วันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

โกงธนาคารชาวบ้านสบเฟืองร้อง 2.2 ล.สูญ

จำนวนผู้เข้าชม my widget for counting

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 60  ชาวบ้านสบเฟือง หมู่ 2 ต.บ้านเอื้อม อ.เมือง จ.ลำปาง  รวมตัวกันเดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดลำปาง ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด  ให้ช่วยเหลือติดตามการดำเนินคดี กับอดีตประธานธนาคารหมู่บ้าน และเลขานุการธนาคารหมู่บ้าน 2 สามีภรรยา ที่ยักยอกเงินธนาคารหมู่บ้านไปกว่า 2.2 ล้านบาท

นายสุริยัน จะงาม  ตัวแทนชาวบ้านสบเฟือง เปิดเผยว่า บ้านสบเฟืองได้มีการตั้งธนาคารหมู่บ้านขึ้นมาเพื่อให้ชาวบ้านได้ทำการออมเงินไว้ในแต่ละเดือน โดยมีขั้นต่ำคนละ 30 บาท ซึ่งได้ทำต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 ซึ่งก็มีสมาชิกออมเงินกันเรื่อยมาจนกระทั่งมาถึงปี พ.ศ.2545  ได้มี ส.อ.สมนึก ฟังเย็น ได้รับคัดเลือกให้เป็นประธานธนาคารหมู่บ้าน ซึ่งก็ได้นำภรรยาคือ นางทองศรี ฟังเย็น มาเป็นเลขานุการ โดยตลอดระยะเวลาที่ดำเนินงานพบว่าทั้ง 2 คน จะเป็นคนเก็บเงินออมที่ชาวบ้านนำมาฝากของวันที่ 3 ในแต่ละเดือนรวมถึงเงินกู้และดอกเบี้ยต่างๆ อีกทั้งก็ได้มีการนำบัญชีไปทำที่บ้านโดยไม่ได้ให้คณะกรรมการคนอื่นร่วมทำ เพียงแต่เอาบัญชีที่ทำแล้วมาให้ดูเท่านั้น ซึ่งก็ดำเนินงานก็ผ่านพ้นมาเรื่อยๆจนทำให้มีตัวเลขยอดเงินฝากทั้งหมด 4 ล้านกว่าบาท  ซึ่งในส่วนนี้ก็ได้มีสมาชิกจำนวนมากได้ทำเรื่องกู้เงินไปแล้วเป็นเงินกว่า 2 ล้านบาท

ทั้งนี้  เมื่อช่วงเดือน ก.พ.60  ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ พบว่ามีความผิดปกติที่สมุดบัญชีธนาคารที่นำเงินออมของสมาชิกไปฝากมียอดเหลือเพียง 2,000  กว่าบาท และเมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดก็พบว่าเงินออมของสมาชิกจำนวนกว่า 2.2 ล้านบาทได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย เมื่อสอบถามไปยังอดีตประธานและอดีตเลขาฯก็ได้บอกว่าไม่ได้เอาเงินไปใช้ แต่เงินได้หายไปในระบบ ซึ่งก็ไม่สามารถตอบสมาชิกได้ว่าระบบอะไร ทั้งๆที่มีทั้งสองคนเป็นคนเก็บเงินไปทั้งหมด ซึ่งชาวบ้านก็เชื่อว่าน่าจะไม่ได้นำไปเข้าบัญชีเงินฝากของธนาคาร จึงได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.อภิชาต แรงสิงห์ รอง ผกก.สอบสวน สภ.บ้านเอื้อม ซึ่งปัจจุบันเวลาผ่านไปกว่า 4 เดือนแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้าของคดี

ในปัจจุบันธนาคารหมู่บ้านบ้านสบเฟืองมีสมาชิกทั้งหมด 161 คน ซึ่งได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะเงินที่ได้ออมกันมาเป็นระยะเวลานานกว่า 18 ปี ได้หายสาบสูญไป ซึ่งสมาชิกจะถอนเงินออกมาก็ไม่ได้ หรือบางรายต้องการจะกู้เงินเพื่อนำเงินไปลงทุนทำการเกษตรก็ไม่สามารถกู้ได้ เพราะในบัญชีธนาคารเหลือเงินเพียง 2,000 กว่าบาทเท่านั้น จึงได้ออกมาเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากทางจังหวัดดังกล่าว


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1139 วันที่ 21 - 27 กรกฎาคม 2560)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support