วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ยึดคืนร้อยไร่ นายทุนรุกป่า ปลูกข้าวโพด

จำนวนผู้เข้าชม website counter

เจ้าหน้าที่ลำปางตามยึดคืนทวงคืนผืนป่าเกือบ 100 ไร่ เขตบ้านผาช่อ ต.ร้องเคาะ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง หลังถูกนายทุนรุกหนักแผ้วถางป่าเพื่อปลูกข้าวโพด หวั่นป่าต้นน้ำวังถูกทำลาย  ย้ำกำนัน ผู้ใหญ่บ้านร่วมสอดส่อง ห้ามชาวบ้านอย่างเด็ดขาด

เมื่อวันที่ 14 ก.พ.60 ที่ผ่านมา กำลังเจ้าหน้าที่ ป่าไม้ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จ.ลำปาง กว่า 50 นาย โดยการอำนวยการของนาย นายชูเกียรติ พงศ์ศิริวรรณ ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) นายสุเทพ พุทชา ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 ลำปาง ประสานกำลัง เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ ลป.11 (ร่องเคาะ) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ ลป.10 (แม่สุก) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สายตรวจปราบปรามฯ ประจำสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) สายที่ 1 เจ้าหน้าที่ทหารค่ายฝึกรบพิเศษที่ 3 ประตูผา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. สายที่ 1ลำปาง ตำรวจ ศปทส.ภ.5 สายที่ 1 ลำปาง ตำรวจ กก.สส.ปทส.ภ.จว.ลำปาง ตำรวจ สภ.ร่องเคาะ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอวังเหนือ เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จ.ลำปาง ร่วมกันเดินทางเข้าไปตรวจสอบพื้นที่รุกป่าแผ้วถางป่าเพื่อปลูกข้าวโพดและพืชผลทางการเกษตร บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนวังจำนวน 3 จุด ในเขตบ้านผาช่อ หมู่ 1 ต.ร่องเคาะ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง

โดยจุดแรก มี 1 แปลง พบพื้นที่บุกรุกแผ้วถางเป็นบริเวณกว้าง ทางเจ้าหน้าที่ได้เดินตรวจสอบพิกัดทาง GPS พบพื้นที่ถูกบุกรุกแผ้วถาง เนื้อที่ 28 – 2– 96 ไร่  ค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 1,954,320 บาท ส่วนจุดที่ 2 อยู่ไม่ห่างกันมากนัก ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบว่าผืนป่าถูกแผ้วถางเป็นบริเวณกว้างมีการลงแปลงปลูกข้าวโพดที่กำลังงอกออกจากเมล็ด แต่ไม่พบตัวผู้กระทำผิด เจ้าหน้าที่ได้เดินตรวจสอบพิกัดทาง GPS พบพื้นที่ถูกบุกรุกแผ้วถาง เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนวังแปลงที่ 1 ถูกบุกรุกแผ้วถาง จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 44–1–21 ไร่  ค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 3,012,570 บาท จากนั้นได้เข้าไปตรวจจุดที่ 3 ที่ได้รับการร้องเรียนว่ามีการแผ้วถางป่าเช่นกันอยู่ห่างจากจุดที่ 2 ไปอีกไม่มากนัก เจ้าหน้าที่ก็ตรวจพบสภาพป่าถูกแผ้วถางอย่างหนักอีกเช่นกัน เมื่อเดินตรวจสอบพิกัดทาง GPS พบพื้นที่ถูกบุกรุกแผ้วถาง เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนวังแปลงที่ 1 ถูกบุกรุกแผ้วถาง จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 18-2-71ไร่  ค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 1,270,070 บาท ซึ่งในการตรวจยึดผืนป่าครั้งนี้ไม่พบตัวผู้กระทำผิด เนื่องจากได้ไหวตัวหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปถึง

ส่วนการเข้าตรวจสอบและตรวจยึดผืนป่าที่ถูกบุกรุกในครั้งนี้ จากการสืบทราบของเจ้าหน้าที่ว่ามีการลักลอบตัดไม้และแผ้วถางป่า อยู่บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนวังแปลง 1 ท้องที่บ้านผาช่อ หมู่ 1 ต.ร่องเคาะ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง  คณะเจ้าหน้าที่ดังกล่าวข้างต้นได้สนธิกำลังร่วมกันออกตรวจปราบปรามฯ  ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยอาศัยอำนาจตาม  กฎอัยการศึกของ คสช. ทั่วราชอาณาจักรไทย ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 13/2559  เรื่อง การป้องกันและปราบปราบการกระทำผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ สั่ง ณ วันที่ 29 มีนาคม 2559 และคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 64/2557  เรื่อง การปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทรัพยากร ป่าไม้ ลงวันที่ 14 มิ.ย.2557  ตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าในจังหวัดลำปาง ตามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กองทัพบก และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะเจ้าหน้าที่ร่วมกันออกตรวจโดยใช้รถยนต์ของทางราชการออกตรวจลาดตระเวนไปตามถนนเส้นทางหลวงหมายเลข ลป.1035 แจ้ห่ม วังเหนือ แล้วขับเลี้ยวเข้าไปตามเส้นทางเข้าหมู่บ้านใหม่สามัคคี(ห้วยวาด)  เมื่อออกตรวจมาถึงบริเวณป่าด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือบ้านผาช่อ พบพื้นที่ป่าถูกบุกรุกแผ้วถางและพบร่องรอยการเข้าทำประโยชน์เป็นพื้นที่บริเวณกว้างอยู่ติดกับเส้นทางดังกล่าว   จึงลงไปตรวจสอบ ตรวจไม่พบบุคคลใด สิ่งของ หรือยานพาหนะอื่นใดอยู่ในบริเวณดังกล่าวและบริเวณใกล้เคียง จึงไม่ทราบว่าเป็นการกระทำของบุคคลใด ตรวจดูในแปลงป่าถูกบุกรุกพบซากต้นข้าวโพดขึ้นกระจัดกระจายอยู่ทั่วแปลง  ต้นข้าวโพดลำต้น และใบแห้ง ผ่านการเก็บเอาผลผลิตไปแล้ว พบต้นวัชพืช ต้นหญ้า ขึ้นอยู่ทั่วพื้นที่แปลงบุกรุก คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจวัดพิกัดบริเวณป่าที่ถูกบุกรุกโดยใช้เครื่องมือสื่อสารตรวจวัดหาค่าพิกัดทางภูมิศาสตร์โดยใช้สัญญาณ ผ่านดาวเทียม GPS ตรวจสอบพิกัดบริเวณดังกล่าวพบว่าบริเวณดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนวังแปลง 1 จึงได้ทำการตรวจยึดและแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ที่ สภ.ร่องเคาะเพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

 ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจตราและเข้มงวดกวดขันพื้นที่เสี่ยงต่อการุกแผ้วถางป่าอย่างเข้มข้นมากขึ้น เนื่องจากผืนป่าแห่งนี้เป็นป่าตันน้ำวังที่ถือว่าเป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดลำปาง หากยังมีการบุกรุกแผ้วถางป่าเรื่อยๆจะส่งผลกระทบด้านอื่นๆตามมา พร้อมทั้งประสานแจ้งผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ให้ขอความร่วมมือกับชาวบ้านไม่ให้เข้าไปแผ้วถางป่าบุกรุกป่าอย่างเด็ดขาด หากตรวจพบการกระทำผิดจะจับกุมดำเนินคดีทันทีโดยข้อกล่าวหาค่อนข้างหนักและรับโทษสูง

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1117 วันที่  17 - 23 กุมภาพันธ์ 2560 )
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support