วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2564

โควิด-19 เราก็เที่ยวได้... ท่องโบราณสถานไทยในโปรแกรม AR


จำนวนผู้เข้าชม visitor counter


หลายคนบอกว่าเราต้องผ่านโควิดไปให้ได้บ้างล่ะ ขณะเดียวกันบางคนบอกว่าเราต้องชนะโควิดให้ได้บ้างล่ะ แต่โดยส่วนตัวกลับมองว่า ก่อนจะผ่านหรือชนะ วันนี้ต้องอยู่กับวิกฤติโควิด-19 ให้ได้ อย่างเรื่องท่องเที่ยว บ้างบอกว่าต้องหยุดเที่ยวเพื่อหยุดเชื้อ อันนี้ไม่เถียง แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ คุณทราบมั้ยว่า เราสามารถเที่ยวเมืองไทยผ่านโปรแกรม AR (Augmented Reality) และ VR (Virtual Reality) แล้วนะเออ

 

ก่อนอื่นขอขยายความคำว่า AR หรือ Augmented Reality คือการนำเทคโนโลยีมาผสานระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงและความเสมือนจริงเข้าด้วยกัน ด้วยการใช้ระบบซอฟต์แวร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อ โดยวัตถุเสมือนที่ว่านั้น อาจจะเป็น ภาพ วีดิโอ เสียง ข้อมูลต่างๆ ที่ประมวลผลมาจากคอมพิวเตอร์ มือถือ หรืออุปกรณ์สวมใส่ขนาดเล็กต่างๆ และทำให้เราสามารถตอบสนองกับสิ่งที่จำลองนั้นได้ ส่วน VR หรือ Virtual Reality คือการจำลองสภาพแวดล้อมจริงเข้าไปให้เสมือนจริง โดยผ่านการรับรู้จากการมองเห็น เสียง สัมผัส แม้กระทั้งกลิ่น โดยจะตัดขาดเราออกจากสภาพแวดล้อมปัจจุบันเพื่อเข้าไปสู่ภาพที่จำลองขึ้นมา

 


ขณะนี้ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้นำเอาโปรแกรมดังกล่าวมาใช้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์ อย่างเช่น “วัดราชบูรณะ” ซึ่งจัดว่าเป็นหนึ่งในวัดที่ใหญ่และมีความเก่าแก่มากที่สุดในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา  มีอายุกว่า 500 ปี  ทั้งยังนับเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกหนึ่งแห่ง โดยภายในวัดประกอบด้วย องค์ปรางค์ประธาน ซึ่งล้อมรอบด้วยระเบียงคต มีพระวิหารตั้งอยู่พระอุโบสถ ภายในกรุปรางค์จะมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยาตอนต้น แสดงถึงอิทธิพลศิลปะจีน อีกทั้งยังมีกรุมหาสมบัติอยู่ 3 กรุ เรียงลำดับอยู่ในระดับความสูงฐานของเจดีย์อีกด้วย

 

เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เห็นโครงสร้างที่สมบูรณ์ของโบราณสถาน กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้เปิดตัวการพัฒนานำเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) และ VR (Virtual Reality) มาใช้ในการนำเสนอข้อมูลมรดกวัฒนธรรม เพื่อสร้างความน่าสนใจให้ผู้เข้าชมมากยิ่งขึ้น ซึ่งเนื้อหาเป็นการสันนิษฐานจากการศึกษาค้นคว้าข้อมูล ของ ศ.เกียรติคุณ สันติ เล็กสุขุม นักประวัติศาสตร์ศิลปะ  ซึ่งการนำเสนอโดยเทคโนโลยี AR และ VR  จัดทำขึ้นที่โบราณสถานภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จำนวน 11 แห่ง  อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จำนวน 10 แห่ง อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จำนวน 9 แห่ง และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร จำนวน 6 แห่ง

 


นอกจากนี้ กรมศิลปากร ยังมีการพัฒนาระบบนำชมโบราณสถานที่เป็นแหล่งเข้าถึงยากและไม่เปิดให้เข้าชม ผ่านระบบกล้อง VR จำนวน 2 แห่ง คือ กรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และ อุโมงค์วัดศรีชุม อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งจะช่วยให้สามารถรับรู้บรรยากาศเสมือนได้เข้าชมจริง

 

นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา นับว่าเป็นสถานที่หนึ่งในการเรียนรู้เรื่องในประวัติศาสตร์ที่สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างของโบราณสถานที่มีการสันนิษฐานแผนผัง รูปร่างหรือขนาดของตัวอาคาร รวมไปถึงสถาปัตยกรรมที่ใช้สร้างโบราณสถานแต่ละแห่ง ทำให้เราสามารถที่จะสันนิษฐานให้เห็นภาพของโบราณสถานในอดีต โดยในครั้งนี้ ได้สร้างประสบการณ์การเที่ยวชมอุทยานประวัติศาสตร์ให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น    ด้วยการพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้บริการข้อมูลความรู้ด้านมรดกศิลปวัฒนธรรมสู่ประชาชน โดยผู้เข้าชมจะสามารถเห็นรูปแบบสันนิษฐานที่ปรากฏซ้อนทับลงบนโบราณสถานจริง ผ่านแอพพลิเคชั่น  AR Smart Heritage  ซึ่งผ่านกระบวนการศึกษาค้นคว้าจากนักประวัติศาสตร์ศิลปะที่เชี่ยวชาญ ทำให้เราได้จินตนาการเห็นถึงความรุ่งเรืองและยิ่งใหญ่ของเมืองมรดกโลก และจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ทางโบราณสถานอย่างต่อเนื่องในอนาคต

