วันพฤหัสบดีที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ร้องปลดพระครู วัดดำรงธรรม

จำนวนผู้เข้าชม IP Address

เมื่อวันที่ 27 ก.ค.60  เวลา 10.45 น. นางตรีคณา บุรพเกียรติ์ อายุ 65 ปี  บ้านเลขที่ 133/4 ถ.ท่าคราวน้อย ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง พร้อมด้วยนายยุทธการ บุรพเกียรติ์ อายุ 31 ปี ลูกชาย  ได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ถนัดชัย เครือวัง  รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองลำปาง ให้ดำเนินคดีกับ พระครูไกรสรวิลาส อายุ 23 ปี รักษาการเจ้าอาวาสวัดดำรงธรรม ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง   ข้อกล่าวหา หมิ่นประมาท  หลังจากพระครูไกรสรวิลาส ได้ส่งข้อความทางแอพพลิเคชั่นไลน์ให้ผู้อื่น ใส่ความนางตรีคณาว่าเป็น 18 มงกุฎ หากินกับวัด  นอกจากนั้นยังได้พูดในศาลาวัดที่มีประชาชนอยู่จำนวนมาก ว่านางตรีคณาเป็นแม่เล้า เปลี่ยนชื่อของตัวเองให้เหมือนชื่อดารา จัดซองผ้าป่าและหากินกับวัด

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 24 ก.ค.60 นายยุทธการ บุรพเกียรติ์ อายุ 31 ปี นำเอกสารพร้อมรายชื่อกลุ่มชาวบ้านกว่า 80 ราย เข้าร้องเรียนต่อรองเจ้าคณะจังหวัด  เจ้าคณะอำเภอ  เจ้าคณะตำบล และสำนักงานพระพุทธสาสนา จ.ลำปาง ให้ตรวจสอบพฤติกรรมของพระครูไกรสรวิลาส รักษาการเจ้าอาวาสวัดดำรงธรรม ที่กล่าวหาครอบครัวของตนเองไปในทางเสียหาย โดยไม่เป็นความจริง

ทั้งนี้ นายยุทธการ ได้เล่าว่า ก่อนหน้านี้ วันที่ 19 มิ.ย.2559 ทางรักษาการเจ้าอาวาสวัดดำรงธรรมพร้อมคณะศรัทธาได้จัดพิธีหล่อพระพุทธรูปหลวงพ่อโตทันใจ ให้หน้าตักกว้าง 6 เมตร สูง 9 เมตร ให้ แล้วเสร็จภายในวันเดียว แต่หลังจากที่ถอดบล๊อคออกแล้ว ก็ไม่ได้ดำเนินการต่อ เนื่องจากยังขาดปัจจัยอีกเป็นจำนวนมากจึงได้ทิ้งร้างเอาไว้ และหลังจากที่ตนเองพร้อมครอบครัวมาพบเห็น จึงได้เข้าไปเสนอตัวขอรับเป็นเจ้าภาพดำเนินการต่อให้จนแล้วเสร็จ โดยจะใช้งบประมาณของตัวเองรวมกับเงินของกลุ่มผู้มีจิตศรัทธาในบางส่วน เพื่อต้องการที่เข้ามาช่วยทำนุบำรุงพระศาสนา ซึ่งรักษาการเจ้าอาวาสก็ยินยอม จึงเริ่มลงมือขัดผิวพระพุทธรูปที่ขรุขระ และทาสีขาวทั้งองค์ ตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึงเดือน พ.ค. 60 รวมระยะเวลา 5เดือน ทุกอย่างจึงแล้วเสร็จ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 150,000 บาท

จากนั้นจึงได้ขอเป็นเจ้าภาพร่วมกับชาวบ้านผู้มีจิตอันเป็นกุศลสร้างฉัตรหลวง 9 ชั้น ขึ้นประดิษฐานไว้บนยอดโมลีขององค์พระเจ้าโตทันใจ ซึ่งต้องใช้งบประมาณอีก 120,000 บาท  แล้วเสร็จเป็นไปตามกำหนด จึงได้จัดขบวนแห่รอบเมืองเพื่อให้สาธุชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมทำบุญบำรุงพระศาสนาจนได้ปัจจัยเพิ่มเติมเข้ามาอีก ซึ่งก็ได้มีการตรวจนับและยกเงินทั้งหมดให้กับทางวัดจำนวนเงินทั้งสิ้น 110,000 บาท พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่ของทางธนาคารมารับเงินเอาไปเข้าบัญชี ซึ่งทุกขั้นตอนก็กระทำต่อหน้าต่อหน้าคณะกรรมการวัดทุกคน เพื่อความโปร่งใสไร้ข้อติติง หลังจากนั้นในก่อนหน้าจะมีการยกฉัตร 9 ชั้นขึ้นประดิษฐานเหนือพระโมลี ทางครอบครัวก็ยังถวายเงินให้อีก 24,000 บาท เพื่อให้รักษาการเจ้าอาวาสนำไปบูชาพระพุทธรูปขนาดหน้าตักกว้าง 5 นิ้ว จำนวน 200 องค์ ในราคาองค์ละ 120 บาท เพื่อที่จะนำมาให้สาธุชนเช่าบูชาต่อในราคาองค์ละ 399 บาท และอีกส่วนหนึ่งก็จะนำไปมอบเป็นของที่ระลึกกับแขกผู้ใหญ่ที่จะมาร่วมงานในวันยกยอดฉัตร เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.60 ตนเองพร้อมครอบครัวและสาธุชนก็ร่วมกันเป็นเจ้าภาพทำพิธียกยอดฉัตรฯ โดยได้เชิญรองผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมทั้งหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชนมาร่วมงาน จนทุกอย่างสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี


