วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ในหลวงรัชกาลที่ ๙ กับคณะองคมนตรี

จำนวนผู้เข้าชม IP Address

อกจากการได้ใกล้ชิดพระองค์ ผ่านการรับพระราชทานปริญญาบัตรเพียงครั้งเดียวในชีวิตแล้ว  ความทรงจำอีกครั้งที่แม้ไม่ได้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท ก็คือโอกาสที่ได้ขึ้นเวที ร่วมเสวนาเรื่อง “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับคณะองคมนตรี” ต่อหน้าองคมนตรี ที่สยามพารากอน เมื่อราว 2-3 ปีก่อน

ในวาระที่คนไทยทั้งชาติ ร่วมใจกันถวายความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย “จอกอ” ขอทบทวน เรื่องราวของพระองค์ ที่มองผ่านสายตาขององคมนตรีบางท่าน เป็นเนื้อหาที่ใช้ในการเสวนาคราวนั้น โดยเฉพาะภาพสะท้อนจาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีในรัชกาลที่ 9  และประธานองคมนตรีในรัชกาลปัจจุบัน

เรื่อง “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับคณะองคมนตรี” มาจากมติของคณะองคมนตรี ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 โดยองคมนตรีทำเป็นหนังสือทูลเกล้าฯถวาย โดยเนื้อหาประกอบด้วยสาระสำคัญต่างๆ ความรู้สึกประทับใจในการทำงานสนองพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อมานายสัก กอแสงเรือง  นายกสภาทนายความ และประธานโครงการแปลและจัดพิมพ์หนังสือ ได้ขออนุมัติจัดพิมพ์จากประธานองคมนตรี และขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต

พล.อ.เปรม เขียนว่า ท่านและชาวสยามทุกคนต่างก็มีบุญวาสนา มีโชคดีเท่าเทียมกัน ที่ประเทศไทยของเรามีพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐพระองค์นี้  ผู้เขียน(พล.อ.เปรม) มีโอกาสทำงานถวายเป็นครั้งคราว ตั้งแต่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นราชองครักษ์เวร เมื่อ 14 เมษายน 2512

และขออนุญาตใช้คำว่า “รับใช้บ่อยขึ้น”  ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2517 คือตั้งแต่ผู้เขียนดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 จนกระทั่งเป็นนายกรัฐมนตรี จวบจนปัจจุบัน

นับแต่วันนั้นถึงวันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงยึดมั่นในพระปฐมบรมราชโองการมาโดยตลอด ทรงยังประโยชน์สุขและความร่มเย็นให้บังเกิดแก่ราษฏรเป็นไปตามพระราชปณิธานดังที่ตั้งพระราชหฤทัย

การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยึดมั่นในพระปฐมบรมราชโองการ ในการทรงครองแผ่นดิน “เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” เป็นผลประจักษ์ชัดว่า ประชาชนของพระองค์มีความปลื้มปิติโสมนัสอย่างยิ่ง ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น มีความผาสุกมากขึ้น คนในชนบทมีความรู้ ความเข้าใจในการทำมาหาเลี้ยงชีพดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น เข้าใจใช้ชีวิตอย่าง “พอเพียง”

ประชาชนสำนึกรู้เองว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานสิ่งใด พระราชทานเพื่ออะไร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงเป็นที่รักเคารพและบูชาของประชาชนชาวสยามทุกหมู่เหล่า และประชาชนทราบดีว่า การทรงเสียสละพระราชกิจส่วนพระองค์เพื่อความผาสุกของประชาชน คือ “ความสุขพระราชหฤทัย” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ไม่เพียงแต่ “คน” เท่านั้น ที่ได้รับพระราชทานเมตตา พระมหากรุณาและน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “สัตว์ ภูเขา สิ่งแวดล้อม ฯลฯ” ก็ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาเช่นเดียวกัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสนพระราชหฤทัยในทุกเรื่อง ที่มีผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน ที่มีผลกระทบต่อประเทศ ได้พระราชทานพระราชดำริ และพระราชดำรัสแนะนำเจ้าหน้าที่ให้ลองไปปฏิบัติ ทรงรับความคิดเห็น ข้อเสนอของเจ้าหน้าที่ ทรงร่วมพิจารณา และมีพระบรมราชวินิจฉัยแก้ไขให้นำไปใช้ได้ ทั้งทรงใส่พระราชหฤทัยและทรงติดตามผลงานเป็นเนืองนิตย์

ทั้งหมดนี้เป็นความโดยสรุปจากข้อเขียนของพล.อ.เปรม แต่ในวรรคท้ายที่หากใช้ คำสามัญก็จะได้ความว่า ทรงใส่ใจและติดตามงาน เช่น โครงการชลประทานที่จังหวัดลำปาง ซึ่งสำเร็จผลและยังประโยชน์ให้แก่ชาวนาชาวไร่มาจนถึงวันนี้ ก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ทีได้สั่งงานและติดตามงาน ไม่ผิดไปจากที่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ กล่าวไว้


  (หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1150 วันที่ 13 - 19 ตุลาคม 2560)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support