วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ผู้ค้าหลักเมืองไม่ปลื้ม ไม่ขึ้นค่าเช่า3%


มติที่ประชุมคณะกรรมการจัดหารายได้เทศบาลฯ  ร่วมหาทางออกตลาดหลักเมือง  ไม่ขึ้นค่าเช่า 3 เปอร์เซ็นต์-เปลี่ยนมาขายรายวันได้  ยื่นรายงานเสนอให้ผู้ว่าฯเห็นชอบ เพื่อแจ้งกลุ่มผู้ค้าในตลาดทราบตามขั้นตอน  รองนายกฯระบุหากยังไม่พึงพอใจ อาจต้องยื่นข้อเสนอและพิจารณาใหม่  ขณะที่ผู้ค้ายังไม่ปลื้ม เพราะไม่ได้ปรับลดอะไรเลย

จากกรณีที่กลุ่มผู้ค้าในตลาดเทศบาล 1 หรือตลาดหลักเมือง ต.หัวเวียง อ.เมือง จ.ลำปาง ได้รวมตัวกันร้องเรียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ขอให้ระงับการต่อสัญญาเช่าตลาด เนื่องจากเห็นว่าสัญญาไม่เป็นธรรม ต้องจ่ายค่าเช่าเพิ่มทุก 3 ปี ทั้งที่เศรษฐกิจตกต่ำค้าขายไม่ดี  กระทั่งเมื่อวันที่  23 ก.ย.58 นายมงคล สุกใส รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ในขณะนั้น ได้เรียกประชุมฝ่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับตัวแทนกลุ่มผู้ค้าเพื่อหาทางออกร่วมกัน ผลสรุปให้คณะกรรมการจัดหาผลประโยชน์เทศบาลนครลำปาง ร่วมประชุมกำหนดค่าเช่าใหม่ ให้เป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

เมื่อวันที่ 26 ต.ค.58  คณะกรรมการจัดหาผลประโยชน์เทศบาลนครลำปาง อาทิ นายกเทศมนตรีนครลำปาง ปลัดเทศบาลนครลำปาง  โยธาธิการและผังเมือง  ธนารักษ์พื้นที่  นายอำเภอเมืองลำปาง ฯลฯ ได้ร่วมกันประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาค่าเช่าตลาดหลักเมืองดังกล่าว โดยมีนายสมเกียรติ อัญชนา รองนายกเทศมนตรี เป็นตัวแทนของนายกเทศมนตรี เป็นประธานในการประชุม  ซึ่งมติในที่ประชุมในเบื้องต้น กำหนดให้ค่าเช่าต่างๆยังคงอยู่ที่ราคาเดิม  แต่จะไม่มีการขึ้นค่าเช่า เปอร์เซ็นต์ตามที่ระบุในแนบท้ายสัญญา  พร้อมกับให้หาผู้ที่สนใจจะเข้ามาจำหน่ายเป็นรายวันในพื้นที่ที่ยังว่างอยู่ ส่วนผู้ค้าเดิมที่ต้องการเปลี่ยนมาเป็นรายวัน ก็จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้

นายสมเกียรติ อัญชนา เปิดเผยว่า  ที่ประชุมได้มีมติให้ตัดค่าเช่าที่ต้องเพิ่มขึ้น 3 เปอร์เซ็นต์ตามแนบท้ายสัญญาเก่า  ส่วนค่าเช่าแผงก็ยังคงเป็นราคาเดิมตามที่กำหนดไว้ โดยในที่ประชุมให้เหตุผลว่า หากปรับลดลงราชการก็จะเสียผลประโยชน์ แต่เนื่องด้วยสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทราบดีว่าทางกลุ่มผู้ค้าขายของไม่ดี จึงได้ตัดเรื่องเพิ่มค่าเช่า 3 เปอร์เซ็นต์ออกไป  นอกจากนั้นยังได้มีการพูดคุยกันถึงการเก็บค่าแผงเป็นรายวัน  ซึ่งทางคณะกรรมการฯได้เสนอว่ายังมีแผงที่ว่างอยู่ในตลาดอีกหลายแผง ควรจะเปิดให้ผู้ค้าที่จะเช่าเป็นรายวันเข้ามาขายได้ เพื่อให้ตลาดมีความคึกคักมากขึ้น  ส่วนผู้ค้าเดิมที่เคยเช่ารายเดือนแล้วต้องการเปลี่ยนไปจ่ายแบบรายวันก็ไม่ขัดข้อง  ซึ่งจะต้องยกเลิกสัญญา และต้องทำตามกฎระเบียบ เช่น จะต้องเก็บของออกจากแผงทุกวัน ไม่สามารถจับจองพื้นที่เป็นของตัวเองได้  เพราะต้องเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาขายด้วย

