นางทิพา ปวีณาเสถียร ส.ส.ลำปาง เขต 1 พรรคประชาชน อภิปรายด่วนกลางสภาฯ จี้รัฐบาลยกระดับมาตรการจัดการฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดลำปาง และภาคเหนืออย่างเข้มงวด หลังพบวิกฤตฝุ่นพิษคุกคามหนักจนประชาชนล้มป่วย มีอาการหลอดลมอักเสบและเลือดกำเดาไหล ย้ำต้องจัดการที่ต้นตอและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด
นางทิพา
กล่าวว่า ปัจจุบันชาวลำปางไม่ได้เจอกับฝุ่นธรรมดา
แต่เป็นฝุ่นพิษที่ทำร้ายประชาชน
เป็นภัยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแต่เข้าสู่ร่างกายทุกลมหายใจ ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพโดยตรง
ทั้งระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจ และหลอดเลือด แต่รัฐบาลกลับนิ่งเฉย
มาตรการของรัฐไม่สามารถควบคุมต้นตอของปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
และกลายเป็นวิกฤตสุขภาพที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นางทิพา
ได้สะท้อนภาพความรุนแรงในพื้นที่ว่าฝุ่น PM2.5
ได้กลายเป็นภัยคุกคามสวัสดิภาพชีวิตของชาวลำปาง
ไม่ว่าจะเป็น เด็กเล็กจำนวนมากต้องหยุดเรียนเพื่อหนีฝุ่นพิษ
รวมถึงกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย ที่ถูกกักตัวอยู่แต่ในบ้าน
ส่วนแรงงานกลางแจ้งต้องรับความเสี่ยงสุขภาพอย่างเลี่ยงไม่ได้
ส่งผลให้ได้รับร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่าได้รับผลกระทบ ทั้งมีอาการแสบตา
แน่นหน้าอก และอาการรุนแรงอย่างเลือดกำเดาไหล
ซึ่งสะท้อนความล้มเหลวในการป้องกันของรัฐ
นี่ไม่ใช่แค่ค่าฝุ่น
แต่คือชีวิตจริงของชาวลำปาง ประชาชนไม่ได้ต้องการค่าตัวเลขรายงานวันต่อวัน
แต่ต้องการอากาศที่หายใจได้อย่างปลอดภัย
พร้อมเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการมาตรการเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพ
โดยเน้นย้ำความเข้มงวดใน 3 ด้านหลัก
ประกอบด้วย สั่งห้ามเผาเด็ดขาด โดยบังคับใช้กฎหมายควบคุมการเผาในที่โล่งอย่างเคร่งครัดและเข้มงวดที่สุด
เน้นย้ำกวาดล้างต้นตอไฟป่าจัดการปัญหาไฟป่าอย่างจริงจัง
ทั้งในด้านการป้องกันเชิงรุกและการเข้าควบคุมสถานการณ์ที่รวดเร็ว ที่สำคัญคือ การจัดหาสวัสดิการเร่งด่วนให้ประชาชน รัฐต้องจัดหาหน้ากากอนามัย และพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจนและทันท่วงทีแก่ประชาชน
ในช่วงท้าย
นางทิพา ยืนยันว่า อากาศสะอาดคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องหยิบยื่นให้ประชาชน ขณะนี้ชาวลำปางและคนภาคเหนือกำลังรอคอยการบังคับใช้
"พ.ร.บ.อากาศสะอาด" อย่างเป็นรูปธรรม
เพื่อให้รัฐมีอำนาจและกลไกที่เข้มงวดพอในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง และทำให้ประชาชนกลับมาหายใจได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง








0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น