วันศุกร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ไฟใหม้รถ อย่าเพิ่งรีบโทษแก็ส

จำนวนผู้เข้าชม my widget for counting

เมื่อรถไฟไหม้ คนส่วนใหญ่มักมโนว่ารถติดแก็ส มาก่อนเลย ! แต่รู้หรือไม่ว่า รถที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมัน ก็มีสิทธิ์เกิดไฟลุกไหม้ได้พอๆ กัน ถ้าอุปกรณ์ชำรุด และตรวจเช็คไม่เป็น สัปดาห์นี้ มีวิธีการตรวจเช็คระบบเชื้อเพลิง ทั้งน้ำมัน และแก็ส มาฝาก พร้อมวิธีแก้ไขอย่างถูกต้องเมื่อเกิดไฟลุกไหม้

ตรวจดูท่อน้ำมันใต้ท้องรถ

วิธีการตรวจเช็คสำหรับรถที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหลักนั้นไม่ยาก เริ่มจากสตาร์ทรถ และดมกลิ่นบริเวณห้องเครื่อง ท่อน้ำมันใต้ท้องรถ และถังน้ำมันท้ายรถ ถ้ามีกลิ่นน้ำมันแสดงว่ามีรอยรั่วทำให้น้ำมันระเหยออกได้ และอีกวิธี คือ มุดดูบริเวณใต้ท้องรถ ตั้งแต่ห้องเครื่อง จะมีท่อน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. บางรุ่นเป็นท่ออลูมิเนียม หรือเหล็ก บางรุ่นเป็นท่อยางยาวตลอดไปจนถึงบริเวณถังน้ำมันท้ายรถ ให้ตรวจดูสภาพของท่อว่ามีการผุกร่อนหรือไม่ โดยเฉพาะในจุดที่เป็นรอยต่อ ระหว่างถังน้ำมัน กับท่อส่งน้ำมัน รวมไปถึงบริเวณกรองเชื้อเพลิงด้วย ส่วนใหญ่จะพบรอยรั่วในรถที่มีอายุการใช้งาน 10 ปีขึ้นไป

 เช็คแกสรั่วด้วยฟอง

ส่วนรถที่ติดตั้งแก็ส ต้องเริ่มจากการติดตั้ง เลือกอู่กรมการขนส่งทางบกรองรับ รวมไปถึงอุปกรณ์ที่ติดตั้งทุกชิ้น ต้องมีมาตรฐานจากโรงงาน พร้อมการรับประกันที่ชัดเจน วิธีการตรวจเช็ค ให้สตาร์ทเครื่อง เปิดใช้ระบบแก็ส เปิดฝากระโปรงหน้ารถขึ้น ดมกลิ่นบริเวณห้องเครื่อง และถังแก็ส ตรวจเช็คอุปกรณ์ เช่น น็อต ที่รัดสายท่อแก็ส ต้องไม่หลุดหรือหลวม ไม่ขึ้นสนิม หรือหากไม่แน่ใจว่าแก็สรั่วหรือไม่ ให้ผสมน้ำยาล้างจานกับน้ำ แล้วใช้ฟองน้ำจุ่มจนเกิดฟอง นำไปโปะที่บริเวณข้อต่อต่างๆ เช่น หัวฉีดแก็ส หม้อต้ม กรองแกส วาล์วถังแก็ส และจุกที่เติมแก็สท้ายรถ ถ้าจุดไหนมีฟองผุดขึ้นมา แสดงว่าแก็สรั่ว

 ไฟไหม้ห้องเครื่อง อย่ารีบเปิดฝากระโปรง

เมื่อไฟไหม้รถยนต์ อันดับแรกควรตั้งสติ ไม่ตื่นตระหนก นำรถจอดข้างทาง ปิดสวิทช์แก็ส ดับเครื่องยนต์ทันที และรีบออกจากรถ ถ้าไฟยังลุกไม่มาก ให้รีบไปปิดวาล์วถังแก็สท้ายรถ แล้วหาสิ่งที่ดับไฟได้ เช่น ถังเคมีดับเพลิง น้ำเปล่า หรือแม้แต่น้ำอัดลมก็ดับไฟได้ด้วยเช่นกัน ที่สำคัญอย่ารีบเปิดฝากระโปรงหน้าเพื่อหวังว่าจะราดน้ำหรือฉีดพ่นให้เพลิงดับได้เร็วขึ้น ให้ฉีดอัดเข้าไปในห้องเครื่องก่อน แล้วค่อยๆ แง้มฝากระโปรงเล็กน้อย ให้อากาศหรือลมเข้าไปได้น้อยที่สุด แล้วฉีดพ่น หรือราดน้ำเข้าไปให้มากที่สุด เพราะถ้าเปิดฝากระโปรงหน้าขึ้นจนหมด ไฟจะลุกไหม้รวดเร็วยิ่งขึ้นเมื่อเจอลมและอากาศ ถ้าดับเพลิงได้แล้วให้รีบถอดขั้วแบตเตอรีออกเพื่อตัดวงจรไฟฟ้า ไม่ให้ช็อตจนเกิดประกายไฟได้อีก

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1140 วันที่ 4 - 10 กรกฎาคม 2560)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support