วันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560

ตั้งป้อมค้านสถานีรถม้าสร้างมลพิษ

จำนวนผู้เข้าชม IP Address

โครงการก่อสร้างเป็นศูนย์รวมสถานีรถม้าจังหวัดลำปาง งบประมาณ 14 ล้านบาท เป็นอีกโครงการหนึ่งที่ประชาชนชาวลำปางจับตามอง  โดยเทศบาลมีโครงการที่จะทุบอาคารศูนย์เยาวชนเทศบาลนครลำปาง หรือโรงยิมเดิม ที่อยู่ติดกับโรงเรียนเทศบาล 4 สร้างเป็นสถานีรถม้าดังกล่าว และจะย้ายโรงยิมไปอยู่บริเวณตลาดเทศบาล 4 ตรงข้ามห้างบิ๊กซีลำปาง ซึ่งอยู่ระหว่างการเริ่มก่อสร้าง 

หลังจากประชาชนทราบเรื่อง ก็ได้เกิดกระแสคัดค้านขึ้น เนื่องจากเห็นว่าโรงยิมยังคงใช้งานได้ ปัจจุบันสถาบันการศึกษาหลายแห่ง รวมทั้งเด็กและเยาวชน ยังคงมาใช้ในการแข่งขันกีฬาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเทศบาลนครลำปางก็ใช้สถานที่ดังกล่าวในการจัดแข่งขันกีฬาด้วยเช่นกัน   เพียงแต่ต้องมีการปรับปรุงในบางส่วนเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเสียงบประมาณทุบทิ้ง หรือสร้างขึ้นใหม่  ประกอบกับการสร้างสถานีรถม้าในบริเวณดังกล่าว อาจจะไม่มีผู้ประกอบการรถม้าเข้าร่วม  เพราะจะมีจุดจอดรถตามโรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อกระจายรายได้กันไป

โดยนายกิตติภูมิ นามวงค์ นายกเทศมนตรี ได้กล่าวการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า จะทุบโรงยิมก่อสร้างสถานีรถม้าอย่างแน่นอน โดยไม่ต้องมีการทำประชาพิจารณ์  ซึ่งมีวิธีการบริหารจัดการไว้อยู่แล้ว เพื่อจะหารายได้ให้กับกลุ่มรถม้า

ล่าสุด ได้มีการนำป้ายคัดค้านมาติดตั้งบริเวณด้านหน้าโรงยิม จำนวน 2 ป้าย และปากทางเข้าชุมชนโรงเรียนเทศบาล 4 อีก 1 ป้าย โดยมีข้อความว่า “ทุบโรงยิมเพื่อสร้างสถานีรถม้า  ทุบโรงยิมที่ประชาชนต้องการ สร้างสถานีรถม้าที่สารถีไม่ต้องการ เพื่อ?”  และ “ชาวชุมชนเทศบาล 4 ไม่เอาสถานีจอดรถม้า” 

ในเรื่องนี้  นางรัญจวน คำพิชัย ประธานชุมชนเทศบาล เปิดเผยว่า  ตนเองเพิ่งทราบเรื่องว่าจะมีการทุบโรงยิมสร้างเป็นสถานีรถม้า หลังจากที่เข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา และรู้จากทางอินเตอร์เน็ตอีกทาง  จากที่ได้พูดคุยกันในชุมชน คิดว่าเป็นโรงยิมแบบเดิมก็ดีอยู่แล้ว  ควรจะปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อให้เด็กใช้ประโยชน์ได้ ประชาชนไม่ต้องเดินทางไกลเวลามีการแข่งขันกีฬา เพราะบริเวณนี้เป็นจุดศูนย์กลางของเมืองอยู่แล้ว  รวมทั้งพ่อค้าแม่ค้าก็มีที่ขายของ สร้างรายได้เป็นอาชีพ    หากย้ายโรงยิมไปอยู่ตรงข้ามห้างบิ๊กซี ก็จะมีความเสี่ยงมากกว่า ต้องเดินทางไกล และทำให้พ่อค้าแม่ค้าในชุมชนขาดรายได้  และสิ่งที่เป็นห่วงที่สุดคือ ปัญหาจากกลิ่นปัสสาวะ และอุจจาระของม้า ที่จะส่งกลิ่นเหม็น เพราะรถม้าจะต้องมาจอดหลายคันมาก จะต้องมีกลิ่นรบกวนเด็กนักเรียนและชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง  เพราะจุดดังกล่าวเป็นชุมชนและโรงเรียน  อีกอย่างหากมีการจัดงานประเพณีบริเวณห้าแยกหอนาฬิกา และมีกลิ่นเหม็นของปัสสาวะของม้าออกไป ก็จะเกิดความไม่เหมาะสม ทำให้เสียภาพลักษณ์ต่อนักท่องเที่ยวที่เข้ามาร่วมงาน ส่วนชั้นสองที่คิดว่าจะทำเป็นห้องพิพิธภัณฑ์  จะมีคนเข้าไปดูหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ 

