึ้นตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น
พร้อมกับได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับร้านค้าแล้วว่า
ต้องรอติดตั้งเครื่องก่อนเท่านั้นจึงจะให้บริการแก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการของรัฐได้ ร้านค้ายินดีที่จะทำตามข้อปฏิบัติ
จากเหตุการณ์นี้
ประชาชนยังขาดความเข้าใจในการใช้บัตร
ซึ่งปัจจุบันได้ขยายให้นำวงเงินเดือนตุลาคม
ไปใช้จ่ายในเดือนพฤศจิกายนได้
เนื่องจากยังมีการติดตั้งเครื่อง EDC ไม่ทั่วถึง
และนอกจากจะซื้อสินค้าบริโภคและสินค้าการเกษตรได้แล้ว
ยังสามารถใช้ในการลดค่าเดินทางได้ กับ บริษัท ขนส่ง 999
และใช้เป็นส่วนลดในการซื้อแก๊สหุงต้มได้อีกด้วย
ทั้งนี้
ตามเงื่อนไขการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้ไม่ว่ากรณีใดๆ
หากผู้ใดกระทำผิดไปจากเงื่อนไขที่กำหนดจะถูกกระทรวงพาณิชย์ถอนออกจากทะเบียนร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ
และทางกรมบัญชีกลางจะดำเนินการเรียกคืนเครื่อง EDC จากเจ้าของร้านทันที
ส่วนผู้มีสิทธิที่ร่วมกระทำผิด จะถูกตัดสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
และต้องคืนเงินให้แก่ทางราชการ รวมทั้งอาจมีโทษตามที่กฎหมายกำหนดด้วย
ขณะเดียวกัน
ได้มีกลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาฉวยโอกาสกับผู้ประกอบการร้านค้าเสนอติดตั้งเครื่อง
EDC ให้โดยแอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ และเรียกเก็บเงินค่าติดตั้งเครื่องละ 6-7 หมื่นบาท
นายวัชระ
ต่างใจ พาณิชย์จังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า
จ.ลำปาง มีโควตาที่จะรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 343
ร้าน ซึ่งขณะนี้ได้มีการติดครั้งเครื่อง EDC ไปแล้ว 96 ร้านค้า คงค้างอีก 120 ร้าน
เนื่องจากรอเครื่องจากธนาคารกรุงไทย พร้อมเจ้าหน้าที่เข้ามาทำการติดตั้งให้
ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้เสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้
เพราะฉะนั้นจึงได้อนุโลมให้ผู้ที่ไม่ได้ใช้จ่ายในเดือนตุลาคมนี้
ยอดจะถูกยกนำไปรวมกับเดือนพฤศจิกายน รวมวงเงิน 2 เดือน
เนื่องจากการติดตั้งเครื่อง EDC ยังไม่ครอบคลุมในอีกหลายพื้นที่
แต่หากพ้นสิ้นเดือนพฤศจิกายน เข้าเดือนธันวาคม ก็จะตัดยอดต่อเดือนตามปกติ
นายวัชระ
กล่าวว่า ตอนนี้ จ.ลำปางยังต้องคัดสรรร้านค้าอีก 127 ร้าน
เพื่อเข้าร่วมโครงการให้ครบตามโควตาที่กำหนดไว้
ซึ่งมีร้านค้าให้ความสนใจเข้ามาสมัครจำนวนมากถึง 500
ร้านด้วยกัน
โดยจะมีการคัดเลือกดูตามจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ของแต่ละอำเภอ
เพื่อกระจายให้ได้ใช้บริการอย่างทั่วถึง
แต่ขณะเดียวกันช่วงนี้ได้มีการร้องเรียนเข้ามายังสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปางว่า
มีผู้แอบอ้างว่าจะเข้าไปติดตั้งเครื่อง EDC ให้กับร้านค้าได้
โดยไม่ต้องรอนาน แต่จะต้องมีค่าใช้จ่ายให้การติดตั้ง อยู่ที่ประมาณ 6-7 หมื่นบาทต่อเครื่อง
ทางพาณิชย์จังหวัดจึงขอฝากเตือนร้านค้าว่า
อย่าหลงเชื่อกลุ่มคนพวกนี้เด็ดขาด เพราะการติดตั้งเครื่อง EDC จะมีเจ้าหน้าที่ของธนาคารกรุงไทยเข้าไปติดตั้งให้เฉพาะร้านที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น
และไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
หากพบว่ามีการแอบอ้างให้แจ้งมาที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้ทันที
หรือติดต่อแจ้งเข้ามาได้ที่ Call Center บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
หมายเลขโทรศัพท์ 0-2109-2345
สำหรับจังหวัดลำปาง
ปัจจุบันภายในเขตพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ 100 ตำบล
มีประชาชนผู้ที่ได้รับสิทธิตามโครงการ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”
รวมจำนวนทั้งสิ้นกว่า 200,487 ราย ยอดผู้มารับบัตรเพื่อใช้สิทธิ ณ วันที่ 4 ต.ค.60 จำนวน 175,178 ราย คิดเป็น 87.38 เปอร์เซ็นต์
(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1150 วันที่ 13 - 19 ตุลาคม 2560)
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น