วันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ทุบกิโลยักษ์แหกกฏสร้างไม่ได้รับอนุญาต ผลาญงบไฟฟ้าเร่งรื้อกองทุน

จำนวนผู้เข้าชม IP Address
·  ใช้เงินไม่คุ้ม
หลักกิโลเมตรยักษ์ ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกภาคเหนือ ซึ่งเป็นประตูที่จะเดินทางเชื่อมโยงไปหลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย แพร่  น่าน พะเยา    โดยใช้งบประมาณก่อสร้างจากงบกองทุนพัฒนาพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า จำนวน 2.89 ล้านบาท  ในสมัยที่นายดิเรก ก้อนกลีบ เป็นผู้ว่าราชการ จังหวัดลำปาง  ตั้งแต่เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2551 ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างต่อเนื่องถึงการนำงบประมาณกองทุนพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้ามาใช้แบบไม่เกิดประโยชน์ ซึ่งการก่อสร้างหลักกิโลเมตรยักษ์ มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการก่อสร้างที่ใช้งบประมาณสูงเกินไป  ลักษณะการก่อสร้างตรงกลางเปิดโล่งมีเพียงการก่ออิฐขึ้นมารอบ 4 ด้านเท่านั้น   ล่าสุด พบว่าแขวงทางหลวงลำปางที่ 1 เตรียมจะก่อสร้างถนนยกระดับซึ่งจะต้องพาดผ่านบริเวณสี่แยกภาคเหนือ เชื่อมโยงกับถนนวงแหวนของ จ.ลำปาง  ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการประมาณปี 2561 ซึ่งจะต้องทำการทุบหลักกิโลเมตรยักษ์ดังกล่าว

· ทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
ทั้งนี้ จากกระแสทางสื่อสังคมออนไลน์ ในกลุ่มลำปางซิตี้ สมาชิกหลักเป็นชาวลำปาง กว่า 1.5 แสนคน ซึ่งนายสุวัฒน์ พรหมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้นำเรื่องราวของหลักกิโลเมตรยักษ์ลงในกลุ่มลำปางซิตี้ เพื่อสอบถามความเห็นของประชาชนชาวลำปางว่าควรทำอย่างไรกับหลักกิโลเมตรยักษ์  ต่างแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง มีทั้งต้องการให้ทุบเพื่อก่อสร้างถนนยกระดับ เพราะไม่เห็นว่าหลักกิโลยักษ์มีความสวยงาม หรือเป็นสัญลักษณ์ของ จ.ลำปางแต่อย่างใด  ควรรับความเจริญเข้ามาในพื้นที่ดีกว่า   ส่วนกลุ่มที่ไม่อยากให้ทุบทิ้ง ให้เหตุผลว่าหลักกิโลเมตรยักษ์ถือเป็นแลนมาร์คของลำปาง  เป็นจุดเด่นที่ทำให้ทราบว่าที่นี่คือ จ.ลำปาง  ควรจะคงไว้ หรือใช้วิธียกออก และย้ายไปตั้งในสถานที่อื่น

