วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ลึก ไม่ลับ เปิดหน้าไพ่ กฎหมายคุมสื่อ !

  จำนวนผู้เข้าชม Hit Web Stats

นบรรยากาศที่ผู้นำประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หงุดหงิดหัวใจกับการทำงานของสื่อวันละ 3  เวลา และในสถานการณ์ที่คนบริโภคข่าวสาร เสื่อมศรัทธาในสื่อที่ไม่มีความรับผิดชอบ ในการนำเสนอภาพและข่าวที่เป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่น เช่นกรณีการถ่ายทอดสด อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ยิงตัวตาย
           
กระหึ่มแห่งเสียงเรียกร้องให้มีการจัดการสื่ออย่างเด็ดขาด มีกฎหมายคุมเข้มสื่อที่ละเมิดก็ดังขึ้น
           
ในขณะที่องค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย รวมทั้งสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กลายเป็นเป็ดง่อย อ่อนเปลี้ยเสียขา ไม่สามารถจัดการอะไรได้ ร้ายกว่านั้นคือสื่อในสังกัดผู้นำองค์กรวิชาชีพนั้นเอง กลับตกเป็นจำเลยที่ฝ่าฝืนแนวปฏิบัติด้านจริยธรรมที่ตัวเองร่างขึ้นมา
           
สภาพอันวังเวงในหลักการกำกับ ดูแลกันเองขององค์กรวิชาชีพนี่เอง ที่ทำให้ความชอบธรรมในการตรากฎหมาย ที่มี “สภาพบังคับ” ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพสื่อทั้งหลายต่อต้านกันมานาน มีมากขึ้น และถึงแม้ “จอกอ” ในฐานะสื่อคนหนึ่งจะเคยยืนหยัดในแนวทางเดียวกับผู้ร่วมวิชาชีพ คือปฏิเสธการมีกฎหมายอย่างสิ้นเชิงในทุกกรณี แต่เมื่อวันนี้ได้เข้ามามีบทบาทในการร่วมร่างกฏหมายคุมสื่อ ความคิดก็เปลี่ยน และเริ่มเชื่อว่า การมีกฎหมายที่มีสภาพบังคับกับสื่อที่ละเมิดจริยธรรม ชนิดกระทำความผิดติดนิสัยนั้น คงปฏิเสธไม่ได้แล้ว
           
มีกฎหมายอย่างน้อย ฉบับที่จะต้องพิจารณา และผลักดันให้มีสภาพบังคับ แต่หลักคิดสำคัญที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงสำหรับ “จอกอ” คือ จะต้องมีกลไกสนับสนุนให้องค์กรวิชาชีพสื่อเข้มแข็ง และสามารถจัดการดูแลกันได้อย่างแท้จริง แปลว่า มาตรการทางสังคม ควรเป็นมาตรการแรกในการจัดการสื่อที่ละเมิด
           
ถ้าได้ทำทุกวิถีทางแล้ว องค์กรวิชาชีพสื่อยังมีสภาพลูบหน้า ปะจมูก ผู้นำองค์กรยังไม่สามารถยืนยันความเป็นอิสระจากสังกัด  ไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ ไม่กล้าตำหนิสื่อในสังกัดตัวเองที่ทำผิด ก็คงต้องยอมรับบทบาทของ “สภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ” ที่จะเกิดขึ้นด้วย ร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน
           
นอกจากร่างกฎหมายดังกล่าวแล้ว จะมีการแก้ไข ร่าง พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550 ที่ใช้มาเกือบ 10 ปี สมควรทบทวนและแก้ไข ให้สอดคล้องกับบริบททางสังคมที่เปลี่ยนไป
           
จอกอ ในอีกบทบาทหนึ่งของผู้ชำนาญการ ประจำกรรมาธิการสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เสนอให้แก้ไขประเด็น การกำหนดให้สิ่งพิมพ์ที่จะจดแจ้งตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะต้องสังกัดองค์กรวิชาชีพที่มีข้อบังคับด้านจริยธรรม เป็นการล้อมคอกไว้ชั้นหนึ่งก่อน เพื่อสนับสนุนให้เกิดสภาวิชาชีพที่แข็งแรง และดูแลกันเองได้ ตาม ร่าง พ.ร.บ.สภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ
           
แต่ไม่ว่ากฎหมายฉบับใด มีเรื่องน่าเป็นห่วงว่าจะมีการ “สอดไส้” ใส่หลักการรัฐคุมสื่อโดยตรง เช่น ความพยายามในการแก้ไข พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ ที่จะให้อำนาจกับตำรวจ  หรือ ร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ที่ยังไม่แน่ใจว่า จะถูก “แปลงสาร” เป็นแบบใด เมื่อเข้าสู่กระบวนการของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
           
เนื่องเพราะสื่อเป็นเช่นนี้  จึงยากที่จะปฏิเสธการควบคุมโดยรัฐ สำคัญว่าองค์กรวิชาชีพสื่อ จะมีคำตอบแก่สังคมอย่างไรว่า ถ้าไม่ต้องการกฏหมาย แล้วจะมีสิ่งใดเป็นหลักประกันว่าสื่อจะไม่ละเมิดอีก

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1082 วันที่ 10 - 16 มิถุนายน 2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support