วันศุกร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ท่ามะโอผนึกพลังชาวบ้าน รวมศูนย์สาธิตตลาดชุมชน

จำนวนผู้เข้าชม .

บนถนนเวียงเหนือ หรือที่เราเรียกกันจนติดปากว่า ถนนวัฒนธรรม ศูนย์สาธิตการตลาดชุมชนท่ามะโอตั้งอยู่ในบ้านของ พี่แอ๋วสุธามาศ เจนเจริญพันธ์ โดยด้านหน้าแบ่งพื้นที่ต่อเติมเป็นร้านค้า หากเราเดินเข้าไป จะพบว่าภายในพื้นที่เล็กๆนี้อัดแน่นไปด้วยสินค้าเพื่อสุขภาพและสินค้าแฮนด์เมด ซึ่งส่วนใหญ่ทำโดยคนในชุมชนท่ามะโอ มีบ้างที่มาจากต่างอำเภอ ไกลที่สุดก็จากจังหวัดลำพูน

ก่อนหน้านี้สุธามาศทดลองปลูกข้าวหลากหลายในผืนนาของครอบครัวที่มีพื้นที่กว่า 16 ไร่ ผ่านไปกว่า 2 ปีจึงพบว่า ข้าวไรซ์เบอร์รีที่ปลูกโดยวิถีเกษตรอินทรีย์นั้น เหมาะกับครอบครัวของเธอมากที่สุด เมื่อได้ผลผลิต 700-800 ตัน เพียงพอที่จะเก็บไว้กินและแจกจ่ายคนใกล้ชิด จึงเริ่มคิดจะเปิดหน้าร้านหน้าบ้านของตนเองบนถนนวัฒนธรรม เพื่อขายข้าวไรซ์เบอร์รี แต่จากการแนะนำของ ประทีป เมืองแก่น และสดศรี ขัตติยวงศ์ ซึ่งขณะนั้นกำลังขับเคลื่อนชุมชนท่ามะโอให้มีกิจกรรมด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว บ้านของสุธามาศจึงไม่เพียงวางจำหน่ายข้าวไรซ์เบอร์รี แต่ยังได้ชักชวนให้คนในชุมชนท่ามะโอนำสินค้าที่ผลิตจากวัตถุดิบในชุมชนมาวางจำหน่ายด้วย และนี่คือจุดเริ่มต้นการดำเนินงานของศูนย์สาธิตการตลาดชุมชนท่ามะโอในปี พ.ศ. 2558

ชาวบ้านที่นำสินค้ามาวางจำหน่ายในศูนย์ฯ มีมากถึง 20 กว่าคน สินค้าส่วนใหญ่ผลิตโดยคนในชุมชนและใช้วัตถุดิบคือพืชพรรณในชุมชน ตั้งแต่ของกินขึ้นชื่ออย่างข้าวหมาก ข้าวแต๋นน้ำอ้อย ซึ่งต้นอ้อยนั้นสุธามาศปลูกเอง หีบเอง ไอศกรีมโบราณหน้าตาน่ารักน่ากินทำจากผลไม้ตามฤดูกาล คุกกี้ แยมโรล ขนมเทียน ขนมปัง เค้ก ขนมเหล่านี้แปรรูปจากข้าวไรซ์เบอร์รี หรือไม่ก็ผลไม้  ส่วนชารางจืดและชาเชียงดาก็เป็นสินค้าเด่นที่ผลิตไม่ทันกับความต้องการของตลาดเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ยังมีข้าวไรซ์เบอร์รี ข้าวกล้องหอมมะลิ จากไร่ของสุธามาศ ส่วนข้าวสังข์หยดและข้าวญี่ปุ่นปลูกที่อำเภอเกาะคา ผงแกงฮังเล ผงข้าวซอย ผักปลอดสารพิษ ด้านของใช้ก็เช่น สบู่น้ำนมข้าวไรซ์เบอร์รี แชมพูสมุนไพร น้ำยาล้างจาน ยาดม-ยาทาสมุนไพรหลากหลายสูตรและสรรพคุณ น้ำหมัก ปุ๋ยมูลไส้เดือน รวมไปถึงสินค้าแฮนด์เมดกระจุกกระจิก ที่หยิบจับแล้วเป็นต้องซื้อกลับไปเป็นของฝากจนได้ขณะที่มุมหนึ่งของร้านยังจัดวางข้อมูลท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นแผนที่เส้นทางจักรยาน หรือโบรชัวร์แหล่งท่องเที่ยวในชุมชนท่ามะโอ ซึ่งรถรางก็เป็นจุดขายหนึ่งที่กำลังมาแรง

แต่ละวันสุธามาศในฐานะเหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย พอถึงสิ้นเดือนก็เคลียร์ยอด ทั้งนี้ หากเป็นสินค้าทั่วไปจะหักรายได้เพื่อบำรุงศูนย์ฯ 20 เปอร์เซ็นต์ แต่หากเป็นสินค้าประเภทข้าวจะหัก 15 เปอร์เซ็นต์ นับเป็นรูปแบบการบริหารจัดการที่อาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นหลัก

“ถ้าเป็นวันศุกร์จะขายดีหน่อยค่ะ เพราะมีถนนวัฒนธรรม ส่วนวันธรรมดาก็เงียบๆ” สุธามาศเล่าพลางยิ้ม “บางวันมีฝรั่งมาเช่าจักรยานบ้าง บางวันมีคณะมาดูงาน ก็จะแวะมาซื้อของที่ศูนย์ฯ”

ไม่เพียงของกินของใช้ ที่นี่ยังมีจักรยาน 11 คันให้เช่า คิดค่าบริการวันละ 50 บาท ชั่วโมงละ 20 บาท แถมแผนที่เส้นทางจักรยานให้อีก เหนื่อยกลับมายังได้นั่งกินขนม หรือไม่ก็น้ำอ้อยปั่น ไอศกรีมผลไม้ หวานเย็นชื่นใจ

ผ่านมา 2 ปีนับตั้งแต่วันที่เปิดศูนย์ฯ ที่นี่มีสินค้าผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาวางจำหน่ายเรื่อยๆ สุธามาศมองว่า นอกจากความหลากหลายของสินค้าแล้ว การทำแพ็กเกจสวยๆ ก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจละเลย ซึ่งเรื่องนี้คงต้องหาทางปรับปรุงกันต่อไป

“ของกินเป็นสินค้าที่ขายง่ายค่ะ เพราะเราเน้นวัตถุดิบจากธรรมชาติ ปลอดสารเคมีอยู่แล้ว ซึ่งคนรักสุขภาพจะชอบ” สุธามาศกล่าวว่า แม้รายได้จากการขายสินค้าจะไม่มากขนาดเป็นกอบเป็นกำ แต่คนในชุมชนก็พอใจ
ผู้สูงอายุมีความสุขที่ได้ทำของมาขาย คนในชุมชนได้แสดงฝีมือทำโน่นทำนี่ตามความถนัดของเขา นี่อาจเป็นดอกผลที่แบ่งบานให้คนในชุมชนได้ชื่นใจมากกว่าเม็ดเงิน หรือการเติบโตแบบก้าวกระโดด“เราคุยกันว่า ชุมชนท่ามะโอของเราจะค่อยๆ ขับเคลื่อนกันไปอย่างนี้ดีกว่า ดูเป็นการเติบโตอย่างช้าๆ แต่ว่ายั่งยืน” สุธามาศทิ้งท้าย

ชุมชนท่ามะโอได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 12 สุดยอดชุมชนเชิงสร้างสรรค์ปี 2558 สนใจสินค้าของพวกเขา สามารถแวะไปชิมและช็อปฯ ได้ที่ศูนย์ฯ ถนนเวียงเหนือ โทรศัพท์ 08-6349-9718 หรือเข้าไปเยี่ยมชม Facebook : ศูนย์สาธิตการตลาดชุมชนท่ามะโอ 

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1135 วันที่ 30 มิถุนายน - 6 กรกฎาคม 2560)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support