วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2560

ยึดคืนพันไร่ ปลูกข้าวโพดจุดหมอกควัน แม่เมาะสูงสุด คาดมลพิษลด

จำนวนผู้เข้าชม Must See Places In Paris

ยึดป่าคืนกว่า 2,000 ไร่  ในรอบปี 59 เป็นพื้นที่ปลูกข้าวโพดกว่าครึ่ง ยึดเพิ่มขึ้นกว่าเดิมโดยเฉพาะที่ อ.แม่เมาะ ส่วน อ.งาว คดีลดลง   ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติฯ คาดปัญหาหมอกควันปีนี้จะดีขึ้น

ในรอบปี 2559 ที่ผ่านมา ลานนาโพสต์ได้มีการนำเสนอข่าวการตรวจยึดพื้นที่บุกรุกป่าอย่างต่อเนื่อง มากกว่า 10 คดี   ซึ่งในการบุกรุกพื้นที่ป่าส่วนใหญ่เป็นการใช้พื้นที่ทำการเกษตร โดยการปลูกข้าวโพดมากว่าครึ่งหนึ่ง  ส่วนอื่นๆจะเป็นการปลูกต้นยางพารา ต้นปาล์มน้ำมัน และก่อสร้างที่พักอาศัย
           
เริ่มตั้งแต่เดือน มิ.ย. 59 ได้มีการยึดพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่งาวฝั่งซ้ายป่าห้วยแม่โป่ง หมู่ 2 ต.บ้านร้อง อ.งาว จ.ลำปาง จำนวนทั้งหมด 140 ไร่  ซึ่งพบว่าได้มีการแผ้วถางป่าตัดต้นไม้เตรียมปลูกข้าวโพด   ต่อมาเดือน ก.ค. 59  เจ้าหน้าที่ตรวจยึดพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนวังแปลง 1 บริเวณหลังหมู่บ้านผาช่อ หมู่ 1 ต.ร่องเคาะ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง  ซึ่งถูกบุกรุกแผ้วถางรวมเนื้อที่กว่า 10 ไร่ ในเดือนเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แจ้ห่ม   ได้ร่วมกันเข้าตรวจยึดพื้นที่ป่าถูกบุกรุกแผ้วถาง เนื้อที่ 108 ไร่  16 ตารางวา บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนวังแปลงที่ 1  เขตบ้านห้วยวาด หมู่ 1 ต.ทุ่งผึ้ง อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง  สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นการถูกบุกรุกใหม่ มีการปลูกข้าวโพด  และเตรียมการปลูกต้นยางพารา

เดือน ก.ย.59 เข้าตรวจสอบ หจก.โรงโม่หินศรีวิเศษ 99 จำกัด หมู่ 8 ต.แม่ทะ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง หลังพบว่าได้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าเข้าไปทำการระเบิดหินโดยไม่ได้รับอนุญาต  รวมประมาณ 44 ไร่  อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่จาง จำนวน 21 ไร่ และเป็นพื้นที่ สปก.จำนวน 23  ไร่ จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ พร้อมแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย   และอีกคดี คือ ขอคืนผืนป่าจากกลุ่มชาวเขานอกพื้นที่ ที่เข้าไปจับจองพื้นที่กลางหุบเขาลึก ในเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท บริเวณเขตรอยต่อพื้นที่ 3 อำเภอ คือ  ต.บ้านอ้อน อ.งาว  ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ และ ต.เมืองมาย อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง  ที่อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ต๋า-ป่าแม่มาย ซึ่งเป็นป่าเตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท  สามารถตรวจยึดได้ทั้งหมด 19 แปลง พื้นที่กว่า 300 ไร่