นางรัญจวน กล่าวต่อไปว่า ถ้ามาปรับปรุงโรงยิมให้เป็นสถานที่เล่นกีฬาที่มีมาตรฐาน จะเอาเจ้าหน้าที่ของเทศบาลมาดูแลก็ได้ หากมาหน่วยงานไหนมาขอใช้สถานที่เล่นกีฬาก็สามารถขอเก็บค่าบำรุงรักษาได้ โดยไม่ต้องคิดแพง ดีกว่าสร้างสถานีรถม้าเยอะ ซึ่งตอนนี้ก็คุยกับคนในชุมชนเป็นบางส่วนแล้ว  ต่อไปจะเดินออกสำรวจหรือเชิญประชุม  เพื่อสอบถามความคิดเห็นของคนในชุมชนว่าจะต้องการหรือไม่  ซึ่งจากที่คุยกันในเบื้องต้นแล้วไม่มีใครเห็นด้วยกับเรื่องนี้ เทศบาลควรจะมาทำประชาพิจารณ์ก่อนว่าประชาชนต้องการหรือไม่  เพราะสมาคมรถม้าเองก็ยังเอ่ยปากว่าไม่ได้ต้องการเลย  รถม้ามีสถานีจอดอยู่ในแต่ละจุดอยู่แล้ว มีลูกค้าประจำอยู่แล้ว  เกรงว่าถ้าทำจะเสียงบประมาณไปเปล่า  เทศบาลควรใช้สถานที่มาสร้างสวนหรือส่งเสริมสุขภาพประชาชนให้มีร่างกายแข็งแรง  ดีกว่าการนำมลภาวะไม่ดีมาอยู่กลางเมืองหรือมาอยู่ในชุมชน  อยากจะให้ทางเทศบาลมาปรับปรุงโรงยิมให้ดูดีขึ้น ในส่วนที่ทรุดโทรม ให้เหมาะสมเป็นลานกีฬาที่ทุกคนสามารถมาออกกำลังกายด้วยกันได้

ด้านแม่ค้าขายน้ำดื่มหน้าโรงยิม กล่าวว่า ไม่มีคนในชุมชนคนไหนต้องการสถานีรถม้าอย่างแน่นอน แม้แต่เด็กนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 4 ที่อยู่ติดกับโรงยิมก็ไม่ต้องการ เพราะกลิ่นเหม็นจะมารบกวนการเรียนของเด็ก หรือแม้แต่เวลากินข้าว เด็กก็จะกินไม่ลง แต่ถ้าปรับปรุงให้สะอาดขึ้นก็ยังต้อนรับนักกีฬาจากหลายๆโรงเรียนที่มาขอใช้อาคารเป็นที่แข่งขันกีฬาได้ และไม่ใช่แค่เด็กนักเรียนเท่านั้น ที่ผ่านมาแต่ละปี ตนเองก็ขายของอยู่ตรงหน้าโรงยิมมาโดยตลอด ก็พบว่ายังมีเอกชนจากหลายแห่ง มาขอทำการแข่งขันเกือบจะทุกหน่วยงาน แต่เมื่อเอาไปสร้างเป็นที่จอดรถม้าแล้ว เด็กจะไปแข่งขันกันที่ไหน ถึงจะสะดวกและปลอดภัยเท่ากับตรงนี้ 