 


ด้าน ศ.ดร.สันติ เล็กสุขุม นักประวัติศาสตร์ศิลปะ ผู้สร้างรูปแบบสันนิษฐานในการจัดทำ เทคโนโลยี AR-VR กล่าวว่า  ต้องการเชื่อมโยงเข้ากับเทคโนโลยีกับการชมโบราณสถาน เพื่อให้คนเข้าถึงมากขึ้น และเพื่อให้โบราณสถานมีการเคลื่อนไหว หลากหลายมิติ  แต่ในการทำงานเกี่ยวกับโบราณคดีก็มีข้อจำกัดในการสันนิษฐาน เพราะบางแห่งเหลือเพียงซากปรักหักพัง ที่ไม่สมบูรณ์ ยากจะคาดเดาโครงสร้าง ดังนั้นในฐานะที่ตนเป็นนักประวัติศาสตร์ศิลปะมาหลายสิบปี ก็ต้องใช้องค์ความรู้ที่มีเป็นหลักสำคัญ พร้อมกับการสำรวจรอบโบราณสถาน เพื่อเทียบเคียงกับโบราณสถานอื่นที่อาจจะมีความใกล้เคียง ในการสร้างรัชสมัยเดียวกัน

 

ส่วนข้อมูลเอกสารประวัติศาสตร์ที่นำมาสันนิษฐาน  ศ.ดร.สันติ กล่าวว่า ก็มีข้อจำกัดอีกคือ เหลืออยู่น้อยมาก และไม่ทราบแน่ชัดว่ามีข้อเท็จปนอยู่เท่าไหร่  ซึ่งอาจจะมีการผสมคำให้การของคน ที่เป็นคนพม่าให้ข้อมูลภาษาพม่า พอมีการนำมาแปล อาจจะแปลผิดหรือถูกเกินจริงก็ไม่ทราบได้ พื้นฐานข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ศิลปะจะช่วยให้ชั่งน้ำหนักได้มากขึ้น และอีกส่วนคือจินตนาการที่เราใส่เข้าไป คือ หากข้อมูลเหลืออยู่ 5% จินตนาการคือ 95% ส่วนเอกสารประกอบอีก 5% ทำให้โบราณสถานมีความสมบูรณ์ขึ้นมาในรูปแบบการสันนิษฐาน

 


อย่างที่วัดราชบูรณะ ที่สามารถใช้รูปแบบอิงตามพระราชวังหลวงในกรุงเทพฯ ว่ามีเดิมแล้วมีโครงสร้างอย่างไร แต่ไม่ใช่ว่าเราจะเอารูปแบบพระราชวังหลวงมาใช้เลยไม่ได้ เพราะเป็นพระราชวังสมัยรัตนโกสินทร์ แต่วัดราชบูรณะอยู่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา จึงต้องมีการปรับรูปแบบสถาปัตยกรรมโดยดูความพอดีของยุคสมัยว่าควรจะถอยหลังไปอีกถึงยุคสมัยไหน  อย่างหลังคายังดีที่ยังเหลือโครงสร้างบางส่วนที่ยังสามารถเอามาเป็นหลักในการสันนิษฐานหลังคา แต่ไม่ได้หมายความว่าเราเกิดทันเห็น แต่เป็นเพียงรูปแบบสันนิษฐาน ซึ่งไม่ใช่รูปแบบจริง หากจะถามอีกว่าทำไมไม่ใส่สีต่างๆ ก็เพราะเราไม่สามารถที่จะทราบสีได้ในสมัยนั้น และหากแต่งเติมลงไปก็อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้น”  นักประวัติศาสตร์ศิลปะ กล่าว

 

สำหรับการนำเทคโนโลยีมาใช้กับโบราณสถานจะช่วยสร้างความเสมือนจริง สำหรับ นักประวัติศาสตร์ศิลปะ บอกว่า ทำให้ได้เห็นความสมบูรณ์โครงสร้างของวัดราชบูรณะมากขึ้น ทั้งพระปรางค์ประธานที่ล้อมรอบด้วยระเบียงคต พระวิหาร พระอุโบสถ เมื่อสแกนคิวอาร์โค้ด จะทำให้เราสามารถเทียบได้กับสถานที่จริง แต่ถึงไม่ได้อยู่ในสถานที่จริงก็สามารถเห็นรูปสแกนของวัดราชบูรณะ ตรงส่วนนี้จะทำให้ทุกคนในทุกที่สามารถรู้สึกเหมือนได้ไปยังสถานที่จริง  ซึ่งสิ่งที่เราทำก็มีคนคัดค้านอย่างมีเหตุผล นับว่าเป็นประโยชน์ต่อการทำงานด้านประวัติศาสตร์ ในการตรวจสอบเพื่อความทำให้งานมีความถูกต้องมากขึ้นอีก เพราะตนไม่ต้องการให้เชื่อ และทุกคนสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ เพราะนั้นคือสิ่งที่ทำให้ทุกคนได้คิด และจินตนาการสนุกไปกับการเที่ยวชมอุทยานประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งของไทย

 


หลบโควิด-19 อยู่บ้าน หากเบื่อที่จะต้องนอนดู Netflix ทั้งวันจะลองคลิกเข้าไปเที่ยวชมโบราณสถานต่างๆ ในประเทศไทย ผ่านแอพลิเคชั่น Ar Smart Herritage เชื่อว่าจะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศอันแสนเซ็งให้มาครื้นเครงได้ดีทีเดียวล่ะ

กอบแก้ว แผนสท้าน...เรื่อง

 

Share:

0 ความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์