วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

'ประพัฒน์' หนุน เลี้ยงแพะแทน แก้หมอกควันพืชไร่

จำนวนผู้เข้าชม website counter

ประธานสภาเกษตรฯ หนุนเกษตรกรเลี้ยงแพะแกะ แทนการปลูกข้าวโพด มันสำปะหลัง  หลังทดลองในกลุ่มผู้เลี้ยงมาแล้ว 3 ปี เผยรายได้ดีปีละแสน  อีกทั้งลดปัญหาหมอกควันไฟป่า และลดปัญหารุกป่าได้ 100 เปอร์เซ็นต์   ขณะที่พืชไร่ใกล้ล้มละลาย คนปลูกยิ่งจน คนค้าเมล็ดพันธุ์ยิ่งรวย

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เผยถึงการปรับเปลี่ยนอาชีพการปลูกพืชไร่มาทำการปศุสัตว์ว่า ใน จ.ลำปาง จะมีพื้นที่แล้งน้ำหลายแห่ง เช่น อ.แจ้ห่ม วังเหนือ แม่พริก เถิน สบปราบ เป็นต้น  สภาพป่าดั้งเดิมจะเป็นป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง หน้าแล้งไม่มีน้ำไหล  ซึ่งการทำเกษตรในพืชที่ใช้น้ำเยอะ และพืชไร่หลายตัวจึงต้องอาศัยปริมาณน้ำฝนที่ดี เช่น ข้าวโพด ถ้าฝนไม่ดีผลผลิตก็จะไม่ดี  ปัจจุบันพืชไร่หลายตัวเป็นพืชอับแสง คือพืชไม่มีอนาคตแล้ว เพราะประเทศเพื่อนบ้านปลูกมาก ที่สำคัญคือเราสู้ต้นทุนเขาไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องค่าแรงประเทศเพื่อนบ้านค่าแรงอยู่ 1 ใน 3 ของประเทศไทย  จึงชักจูงเกษตรกรพื้นที่แล้งน้ำให้คิดใหม่ โดยการทำอย่างอื่นแทนการปลูกข้าวโพด มันสำปะหลัง และข้าว   โดยส่วนตัวเคยปลูกส้มโชกุนใน อ.แจ้ห่ม มาก่อนก็ได้ประสบปัญหาเรื่องน้ำไม่เพียงพอ จึงค่อยๆเปลี่ยนมาเป็นเกษตรผสมผสาน มีการเลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู เลี้ยงแกะ เลี้ยงแพะ  ซึ่งการทำปศุสัตว์ไม่ต้องใช้น้ำมาก เพียงมีน้ำในบ่อให้สัตว์ดื่มกินก็พอ  แทนที่จะแก้ไขธรรมชาติโดยการนำน้ำเข้ามาถึงพื้นที่การเกษตร  เราสามารถแก้ไขตัวเองได้หากเข้าใจสภาพปัญหาในพื้นที่ และปรับการเกษตรให้เข้ากับปัญหา

ตนลองนำแพะแกะมาเลี้ยงฝูงหนึ่ง ปรากฏว่าดีมาก มันกินได้ทุกอย่างต้นไม้ใบไม้ อดทน โดยเฉลี่ยออกลูกได้ปีละ 1 ตัว ขายง่ายได้ราคาดี จึงคุยกับพรรคพวกหลายคนในการส่งเสริมเรื่องเลี้ยงแพะแกะ ตอนนี้มีเครือข่ายภายใต้การผลักดันของเรามีไปทุกอำเภอแล้ว เพียงแต่ไม่สามารถขยายฝูงประชากรให้เพิ่มขึ้นได้ เพราะรัฐบาลยังไม่ส่งเสริมในเรื่องนี้ ยังไม่เชื่อสิ่งที่เราทำ

ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า  โชคดีที่ ผู้ว่าฯลำปาง ให้ความสนใจเรื่องปศุสัตว์มาก จึงประสานให้สภาเกษตรกรจังหวัดลำปางเป็นต้นเรื่องการผลักดันส่งเสริมเลี้ยงแพะแกะในพื้นที่แล้งน้ำ และทำโครงการเสนอเรื่องไปยังที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนจังหวัดลำปาง หรือ กรอ.  ซึ่งได้รับความเห็นชอบในเบื้องต้นแล้ว แต่ก็ยังไม่วางใจว่าจะได้รับงบประมาณมาดำเนินการเรื่องนี้ จนกว่าจะเข้าคณะรัฐมนตรี  สภาเกษตรกรเป็นเพียงผู้เสนอแนวทางเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการทำงานเท่านั้น  เวลานี้ได้มีการเตรียมเกษตรกรที่จะขยายจำนวนมาก หากได้เม็ดเงินลงมาก็พร้อมที่จะเพิ่มประชากรแพะแกะใน จ.ลำปางได้ฝูงใหญ่เลย