ขณะนี่นายอัครินทร์ พิชญกุล  นายกสมาคมรถม้าลำปาง  กล่าวว่า ตนเองไม่ได้คัดค้านให้มีการสร้างสถานีรถม้า แต่การสร้างที่โรงยิมเดิมต้องดูว่ามีความเหมาะสมหรือไม่  หากให้รถม้าไปอยู่ตรงนั้นแล้วจะมีใครขึ้นไหม ต้องดูความคุ้มค่าด้วย เพราะงบประมาณที่นำไปก่อสร้างไม่ใช่น้อย เป็นเงินถึง 14 ล้านบาท เสียดายโรงยิมที่จะต้องทุบทิ้งไปเพราะยังใช้งานได้อยู่  เกรงว่าจะได้ไม่เท่าเสีย  อีกประการคือ รถม้ามีวิถีชีวิตของรถม้าเอง คือการจอดให้บริการตามจุดต่างๆที่มีนักท่องเที่ยว ทำให้เกิดรายได้  การที่จะให้ไปอยู่รวมกันต้องศึกษาให้มากว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด  เพราะไม่สามารถไปบังคับเขาได้ หากไม่มีรายได้เขาก็ต้องออกไปอยู่ที่อื่น สิ่งที่คิดว่าเทศบาลควรทำคือปรับปรุงจุดจอดรถม้าต่างๆให้ดียิ่งขึ้น มีห้องน้ำไว้ให้บริการ

นายกสมาคมรถม้า กล่าวอีกว่า  อยากให้นายกเทศมนตรี ทดลองจ้างรถม้าไปจอดที่โรงยิมดูสัก 1 เดือน ว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการหรือไม่ จะจ่ายค่าจ้างวันละ 300-500 บาทก็แล้วแต่ตกลง ถ้าไปจอดในจุดนั้นแล้วเขามีรายได้ เขาก็อาจจะไม่เอาค่าจ้างจากนายกฯก็ได้ แต่ถ้าไม่มีคนมาใช้บริการ ก็ต้องพิจารณาแล้วว่าควรจะดำเนินการต่อไปหรือไม่

ส่วนผู้ประกอบการรถม้า บริเวณด้านหน้าโรงแรมเวียงทอง ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้ามีสถานีรถม้าก็ดี แต่ไม่ใช่การรวมรถม้าไว้ที่เดียวกันทั้งหมด อยากให้มีการปรับปรุงจุดจอดเดิมมากกว่า ให้กำหนดสถานีรถม้าเป็นจุดไป เพราะทุกวันนี้รถม้าที่จอดอยู่หน้าโรงแรมเวียงทองมีอยู่ 10 กว่าคัน วันหนึ่งได้วิ่งแค่ 5 คันเท่านั้น บางคนก็ไม่มีรายได้  หากให้ไปรวมอยู่ 80 คัน แล้วจะจัดคิวกันอย่างไร  รวมทั้งการเดินทางไม่สะดวกทั้งสารถีและนักท่องเที่ยว  ถ้ามีทัวร์มาลงที่โรงแรมเวียงทอง และโรงแรมเวียงลคอร รถม้าจุดนี้ก็ออกไปรับได้เลย  หากไปอยู่ที่ห้าแยกต้องตีรถม้ากลับมารับนักท่องเที่ยว และถ้านักท่องเที่ยวจะไปขึ้นรถม้า รถบัสก็ต้องออกไปส่งอีก ทำให้รถติด ไม่มีที่จอดรถ

สารถีรถม้า กล่าวอีกว่า สิ่งที่ต้องการคือ ให้เทศบาลนำงบมาปรับปรุงถนนบริเวณจุดจอดรถม้าด้านหน้าโรงแรมลำปางเวียงทอง เพราะถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ เวลาล้างทำความสะอาดก็เกิดน้ำขัง เกิดกลิ่น เกิดยุง และขอถังขยะเพิ่มขึ้น ตอนนี้มีถังขยะแค่ 2 ถัง ไม่เพียงพอ  อีกอย่างคือต้องการให้สร้างหลังคาบริเวณเกาะริมถนน ให้สารถีรถม้ามีที่พักอาศัยหลบแดดหลบฝน เพราะทุกวันนี้ต้องอาศัยอยู่หน้าตึกต่างๆ หากมีคนมาเช่าตึกเปิดกิจการ สารถีก็จะไม่มีที่อยู่อาศัย จะให้ยุบจุดจอดตรงนี้ก็คงไม่ได้ เพราะเป็นจุดใหญ่ที่รองรับนักท่องเที่ยวในเขต อ.เมืองลำปาง

และเมื่อสอบถามไปยังนายกิตติภูมิ นามวงค์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง อีกครั้ง ก็ได้รับคำตอบว่า โครงการก่อสร้างสถานีรถม้า ณ เวลานี้มันอยู่ในแผนงาน และมีแนวคิดในการบริหารจัดการไว้อยู่แล้ว   เพราะยังมีขั้นตอนอีกหลายอย่างที่จะต้องศึกษา

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1146 วันที่ 15 - 21 กันยายน 2560)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support