· มีแผนสร้างถนนวงแหวน
สำหรับการจะทุบหลักกิโลเมตรยักษ์ทิ้งหรือไม่นั้น นายเอกนรินทร์ จินทะวงศ์ ผอ.แขวงทางหลวงลำปางที่ 1  เปิดเผยว่า ในระยะเวลา 6 ปีที่จะถึงนี้ จ.ลำปางจะมีการก่อสร้างถนนวงแหวนรอบนอก จึงต้องสร้างทางยกระดับข้ามบริเวณสี่แยกเชียงใหม่และสี่แยกภาคเหนือ เนื่องจากบริเวณดังกล่าว มีกายภาพทางแยกไม่ดีมาตั้งแต่ต้น เพราะมีสะพานข้ามแม่น้ำวังขนาดใหญ่อยู่ใกล้กับทางแยก มีสี่แยกไฟแดงใกล้กันมาก  การแก้ปัญหารถติดในบริเวณดังกล่าว ทางผู้ออกแบบจึงได้จัดทำโครงการสร้างสะพานยกระดับ ตั้งแต่สะพานข้ามแม่น้ำวังนาก่วม ข้ามแยกไฟแดงเชียงใหม่ และข้ามแยกไฟแดงภาคเหนือ โดยไม่ติดไฟแดงเพื่อเข้าสู่เส้นเลี่ยงเมืองได้เลย  เป็นการเชื่อมต่อกับถนนวงแหวนสายอื่นให้สมบูรณ์ในปี 2566   สำหรับคนที่จะเดินทางไป จ.ตาก  จ.กรุงเทพฯ จะมีทางเบี่ยงซ้ายอ้อมลงใต้สะพานเพื่อไปติดไฟแดงมุ่งหน้าเข้าสู่ถนนทางหลวงหมายเลข 1   ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าสร้างทางยกระดับแล้ว เหตุใดยังมีการติดไฟแดงอยู่  เป็นเพราะกายภาพของทางแยกไม่เอื้อต่อการทำจุดทางโค้งและทางกลับรถเต็มรูปแบบ เนื่องจากต้องมีการเวนคืนบ้านเรือนจำนวนมากและใช้เงินงบประมาณมหาศาล

· หลักกิโลยักษ์ขวาง
นายเอกนรินทร์ กล่าวต่อไปว่า เรื่องหลักกิโลเมตรยักษ์ได้มีการปรึกษากับทีมผู้ออกแบบ หากสร้างสะพานยกระดับผู้ออกแบบยืนยันว่าหลักกิโลเมตรยักษ์ได้รับผลกระทบแน่นอน เพราะต้องขยายโครงสร้างเป็นตัวตอม่อต่างๆ จะต้องทำชิดเขตทางด้านใน  ซึ่งตัวหลักกิโลยักษ์ไม่ใช่โครงสร้างที่สามารถจะตัดเฉือนออกบางส่วนได้  ถ้าโดนเฉือนไปนิดหน่อยก็ต้องทุบออกอยู่ดี   เมื่อทำสัญญาก่อสร้างและดำเนินการตามสัญญา คาดว่าเริ่มวันที่ 1 ต.ค.60  ทางวิศวกรจะสรุปปัญหาและอุปสรรคแจ้งเข้ามาที่แขวงทางหลวง  เมื่อพบว่าหลักกิโลเมตรยักษ์เป็นปัญหาอุปสรรคก็จะต้องดำเนินการรื้อถอน ซึ่งการรื้อมีเงื่อนไขตาม พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535 มาตรา 37   สรุปได้ว่า ไม่ว่าการขออนุญาตในเขตทางหลวงจะถูกหรือผิด หากกรมทางหลวงมีความจำเป็นแก่งานทาง สามารถรื้อถอน ทำลาย ได้โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายได้

                 · เข้าใจคนลำปาง
            ผอ.แขวงทางหลวงลำปางที่ 1  กล่าวว่า เข้าใจความรู้สึกของคนลำปาง ที่รู้สึกผูกพันกับหลักกิโลยักษ์เพราะสร้างมานาน 9 ปีแล้ว การที่จะหายไปคงต้องทำใจระดับหนึ่ง  ซึ่งทางผู้ว่าฯท่านก็เป็นห่วง ได้สอบถามมาว่าจะต้องรื้อออกหรือไม่ เมื่อมองดูความจำเป็นแล้วก็ต้องย้อนถามกลับว่าหลักกิโลยักษ์มีความจำเป็นอย่างไร ที่เห็นได้ชัดคือหลักกิโลยักษ์มีไว้สำหรับถ่ายภาพเป็นที่ระลึกเท่านั้น ไม่ได้เป็นอาคารควบคุมการจราจรอยู่ด้านใน หรือมีอะไรพิเศษเลย