เดือน  พ.ย. 59  เข้าตรวจยึดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่เรียง เขตบ้านแม่กึ๊ด หมู่  1 ต.ทุ่งงาม อ.เสริมงาม จ.ลำปาง  ที่ถูกบุกรุกจากกลุ่มนายทุนและชาวบ้านที่เข้ามาจับจองพื้นที่ป่า และล้อมด้วยรั้วลวดหนามไว้ใช้เป็นพื้นที่ทำกิน รวม 15 แปลง เนื้อที่ทั้งหมด 173 ไร่  ต่อมาเดือน ธ.ค. 59 เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดห้องพักไม่มีเลขที่ บ้านห้วยคิง หมู่ 6 ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง  หลังตรวจวัดจับพิกัดแล้วพบว่าพื้นที่การครอบครองและก่อสร้างแห่งนี้ เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่เมาะ ถูกยึดถือครอบครอง เนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน 53 ตารางวา  ไม่สามารถที่จะเข้ามาก่อสร้างอาคารและเปิดห้องพักโรงแรมได้  อีกคดีของเดือน ธ.ค.59   เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบป่าท้ายหมู่บ้าน เขตติดต่อระหว่างบ้านห้วยฮี หมู่ 7 และบ้านจำบอนเก่า หมู่ 10 ต.ต้นธงชัย อ.เมือง จ.ลำปาง  หลังได้รับการร้องเรียนว่า แปลงปลูกปาล์มน้ำมันแห่งนี้ ได้รุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ การปลูกต้นกล้าปาล์มน้ำมันความสูงประมาณ 1 เมตร แล้วหลายร้อยต้น พบว่า พื้นที่รุกป่าแผ้วถางครั้งนี้ มีมากถึง 35 ไร่เศษ สร้างความเสียหายแก่ผืนป่าบริเวณกว้าง ซึ่งทั้งหมดอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ทรายคำ  
           
จากการสรุปข้อมูลพื้นที่ถูกบุกรุกแผ้วถางพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จ.ลำปาง  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2558-2559 ของสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ลำปาง พบว่า ในปี 59 มีการตรวจยึดและดำเนินคดี 139 คดี  พื้นที่มากถึง 2,065-0-87 ไร่  ยึดได้มากที่สุดที่ อ.แม่เมาะ 413-1-29 ไร่  รองลงมาคือ อ.เกาะคา 342-2-13 ไร่   อ.แจ้ห่ม 341-2-41 ไร่  อ.งาว 281-3-11 ไร่   และ อ.เถิน 257-2-3 ไร่    เมื่อเปรียบเทียบกับปี 58 แล้ว พบว่ามีการยึดคืนพื้นที่ป่าได้เพิ่มมากขึ้น  ซึ่งในปี 58  สามารถตรวจยึดได้ 1,987-10-7.75            ไร่  มากสุดที่ อ.งาว  578-2-54 ไร่  อ.เถิน  374-0-23 ไร่  อ.เมือง 367-1-44 ไร่  อ.แม่พริก 285-0-07 ไร่    ขณะที่ อ.งาวมีการยึดพื้นที่ลดลงมาก แต่ที่ อ.แม่เมาะ มีการยึดเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
           
ส่วนข้อมูลพื้นที่ถูกบุกรุกแผ้วถางพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จ.ลำปาง     ปี 59 จับกุมได้ 31 คดี  รวมพื้นที่ 176-0-82  ไร่  อ.งาวสูงสุด  109-2-9  ไร่  อ.แจ้ห่ม 46-1-37 ไร่  อ.เมือง  19-1-28 ไร่   ส่วนปี 58  ตรวจยึดได้ 476-1-42 ไร่  อ.งาว  362-0-13 ไร่  อ.แจ้ห่ม  53-2-80  ไร่  อ.เมืองปาน 25-3-76 ไร่  อ.เมือง และ อ.แม่เมาะ ประมาณ 10 ไร่เศษ  จะเห็นได้ว่าการตรวจยึดพื้นที่ป่าอนุรักษ์ลดลง  ส่วนการตรวจยึดพื้นที่ป่าสงวนมีเพิ่มมากขึ้น
           
นายเมืองแมน เกิดนานา  ผอ.สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ลำปาง เปิดเผยว่า ส่วนใหญ่ปัญหาที่บุกรุกคือ ป่าสงวนแห่งชาติ  ส่วนพื้นที่ป่าอนุรักษ์ชาวบ้านทราบว่ามีข้อกฎหมายค่อนข้างรุนแรง และเป็นพื้นที่อุทยานดำเนินการเข้มข้น  ขณะที่ป่าสงวนจะเป็นพื้นที่เสื่อมโทรม มีชาวบ้านบุกรุกอยู่ก่อนแล้วจึงมีการรุกเพิ่ม  แต่  จ.ลำปาง ถือว่าคดีการจับกุมยังน้อยอยู่ ถ้าดูจากสภาพป่าของเรายังอุดมสมบูรณ์มากกว่าจังหวัดอื่นๆอีกมาก ทั้งนี้ ก็ต้องป้องกันไม่ให้ลุกลามมากขึ้นกว่านี้ ไม่ให้ขยายวงกว้างออกไป  ขณะเดียวกันศักยภาพของกรมป่าไม้ มีหน่วยป้องกันและรักษาป่า ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ทางกระทรวงเองก็พยายามที่จะปรับโครงสร้างอยู่ โดยเฉพาะหน่วยป้องกันและรักษาป่าฯ 