นายยุทธการ ยังเล่าต่ออีกกว่า แต่หลังจากที่งานเสร็จเรียบร้อยไปเพียง 1 วันเท่านั้น ทางวัดดำรงธรรม โดยรักษาการเจ้าอาวาสกลับมากล่าวหาครอบครัวของตนเองว่า เป็นพวก 18 มงกุฎ แอบขโมยเงินวัดและขโมยซองเงินที่คณะศรัทธามาร่วมทำบุญไป และยังกล่าวว่าครอบครัวตนเองหลอกเอาเงินวัดอื่นๆมาอีกหลายแห่ง รวมทั้งรักษาการเจ้าอาวาสยังใช้วาจาที่หยาบคายด่าว่าครอบครัวตนอย่างเสียๆหายๆ และขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ และรุนแรงขึ้นจนเลยเถิดไปถึงมารดาของตนเองที่ถูกกล่าวหาว่า เคยเป็นแม่เล้ามาก่อน ซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับเพศบรรพชิต ซึ่งคำพูดคำด่าที่หยาบคายทุกคำต่างก็มีญาติโยมได้ยินได้ฟัง จนสร้างความเสื่อมเสียให้ครอบครัวของตนเอง จนถูกดูถูกเกลียดชังจากผู้ที่ไม่รู้ความจริง โดยที่ครอบครับของตนเองไม่สามารถจะชี้แจงใดๆได้ เนื่องจากเป็นการกล่าวหากันลับหลัง แต่ตนเองก็ยังสามารถที่จะรวบรวมพยานหลักฐานเอาไว้ได้เป็นจำนวนมาก  ไม่ว่าจะคลิปเสียงของรักษาการเจ้าอาวาสในขณะที่ด่าครอบครับตน ให้ร้ายมารดาตน หรือแม้กระทั่งข้อความทางไลน์ที่รักษาการเจ้าอาวาสส่งไปให้ญาติโยมที่อยู่ทางบ้านรับทราบ ซึ่งบุคคลเหล่านั้นได้รับข้อความที่เป็นเท็จทั้งหมด ที่ผ่านมาเคยมีคนกลางเข้ามาพูดคุยและขอให้รักษาการเจ้าอาวาสหยุดพฤติกรรมดังกล่าว  ทางครอบครัวได้ให้โอกาสกับรักษาการเจ้าอาวาสวัดมามากแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมหยุดให้ร้ายครอบครัวตนเองอีก จึงได้นำหลักฐานต่างๆพร้อมรายชื่อของกลุ่มศรัทธา เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล และสำนักงานพระพุทธศาสนา ให้ตรวจสอบพฤติกรรมของรักษาการเจ้าอาวาสรูปดังกล่าวให้ด้วย ว่าเหมาะสมควรจะเป็นรักษาการ หรือจะได้ครองตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดต่อไปในอนาคตหรือไม่ รวมทั้งเรื่องที่พระรูปหนึ่งที่มีอายุเพียงไม่กี่พรรษา แต่กลับได้เลื่อนขั้นเป็นถึงพระครูนั้นมีความเป็นมาอย่างไรด้วย

ทั้งนี้ นายยุทธการ ยังได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า หลังจากนี้ก็จะได้คอยติดตามผลการตรวจสอบจากพระชั้นผู้ใหญ่ และเจ้าหน้าที่ของสำนักพุทธอย่างใกล้ชิดว่าตนเองจะได้รับความเป็นธรรมมากน้อยเพียงใด