                 · ดูแลหลักกิโล ไม่ใช่ภารกิจ
และจากที่มีคนสอบถามเข้ามามากมายว่าทำไมกรมทางหลวงไม่ดูแล ไม่ทำความสะอาด ไม่ตกแต่งตัดหญ้า เรื่องนี้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นหน้าที่ของกรมทางหลวง ขอชี้แจงว่าถึงแม้ว่าสถานที่จะเป็นของกรมทางหลวงก็จริง แต่ภารกิจของหลักกรมทางหลวงเป็นการปรับปรุงซ่อมทาง เพื่อให้ประชาชนปลอดภัย ซึ่งการดูแลหลักกิโลยักษ์ไม่ใช่ภารกิจของกรมทางหลวง

                   · นับหนึ่งใหม่ให้ถูกต้องได้
นายเอกนรินทร์ กล่าวอีกว่า  กรมทางหลวงมีพื้นที่ 10 ไร่ ที่ได้ดำเนินการเวนคืนแล้ว เป็นจุดที่จะใช้สร้างช่วงโค้งของถนนยกระดับ ซึ่งตรงกลางจะเป็นพื้นที่ว่าง  ความคิดเห็นส่วนตัวมองว่าหากจะมาเริ่มต้นกันใหม่อย่างถูกต้อง ก็สามารถขอใช้พื้นที่ในบริเวณนี้มาทำประโยชน์ได้ อาจจะทำเป็นสวนสาธารณะ ปลูกต้นไม้ ดอกไม้สวยๆ หรือจะสร้างหลักกิโลยักษ์ขึ้นใหม่ แต่หลักการทำต้องขึ้นอยู่กับความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน และมีการบริหารจัดการที่ดี  ซึ่งสามารถขออนุญาตใช้พื้นที่จากกรมทางหลวงอย่างถูกต้องตามระเบียบและขั้นตอน

                  · สตง.ขอตรวจสอบ
ทั้งนี้ ในเรื่องดังกล่าว ทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภาค 9  ได้เข้าพบผู้อำนวยการแขวงทางหลวงลำปางที่ 1 และสำนักงานกองทุนพัฒนาไฟฟ้า โรงไฟฟ้าแม่เมาะ เพื่อขอตรวจสอบโครงการก่อสร้างหลักกิโลเมตรยักษ์ดังกล่าว ว่ามีการใช้งบประมาณ และดำเนินการอย่างถูกต้องหรือไม่  เนื่องจากทราบว่าการก่อสร้างไม่ได้รับอนุญาตจากกรมทางหลวงแต่อย่างใด

                · รองผู้ว่าฯเรียกประชุมกองทุน
ขณะเดียวกัน นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟ้า โรงไฟฟ้าแม่เมาะ วันที่ 9 มิ.ย. 60 เพื่อความกระจ่างในการใช้จ่ายเงินงบประมาณ หลังจากที่มีกระแสข่าวถึงการใช้งบประมาณออกไปว่ายังไม่เห็นโครงการที่เป็นรูปธรรม  ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าชาวแม่เมาะต้องการโรงพยาบาลที่ทันสมัย รวมไปถึงมหาวิทยาลัยแม่เมาะเกิดขึ้น

               ·  ตามรอยหลักกิโลยักษ์
จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง ทราบว่า  หลักกิโลเมตรยักษ์สี่แยกห้าเชียงสู่ประตูล้านนา มีขนาดสูง 14 เมตร กว้าง 7 เมตร  ตั้งอยู่ที่บริเวณสี่แยกภาคเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2551  ใช้งบประมาณจากกองทุนพัฒนาพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า อ.แม่เมาะ  2.89 ล้านบาท   โดยนายดิเรก ก้อนกลีบ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางในสมัยนั้น  มองว่าเส้นทางสายนี้สามารถไปสู่เชียงใหม่ เชียงราย เชียงตุง เชียงรุ่ง และเชียงทองได้  จึงมีความคิดว่าหลักกิโลยักษ์จะเป็นจุดเริ่มต้นศูนย์กลางของภาคเหนือตอนบน และเป็นสัญลักษณ์ของการกำหนดเมืองลำปาง จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มศักยภาพของจังหวัดลำปาง ให้ไม่เป็นแค่เมืองผ่านธรรมดา

