วันพุธที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2564

สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ จ.ลำปาง ดีขึ้นตามลำดับ ล่าสุดจุดความร้อนที่พบในพื้นที่เหลือแค่หลักสิบต้นๆ ด้านหัวหน้าศูนย์บัญชาการควบคุมไฟป่ากรมป่าไม้ลำปาง เผยยังสามารถรับมือไฟป่าในขณะนี้

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์


นายอิศเรศ จิระรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมควบคุมไฟป่าภาคกลาง หัวหน้าศูนย์บัญชาการควบคุมไฟป่ากรมป่าไม้ ต.แม่ทะ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ได้เปิดเผยว่า  สถานการณ์การเกิดไฟป่า จ.ลำปางตั้งแต่เข้าเดือนมีนาคม 64  ไฟป่าลดลงมาก หลังจากก่อนประกาศห้ามเผา คือห้ามเผาวันที่ 1 มีนาคม 2564 ไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2564 ปรากฏว่าช่วง ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธุ์ 2564 ยาวมาจนถึงกลางคืนวันที่ 28 กุมภาพันธุ์ 2564 มีการเผากันจำนวนมาก สาเหตุหลักๆมาจาก ชิงเผาก่อนที่จะมีประกาศห้ามเผา และห้วงหยุดยาวชาวบ้านและเกษตรกรเร่งปรับพื้นที่กันหลายๆจุดส่งผลทำให้ ห้วงหยุดยาว 3 วัน ตรวจพบจุดความร้อน (Hotspot) ทั่วประเทศรวม 4,046 จุด ในจังหวัดลำปาง ตรวจพบจุดความร้อน รวม 3 วัน 682 จุด วันที่พบจุดความร้อนมากที่สุดคือวันที่ 28 กุมภาพันธุ์ 2564 มีมากถึง 405 จุดทั้ง 13 อำเภอในจังหวัดลำปาง

จากนั้นในวันที่ 1 มีนาคม 2564 ที่ มีประกาศจังหวัดลำปาง ห้ามเผาอย่างเด็ดขาด และเริ่มบังคับใช้กกหมายอย่างจริงจังและเข้มข้น ปรากฏว่า จุดความร้อนลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 1 มีนาคม 2564 พบจุดความร้อนทั้งจังหวัด 221 จุด ถือว่าลดลงมาเกือบครึ่งเท่าตัวเพียงแค่เวลา 1 วัน และวันที่ 2 มีนาคม 2564 พบจุดความร้อน 110 จุด และในวันที่ 3 มีนาคม 2564 พบจุดความร้อนเหลือเพียง 47 จุด ซึ่งถือว่ามาตรการดังกล่าวประสบผลเป็นที่น่าพอใจ



นายอิศเรศ  กล่าวว่า  อุปสรรคในการเข้าไปทำหน้าที่ดับไฟป่า ก็จะมีเพียงสภาพพื้นที่เกิดเหตุ เป็นหุบเขาสูงชัน หน้าผา พื้นที่เป็นกรวดลื่น ยากต่อการเข้าไปดับ จุดไหนอันตรายจึงต้องทำแนวกันไฟไว้เท่านั้น ซึ่งยังสามารถรับมือไฟป่าที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้   เรามีเจ้าหน้าที่จากหลายจังหวัดทางภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ให้เข้ามาประจำการที่ฐานเหยี่ยวไฟป่า จ.ลำปาง กว่า 200 นาย เพื่อที่จะปฏิบัติหน้าที่ คอยควบคุมไฟไหม้ป่าในพื้นที่ จังหวัดลำปาง และพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ เนื่องจากสภาพพื้นที่ทางภาคเหนือ มักเกิดปัญหาไฟป่า ที่ส่งผลทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ



ทั้งนี้ ในวันที่ 3 มีนาคม 64 ได้มีการะดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายฝ่าย เข้าไปตรวจสอบจุดความร้อนขนาดใหญ่ 2 จุดที่ บ้านแม่อิบ หมู่ 3 ต.บ้านกิ่ว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง  ซึ่งพบว่าอยู่ในป่าเขตอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย โดยในพื้นที่มีกำลังฝ่ายปกครองอำเภอแม่ทะนำ โดยนายอำเภอแม่ทะ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย ผู้ใหญ่บ้านบ้านแม่อิบ ชาวบ้านในพื้นที่ ได้เข้าไปดำเนินการแล้ว แต่ทราบว่าสภาพพื้นที่ค่อนข้างที่จะเกิดไฟไหม้ลุกลามที่รุนแรง ทางศูนย์บัญชาการควบคุมไฟป่ากรมป่าไม้ (เหยี่ยวไฟป่า) ได้มีการเสริมกำลัง  ไป 3 ชุดปฏิบัติงาน จำนวน 30 นาย เข้าไปในพื้นที่เพื่อเสริมกำลังควบคุมไฟป่า ที่เกิดขึ้นซึ่งคาดว่าจะสามารถควบคุมได้ทั้งหมด  ส่วนสถานการณ์ไฟป่าโดยรอบดอยพระบาทแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต พบว่าเริ่มคลี่คลายเพราะสามารถควบคุมได้แล้ว และพบจุดความร้อนเพียง 2 จุดเป็นพื้นที่ทางการเกษตร ท้องถิ่นในพื้นที่ดำเนินการแล้ว ส่วนพื้นที่อื่นคาดว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมได้ในเร็ววันนี้ และสถานการณ์ไฟป่าจะดีขึ้น




อย่างไรก็ตาม  ปัญหามลพิษทางอากาศ ยังคงมีผลกระทบต่อสุขภาพเพราะค่า PM2.5 ยังเกิดค่ามาตรฐานอยู่ เนื่องจากยังมีปัจจัยหลายด้าน นอกจากการเกิดไฟป่า ที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศเกินค่ามาตรฐาน

“ต้องยอมรับว่าไฟป่าทำให้เกิดฝุ่นPM2.5จริง แต่ฝุ่นเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากไฟป่า 100 เปอร์เซ็นต์ ถึงแม้ว่าไฟป่าจะลดลง แต่ค่าฝุ่นก็ยังสูงอยู่ในขั้นเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ  ซึ่งมาจากหลายปัจจัย เราก็พยายามที่จะไม่เพิ่มฝุ่นควันที่เกิดจากไฟป่าอีก เราทำเต็มที่ เจ้าหน้าที่อยู่ในป่า บล็อกพื้นที่ไม่ให้ผู้ที่เข้าไปล่าสัตว์ หาของป่าเข้าไปดำเนินการใดๆ ในช่วงนี้” ผอ.ศูนย์ส่งเสริมควบคุมไฟป่าภาคกลาง กล่าว.






Share:

0 ความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์