ด้าน รักษาการเจ้าอาวาสวัดดำรงธรรม ได้กล่าวว่า ในเรื่องนี้อาตมาก็ยอมรับว่า เคยด่าว่าโยมยุทธการและครอบครัวไปจริง แต่ทั้งนี้ก็เนื่องมากจากการที่ทั้งสองฝ่าย คือ พระกับโยมเข้าใจกันผิด เมื่ออาตมาผิด อาตมาก็ขอยอมรับ หลังจากที่เรื่องเกิดขึ้นทางโยมยุทธการ หรือโยมต้า ก็ได้นำเรื่องไปแจ้งให้กับอาจารย์ท่านหนึ่งที่นับถือและเป็นหนึ่งในศรัทธาของวัดดำรงธรรมให้เป็นผู้ไกล่เกลี่ย ซึ่งหลังจากที่อาจารย์ท่านนั้นมาพูดคุยกับอาตมาให้ยุติเรื่อง ก็ได้รับปากอาตมาก็ยุติเรื่องทั้งหมดทันที แต่ก็ไม่รู้ว่าใครไปสานหรือไปเสี้ยมต่อ และที่อาตมาหยุดก็เพราะรู้ว่าถ้าพูดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ส่วนการที่ไปว่าแม่ของโยมต้าเป็นแม่เล้า พูดจาหยาบคายนั้น อาตมาก็ยอมรับว่าผิดจริง แต่ไม่ได้พูดขึ้นเองเพราะว่ามีคนมาพูดให้ฟังก่อน ซึ่งอาตมายอมรับว่าช่วงนั้นมีเรื่องเครียดอยู่หลายเรื่อง แต่ก็ไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าเครียดเรื่องอะไรบ้าง ผลที่สุดก็มาพบกับญาติโยมก็เลยพูดออกไป แต่ก็ไม่คิดว่าโยมของเราที่เราไว้วางใจนั้นจะไปพูดต่อ ทั้งที่อาตมากับแม่ของโยมต้าก็ไม่เคยบาดหมางในเรื่องใดๆมาก่อน คือเป็นญาติเป็นโยมกันตามปกติ

“ขอโทษ ถ้าทางฝ่ายนั้นยังเข้าใจผิดอยู่ นับหลังจากที่ครอบครัวเจ๊น้อย รวมถึงกรรมการชุดเก่าที่ออกจากวัดไป ขอให้ยุติ ทางอาตมาก็ยุติตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  แต่ไม่รู้ว่ามีใครไปพูดอะไรต่ออีก กรณีทำวัดวันพระที่ผ่านมาก็มีคนไปพูดอีก ทั้งที่อาตมาไม่ได้พูดอะไรเลย  ยืนยันว่าอาตมาหยุดไปแล้วตั้งแต่ที่มีการเจรจาไกล่เกลี่ยกัน” พระครูไกรสรวิลาส กล่าว

ส่วนเรื่องที่อาตมาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นพระครูนั้น อันนี้ก็ต้องไปถามเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบลท่านเอง แต่ไม่ว่าจะพรรษาน้อยหรือมาก ก็สามารถเป็นพระครูได้ทั้งนั้น ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ใด เพราะตำแหน่งพระครูนั้นมีอยู่หลายสิบขั้น ซึ่งก็อาจอยู่ที่ความพึงพอใจของพระผู้ใหญ่ก็เป็นได้ และหลังจากที่อาตมา มารักษาการที่วัดแห่งนี้ก็พยายามทำนุบำรุงพระศาสนามาตลอด ไม่เคยโกงกินเงินทุกบาทมีคณะกรรมการตรวจนับ มีการนำเข้าธนาคาร ซึ่งก็ต้องมีการหักค่าใช้จ่ายบ้าง และให้ไปถามญาติโยมที่ไหนก็ได้ว่าอาตมาเคยนำเงินมาใช้หรือไม่ หรือไปถามพระผู้ใหญ่ดูว่านิสัยอาตมาเป็นเช่นไร เรื่องที่ครอบครัวโยมต้าโกงเงินวัดก็ไม่มีไม่เคยพูด  ถ้าสงสัยเรื่องเงินวัดก็สามารถขอตรวจสอบบัญชีวัดได้เลย

ส่วนที่มีข่าวลือว่าอาตมาชอบเล่นหวย เล่นแชร์ครั้งนับหมื่นบาทก็ไม่เป็นความจริง แต่ก็ยอมรับว่าเล่นและเคยติดค่าแชร์อยู่บ้างเป็นบางครั้ง แต่ที่เล่นก็เพราะต้องการนำเงินมาบำรุงวัดวาอารามเท่านั้น  เพราะทุกวันนี้ทุกคนไม่รู้หรอกว่าวัดขาดอะไรบ้าง หรือต้องการอะไรบ้าง แต่ที่อาตมาเสียใจก็มีอยู่บ้าง คือ เคยมีคนเอาไปพูดอย่างนั้นอย่างนี้แต่ไม่เคยมาถามอาตมาเลย

 กรณีการแต่งตั้งไวยาวัจกรวัด มีการตั้งผู้หญิงขึ้นมา เพราะอาตมาได้เข้ามาใหม่ ยังไม่รู้อะไรมากนัก ต้องการให้โยมเข้ามาช่วยงานเป็นกรรมการบริหารวัด แต่ใส่ผิดเป็นตำแหน่งไวยาวัจกร เป็นข้อผิดพลาดของอาตมาเอง  พูดคุยกันแต่งตั้งเฉพาะในวัดไม่ได้มีการส่งเรื่องเป็นทางการ เพียงแต่รู้กันภายในเท่านั้น ตอนนี้ก็ได้มีการยกเลิกไปแล้ว  เจ้าพระครูไกรสรวิลาส กล่าว

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1139 วันที่ 28 กรกฎาคม - 3 สิงหาคม 2560)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support