                · ผู้ว่าฯดิเรกยันใช้เงินถูกต้อง
นายดิเรก ยืนยันว่า การก่อสร้างหลักกิโลเมตรขนาดใหญ่ โดยใช้เงินจากกองทุนฯรอบโรงไฟฟ้า ไม่ผิดหลักเกณฑ์ เพราะถือว่าผ่านบอร์ดคณะกรรมการฯ  เป็นเรื่องของการบริหารจัดการจังหวัด ซึ่งคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า ก็ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาศักยภาพจังหวัดลำปาง  โดยได้มีการตรวจรับงานเมื่อวันที่ 16 ก.ค.51

             · ทางหลวงไม่อนุญาต
ขณะที่ผู้อำนวยการสำนักทางหลวงที่ 1 เชียงใหม่ มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดไม่อนุญาตให้ก่อสร้าง เนื่องจากเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อการใช้รถใช้ถนน เพราะบริเวณที่ก่อสร้างหลักกิโลเมตรอยู่ติดกับแยกไฟแดงและสถานที่จอดรถไม่สะดวกมากนัก  แต่การก่อสร้างก็ได้ดำเนินต่อไปจนแล้วเสร็จ โดยไม่ไม่ได้รับอนุญาตจากกรมทางหลวงแต่อย่างใด เมื่อได้มีการก่อสร้างไปแล้วจึงปล่อยให้เลยตามเลย เนื่องจากขณะนั้นยังไม่ได้มีการก่อสร้างถนนวงแหวน หรือถนนยกระดับ แต่ทางจังหวัดก็ยังไม่มีการเข้าไปปรับภูมิทัศน์ในพื้นที่ เนื่องจากทางแขวงการทางมีแผนงานก่อสร้างทางยกระดับบริเวณสี่แยกดังกล่าว จึงส่งเรื่องให้แขวงการทางพิจารณาว่าสามารถทำได้หรือไม่  

              · ปรับภูมิทัศน์ แม้สร้างผิด
ต่อมาในเดือน ธ.ค.53  แขวงการทางลำปางเห็นด้วยที่จะจัดให้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณหลักกิโลเมตรยักษ์   และได้มอบหมายให้สำนักภูมิสถาปัตย์ออกแบบ งบประมาณในการปรับปรุงภูมิทัศน์ไว้ ประมาณ 8 ล้านบาท  โดยนายสังวร พรหมศร  รองผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ แขวงการทางลำปาง ในสมัยนั้น  ยอมรับว่าการก่อสร้างไม่ถูกต้องเพราะหลักกิโลเมตรยักษ์ก่อสร้างก่อนที่จะได้รับอนุญาตจากกรมทางหลวง  แต่เมื่อได้มีการก่อสร้างไปแล้วและเป็นที่ยอมรับของประชาชนและนักท่องเที่ยว จะไปทุบทิ้งเลยก็ทำไม่ได้ ประกอบกับได้มีคนสอบถามเข้ามาที่แขวงการทางว่าจะมีการปรับปรุงหรือไม่ คิดว่าน่าจะมีการพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม  จึงมีการจัดทำเป็นสวนหย่อม ปลูกต้นไม้ ให้นักท่องเที่ยวได้แวะถ่ายภาพเป็นที่ระลึกได้

            · คาดทุบปลายปีนี้
 กระทั่งล่าสุดได้มีการก่อสร้างขยายถนน 8 เลน จึงได้มีการรื้อสวนหย่อมออกไป  และอีกไม่กี่เดือนนี้จะมีการเริ่มก่อสร้างถนนยกระดับ คาดว่าจะมีการทุบหลักกิโลเมตรยักษ์ช่วงปลายปี 2560 นี้

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1132 วันที่ 9 - 15 มิถุนายน 2560)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support