วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ถอนทะเบียนธงฟ้า! ร้านค้ากังฉิน กั๊กบัตรคนจน

จำนวนผู้เข้าชม

ารตรวจสอบพบทุจริต ร้านค้าที่ยังไม่ได้ติดตั้งเครื่องรูดเงินอิเลคทรอนิคส์ หรือ EDC แต่เก็บบัตรสวัสดิการรัฐ หรือบัตรคนจนของชาวบ้านไว้  เพื่อฮุบเอาเป็นประโยชน์ของตัวเอง ไม่ใช่เป็นเพียงวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ตามคำของคลังจังหวัดเท่านั้น หากนี่ยังหมายถึงเจตนาทุจริต ที่จะรวบรัดตัดตอน ให้เจ้าของบัตรต้องจำยอมซื้อสินค้าของเขาโดยไม่มีเงื่อนไข

เป็นการทำการค้าที่ไร้จรรยาบรรณ คิดถึงแต่ผลประโยชน์  ซึ่งควรจะต้องได้รับการลงโทษถอนออกจากทะเบียนร้านธงฟ้า และถูกลงทัณฑ์ด้วยมาตรการทางสังคม ด้วยการไม่ซื้อ ไม่ขาย ประกาศให้รู้ทั่วกันว่า ร้านค้าชนิดนี้ไม่ควรทำธุรกรรมใดๆด้วย

เพียงเริ่มมาไม่นาน บัตรคนจน ก็กลายเป็นช่องทางหาผลประโยชน์ของร้านค้า ของคนที่เป็นเจ้าของบัตรในหลายรูปแบบ เช่น ร้านธงฟ้าตั้งราคาสินค้าชนิดเดียวกับที่ขายในร้านปกติ ในราคาที่สูงกว่า จำกัดให้ใช้บัตรเฉพาะสินค้าบางประเภท หรือใช้บัตรแลกเป็นเงินสด

นอกจากกรณีที่ร้านค้าจะต้องรับผิดตามกฎหมาย จากการเก็บบัตรของชาวบ้านไว้แล้ว ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ก็จะต้องถูกลงโทษ ร้านค้าถูกเพิกถอนทะเบียนธงฟ้า เจ้าของบัตรก็จะต้องถูกระงับวงเงิน

เจ้าหน้าที่รัฐ จะต้องไม่เพิกเฉยต่อร้านค้า เจ้าของบัตร ที่ทำผิดวัตถุประสงค์ของการใช้บัตรคนจน โดยเฉพาะที่ลำปางมีการเก็บบัตรไว้นับพันใบ เป็นเงินรวมๆแล้วนับแสนบาท  ถือเป็นความผิดสำเร็จ หากไม่มีการจัดการตามกฎหมาย ก็ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานของรัฐละเว้นการปฎิบัติหน้าที่

สำคัญก็คือ คนรากหญ้า ที่เป็นตาสีตาสา ไม่รู้เรื่อง ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมร้านค้ากังฉิน ก็ตกอยู่ในภาวะจำยอม ให้เขายึดบัตรไป และเอาเงินในบัตรนั้นไปในที่สุด

นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องเฝ้าติดตาม อย่างน้อยจะได้เห็นภาพเปรียบเทียบ ร้านค้าที่สุจริต ตรงไปตรงมา ซึ่งยังมีอีกกว่าร้อยล้านที่สมัครเข้าโครงการ เป็นร้านค้าที่สมควรให้การอุดหนุน

อาจมีการตั้งข้อสังเกตว่า ไม่ควรเรียกบัตรที่เขามีชื่อทางการว่า บัตรสวัสดิการรัฐ เป็นบัตรคนจน เพราะอาจจะเกิดการแยกแบ่งชนชั้น คนจน คนรวยได้ ซึ่งหากติดตาม จะพบว่าชื่อบัตรคนจน ไม่ได้มีผลกระทบต่อคนที่เขาถือบัตรแต่อย่างใด แต่สิ่งที่เป็นประเด็นก็คือความรู้ทั่วไปของสังคมไทยที่มีต่อบัตรคนจน เพราะประชากรทั้งประเทศ มีคนที่ถือบัตรคนจนเพียง 11.43 ล้านคนเท่านั้น

ฟังคำอธิบายของคุณจตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

โครงการแจกบัตรสวัสดิการ  มีผลทางจิตวิทยาเพราะช่วงสร้างบรรยากาศจับจ่ายและการบริโภคในประเทศคึกคักขึ้น แต่ผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นมีไม่ถึงร้อยละ 0.1 ของจีดีพี เนื่องจากการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการเป็นการทยอยใช้เป็นรายเดือนและเป็นเม็ดเงินเดิมจากโครงการที่เคยมีอยู่แล้ว เช่น รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี จึงไม่ได้มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวแรง

หลายคนยังยังงงๆ กับ บัตรคนจน ว่าคืออะไร แล้วใช้ทำอะไรได้บ้าง? อธิบายง่ายๆ คือ บัตรคนจนมี 2 ประเภทแบ่งตามรายได้ คือ 1.กลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินอุดหนุนเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 300 บาทต่อเดือน รวมทั้งค่าก๊าซหุงต้ม 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน ค่ารถเมล์และรถไฟฟ้า 500 บาทต่อคนต่อเดือน ค่ารถโดยสาร บขส. 500 บาทต่อคนต่อเดือน ค่ารถไฟ 500 บาทต่อคนต่อเดือน

2. กลุ่มที่มีรายได้เกิน 30,000 บาทต่อปี แต่ไม่เกิน 100,000 บาท จะได้รับเงินอุดหนุนเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวน 200 บาทต่อเดือน รวมทั้งค่าก๊าซหุงต้ม 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน ค่ารถเมล์และรถไฟฟ้า 500 บาทต่อคนต่อเดือน, ค่ารถโดยสาร บขส. 500 บาทต่อคนต่อเดือน, ค่ารถไฟ 500 บาทต่อคนต่อเดือน

ความพิเศษของบัตรนี้คล้ายกับบัตรเครดิตผสมบัตร ATM ที่สามารถนำไปรูดซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคตามร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่ได้ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ได้ แค่รูดบัตรจ่ายเงินผ่านเครื่อง EDC จากนั้นรับใบเสร็จโดยในใบเสร็จจะแสดงยอดที่ใช้จ่ายไปและยอดคงเหลือในบัตร แต่จะไม่แสดงรายละเอียดว่าสินค้าแต่ละรายการนั้นราคาเท่าใดผู้ใช้ต้องบวกลบคูณหารให้เสร็จก่อนไปรูดบัตร

คนที่ถือบัตรเครดิต ที่ทำยาก อนุมัติยาก เช่น กรุงเทพ กรุงไทย กรุงศรี เรียกว่าดูดีมีชาติ ตระกูล และคงรวยจริง เพราะแบงก์เหล่านี้ ตรวจ โปรไฟล์ เข้มมาก ส่วนคนถือบัตรคนจน ก็อาจถูกลดเกรดไปเป็นพลเมืองชั้นสอง และอาจไม่มีใครกล้าโชว์บัตรคนจน เพราะบางคนเห็นว่า ความจนเป็นความด้อยค่าชนิดของมนุษย์

แต่เอาเข้าจริงแล้ว คนถือบัตรเครดิตวงเงิน 3 ล้าน คนถือบัตรคนจนวงเงิน 300 ล้าน สิ่งที่เขาเท่ากันกันคือความเป็นมนุษย์ ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ 

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1151 วันที่ 20 - 26 ตุลาคม 2560)

Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support