รองนายกเทศมนตรี กล่าวอีกว่า  เมื่อมีมติในที่ประชุมแล้ว ก็จะทำรายงานส่งไปให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาอีกครั้ง ว่าเห็นชอบตามมติของคณะกรรมการฯหรือไม่ หากเห็นชอบทางเทศบาลก็จะแจ้งให้ผู้ค้าทราบ เพื่อสอบถามผู้ค้าว่าเห็นชอบหรือไม่  แต่ถ้าหากว่าผู้ค้ายังไม่พอใจ ก็อาจต้องยื่นข้อเสนอเข้ามาใหม่ และคณะกรรมการฯ จะต้องนำไปประชุมพิจารณาอีกครั้ง  ซึ่งในเรื่องนี้ ยืนยันว่าเทศบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และรับทราบปัญหาของผู้ค้า  ในส่วนของเทศบาลเองต้องแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด เนื่องจากต้องเสียผลประโยชน์ในช่วงที่อยู่ระหว่างดำเนินการเช่นกัน

ทั้งนี้ ลานนาโพสต์ได้สอบถามไปยังกลุ่มผู้ค้าในบางราย ว่าหากค่าเช่ายังเท่าเดิม  แต่ตัดค่าเช่าที่ต้องจ่าย เปอร์เซ็นต์ออกไป ทางกลุ่มผู้ค้าพอจะรับไหวหรือไม่  นายระพีภัทร์  เพียรเพิ่มภัทร  ตัวแทนชมรมพ่อค้าแม่ค้าตลาดหลักเมือง  กล่าวว่า  คงจะรับไม่ได้กับข้อตกลงนี้ เนื่องจากว่าไม่ได้ปรับลดอะไรให้เลย ซึ่งผู้ค้าอยากให้มีการปรับลดค่าเช่าหลักมากกว่า  ตนเห็นว่าหลังจากมีมติที่ประชุมออกมาแล้ว ทางเทศบาลควรจะเรียกกลุ่มผู้ค้า และทางจังหวัด ไปประชุมร่วมกันอีกครั้ง เพื่อแจ้งมติตรงนี้ให้ทราบว่าเห็นด้วยตรงกันหรือไม่ ซึ่งในการประชุมกับรองผู้ว่าฯท่านเดิม นายมงคล สุกใส ได้บอกในที่ประชุมว่าให้มีการร่วมประชุมกันทั้ง 3 ฝ่าย ไม่เช่นนั้นก็หาทางออกไม่ได้สักที  ทางกลุ่มผู้ค้าก็ไม่อยากจะดื้อแพ่งไม่จ่ายค่าเช่าให้กับเทศบาล อยากให้เรื่องจบลงเหมือนกัน  หากว่ามติออกมาเป็นเช่นนี้จริงคงจะต้องร่วมประชุมกับกลุ่มผู้ค้ากันอีกครั้งว่าจะเป็นไปในทิศทางใด

ด้านนางอำไพ   แม่ค้าขายผัก กล่าวว่า  ถ้าไม่ได้จ่ายเพิ่ม 3 เปอร์เซ็นต์ก็ดี แต่อยากให้ลดค่าเช่าแผงลงด้วย เพื่อลดภาระให้กับผู้ค้าในตลาดที่ค้าขายไม่ได้

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1052 วันที่ 30 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน 2558)
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support