การดำเนินการเด็ดขาดก็ทำไม่ได้ เพราะทางรัฐบาลก็มีนโยบายหลายนโยบายที่จะจัดสรรที่ทำกินให้กับราษฎร ซึ่งมีทั้งที่ สปก. และ ที่ดินตามมติ ครม.30 มิ.ย.41  ส่วนใหญ่เป็นราษฎรที่เข้าไปจับจองพื้นที่ หากลงไปจับกุมทั้งหมดแล้วเขาก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน ก็จะเป็นเรื่องของมนุษยธรรมตามมาอีก  ส่วนหนึ่งเรื่องแผนที่วันแม็ปยังไม่ประกาศใช้เป็นทางการ ซึ่งเส้นแผนที่บางพื้นที่ยังมีพื้นที่ทับซ้อนกันอยู่ จึงหาเจ้าภาพที่แท้จริงยังไม่ได้   ทุกวันนี้หากมีการเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ก็ยังคงใช้แผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมปี 2545 อยู่  ตามจริงแล้วควรจะมีความทันสมัยกว่านี้ แต่ปัจจุบันก็ยังไม่มีข้อมูลอัพเดทใหม่ ถ้ามีวันแม็ปก็จะนำมาใช้ควบคู่กันได้ดีขึ้น  ในส่วนของ จ.ลำปาง ทางผู้ว่าฯสุวัฒน์  ได้มีนโยบายว่า อาจจะต้องปรับเปลี่ยนในเรื่องของการปลูกพืชที่เป็นไม้ยืนต้นมากขึ้น โดยการให้อยู่ในพื้นที่เดิม เช่น จากที่ปลูกข้าวโพดให้เปลี่ยนมาปลูกผลไม้ยืนต้นที่ทำรายได้แทน  

ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติฯ กล่าวต่อไปว่า  การที่จะดำเนินการได้ก็คือเรื่องการควบคุมไม่ให้ขยายพื้นที่ออกไปมากกว่านี้   และที่จะจับกุมได้จะเป็นกลุ่มของนายทุนมากกว่า  ซึ่งการจะทราบได้ว่าเป็นกลุ่มนายทุนหรือชาวบ้านนั้น สามารถดูได้จากสภาพพื้นที่ หากมีการบุกรุกมากเป็น 100 ไร่ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนายทุนเข้ามา เพราะชาวบ้านทำไม่ได้มากขนาดนี้ จะทำกินก็ประมาณ 10-20 ไร่เท่านั้น  

เมื่อสอบถามว่า การยึดป่าเพิ่มมากขึ้นจะส่งผลให้ปัญหาหมอกควันลดลงหรือไม่ เตรียมการอย่างไร   นายเมืองแมน กล่าวว่า  การเตรียมการเรื่องหมอกควันอยู่ในช่วงมาตรการเตรียมการถึงเดือนกุมภาพันธ์  โดยใช้ระบบการประสานงานกับทางอำเภอ ให้นายอำเภอมีอำนาจในการสั่งการ รวมทั้งแต่ละหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่นั้นๆดูแลพื้นที่ของตนเองในช่วงห้ามเผา  ตอนนี้เริ่มทยอยจัดการวัชพืช ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงไปบางส่วน เพื่อลดการสะสม  คาดว่าปีนี้จะดีขึ้น  กำหนดวันงดเผา 89 วัน เริ่มตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 30 เมษายน 60 

นอกจากนั้นยังมีแผนจะย้ายเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ เนื่องจากที่ อ.แม่เมาะ มีอยู่ 3 เครื่อง  ซึ่งไม่ใช่เป็นค่ากลางของ จ.ลำปาง  เป็นการวัดเฉพาะบริเวณดอยพระบาท ทางผู้ว่าฯ จึงเห็นควรว่าจะให้ย้ายเครื่องเดิมกระจายไปอำเภออื่นๆบ้าง  ในอำเภอที่มีจุดฮอตสปอตเยอะ เช่น อ.แจ้ห่ม อ.งาว   ซึ่งอยู่ที่ชุมชนของ อ.แม่เมาะด้วยว่าจะยอมให้ย้ายหรือไม่  ส่วนทางกรมควบคุมมลพิษยินดีที่จะย้ายให้

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1111 วันที่  6 - 12  มกราคม 2560 )
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support