วิธีการปรับเปลี่ยน เราเสนอแนะว่าในปีแรก อาจจะแบ่งพื้นที่มา 1-2 ไร่ มาปลูกหญ้าเนเปีย และทำคอกสัตว์ จะปลูกข้าวโพดต่อส่วนหนึ่งก็แล้วแต่เกษตรกร ซึ่งแพะแกะกินง่าย ต้นข้าวโพดก็กินได้หมด ทั้งต้นทั้งเปลือก จึงต้องให้เกษตรกรที่มีความต้องการเปลี่ยน หัวใจใจสู้มาทดลองทำก่อน ไมได้ต้องการให้เปลี่ยนหมดในครั้งเดียว แต่ต้องค่อยๆปรับไปเรื่อยๆ  ต้นทุนแรกเริ่มคือต้องทำคอก เพราะแพะอยู่กับพื้นไม่ได้  และลงทุนซื้อพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ตัวละ 4,000 บาท เลี้ยง 1 ปี ออกลูก 1 ตัวก็ขายได้แล้ว ไม่นานก็ได้คืนทุน จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นกำไร 

จากที่กลุ่มทำกันคือการหาเงินมาซื้อพ่อแม่พันธุ์ ให้เกษตรกรจ่ายครึ่งหนึ่ง โดยไม่ให้รับพันธุ์ไปฟรี ให้เกษตรกรร่วมลงทุนด้วย เพื่อต้องการให้เกษตรการมุมานะให้เกิดความสำเร็จ  และพื้นที่ ที่ทำแล้วเห็นได้ชัดคือ เครือข่ายของคุณบรรยืน สภาเกษตร ต.ร่องเคาะ ได้ปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงแพะ ปัจจุบันขยายได้มีประมาณ 100 กว่าตัวแล้ว  และให้เกษตรกรอื่นเข้าไปเรียนรู้ได้

นายประพัฒน์ กล่าวต่อไปว่า  เรื่องควันไฟป่าที่ได้รับผลกระทบมาหลายปี เชื่อว่าถ้าเกษตรกรหันมาทำปศุสัตว์ก็จะไม่เกิดปัญหานี้ เพราะใบไม้นำมาทำเป็นอาหารสัตว์ได้หมด ทำให้ไม่มีเชื้อไฟ นอกจากทำให้เกษตรกรมีฐานะที่ดีขึ้นแล้ว ยังลดปัญหาเรื่องหมอกควันด้วย  และยังเป็นกิจกรรมที่ใช้พื้นที่น้อยมาก ทำให้ลดปัญหาการรุกป่าได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

ตลาดการค้าก็มีความมั่นคง ไม่มีผลเรื่องราคา ชาวมุสลิมใช้แพะแกะในพิธีกรรมตามศาสนาต่างๆ ซึ่งลำปางยังไม่เพียงพอ ถือว่าเลี้ยงน้อยมาก ในเขตประเทศอาเซียน ลาว เวียดนาม ก็ยังสามารถส่งออกขายได้ แต่ยังไม่มียุทธศาสตร์ในการส่งเสริมเรื่องนี้ เกษตรกรต่างคนต่างทำมาโดยตลอด  ถ้าผู้ว่าฯลำปางเอาจริง ก็จะสามารถประกาศให้ลำปางเป็นเขตปศุสัตว์ในพื้นที่แล้งน้ำได้ สร้างรายได้ให้เกษตรกรเป็นกอบเป็นกำ ทำให้สิ่งแวดล้อมลำปางดีขึ้นด้วย

แต่การที่เกษตรกรจะปรับเปลี่ยนหรือไม่ คงไปบังคับอะไรไม่ได้อยู่แล้ว  เกษตรกรต้องคิดเป็น การซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดมากิโลกรัมละ 180 บาท แต่ขายได้เพียงกิโลกรัมละ 5 บาท ปลูกไปแล้วได้อะไร  คนที่รวยไม่ใช่เกษตรกร แต่เป็นคนค้าเมล็ดพันธุ์   ถ้าคนปลูกพืชไร่ไม่ปรับเปลี่ยนเตรียมตัวล้มละลายได้  

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1117 วันที่  17 - 23 กุมภาพันธ์ 2560 )
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support