วันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

สอบวินัยผอ.รร.อนุบาล แขวนดูโครงการพิเศษ

จำนวนผู้เข้าชม my widget for counting

หลังจากที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต  1 ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีการร้องเรียนผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลลำปาง(เขลางค์รัตนอนุสรณ์)  นำเงินงบประมาณของโรงเรียนไปใช้จ่ายส่วนตัว  โดยเมื่อวันที่ 11 ก.ค.60 ที่ผ่านมา คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ได้สรุปสำนวนส่งให้ทาง ผอ.สพป.เขต 1 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสรุปได้ว่ามีมูลความผิดจริง  จึงได้ส่งรายงานไปยังศึกษาธิการจังหวัดต่อไป เพื่อทำการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย  พร้อมกันนี้ได้รายงานผลการสอบข้อเท็จจริงไปยังกระทรวงศึกษาธิการ โดยพลโทโกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รมว.กระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่าพบการกระทำผิดใน 3 โครงการ คือ โครงการฝากเด็กไว้กับครูตอนเย็น รายละ 500 บาท  โครงการจัดเรียนพิเศษ รายละ 2,000 -2,500 บาท และโครงการเตรียมอนุบาลเก็บค่าเรียนเทอมละ 20,000 บาท  ห้องอิงลิชโปรแกรม เก็บค่าเรียน เทอมละ 40,000 บาท ซึ่งบางโครงการไม่มีใบเสร็จ และบางโครงการมีใบเสร็จแต่ไม่ถูกต้อง และไม่มีการนำเงินเข้าสถานศึกษาอย่างถูกต้อง

จากรายงานข่าวทราบว่า  ศึกษาธิการจังหวัดได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงแล้ว  จำนวน 5 คน โดยเริ่มดำเนินการสอบสวนทันที  พร้อมกันนี้ทาง ผอ.สพป.เขต 1 ได้เซ็นคำสั่งย้ายตัว ผอ.โรงเรียนอนุบาลลำปาง มาช่วยราชการที่สำนักงานเขตฯเป็นการชั่วคราว มีผลตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค.60  โดยให้ดูแลเกี่ยวกับโครงการพิเศษต่างๆของทางเขตพื้นที่  ซึ่งทาง ผอ.โรงเรียน ไม่ได้แสดงอาการเครียดแต่อย่างใด และมารายงานตัวตามปกติ  และให้รอง ผอ.คนที่หนึ่ง ขึ้นรักษาการในตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนอนุบาลลำปางแทน

แหล่งข่าวระดับสูง ให้ข้อมูลว่า  การสอบสวนวินัยร้ายแรง ไม่ได้ระบุว่าจะต้องดำเนินการภายในกี่วัน เพียงแต่ระบุไว้ว่าให้ดำเนินการโดยเร็ว  ซึ่งดูจากการสืบสวนข้อเท็จจริงที่ผ่านมาก็ใช้เวลาเพียง 20 วันเท่านั้น  ซึ่งกรณีของ ผอ.มี 2 คดี คือ การให้ผู้อื่นหยิบยืมเงินโดยการกู้เงินมาให้ตนเอง เป็นเรื่องทางแพ่งที่ผู้เสียหายจะต้องไปฟ้องเรียกร้องกันเอง  และคดีของการทุจริตนำเงินโรงเรียนไปใช้ส่วนตัว  ในส่วนของผู้ร่วมกระบวนการทุจริต คาดว่าจะมีการสืบสวนสอบสวนไปพร้อมกันด้วยว่า ใครมีส่วนร่วมในการกระทำครั้งนี้บ้าง  ต้องรอผลสรุปจากคณะกรรมการสอบสวนวินัย  โดยทาง ผอ.โรงเรียนเหลือเวลาปฏิบัติหน้าที่อีกประมาณ 2 เดือน ก็จะเกษียณอายุราชการแล้ว คิดว่าการดำเนินการยังทันเวลาที่ยังอยู่ในตำแหน่ง  หากถามว่าจะมีผลกับตัว ผอ.หรือไม่ อย่างไร เพราะใกล้จะเกษียณแล้ว  บอกได้ว่ากรณีการสอบสวนวินัยร้ายแรงจะมีผล 2 กรณีคือ ปลดออก จะยังได้รับบำเหน็จหรือบำนาญตามที่เจ้าตัวเลือกรับ เหมือนกับการเกษียณอายุราชการตามปกติ  และ ไล่ออก จะไม่ได้รับอะไรเลย       

แหล่งข่าว  กล่าวอีกว่า  ในการสอบถามข้อมูลต่างๆ ในบางครั้งอาจจะไม่สามารถให้รายละเอียดได้มาก  การเปิดเผยข้อมูลในเชิงลึกมากเกินไป อาจจะทำให้ผู้กระทำผิดหาทางหนีทีไล่ได้ ไหวตัวทัน เช่นเดียวกับ กรณีตำรวจไล่จับผู้ร้าย หากผู้ร้ายทราบข้อมูลก่อนก็จะหลบหนีไปได้ เป็นต้น  รวมทั้งทางเจ้าหน้าที่เองก็จะต้องทำงานยากขึ้น  รวมไปถึงต้องเซฟตัวเองให้มีความปลอดภัยในการทำงานสืบหาข้อมูลต่างๆด้วย

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1137 วันที่ 14 - 20 กรกฎาคม 2560)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support