วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ซัด 'หมอดิว' ผ่าเสริมอึ๋มโต้โดนสวมใบตร.ออกหมายให้พนง.ชี้ตัว

จำนวนผู้เข้าชม my widget for counting

คลินิกเถื่อนผ่าเต้าสาวประเภทสองดับ เหยื่อรายอื่นเข้าร้องทุกข์ต่อเนื่อง หมดเงินไปหลายหมื่นบาท ขณะที่นายแพทย์หนุ่มถูกซัดทอดเป็นคนผ่าตัด เจ้าตัวโต้ผ่านทางรายการข่าว ไม่ได้เป็นคนผ่าตัดเสริมเต้าและไม่เคยมาลำปาง เชื่อถูกสวมใบประกอบวิชาชีพ  ตำรวจเผยอยู่ระหว่างสอบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดวันเกิดเหตุ  ด้านสาววัย 20 ปี ผู้มีชื่อเป็นเจ้าของคลินิกเครียดจัด เข้ารับทราบข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวน
  •  ผ่าเต้าดับ
จากกรณีนายจิรัชญา คำพูน หรือกี้  อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 113 หมู่ 7 ต.หนองหนาม อ.เมืองลำพูน  จ.ลำพูน  ได้เข้าทำการผ่าตัดเสริมทรวงอกที่ ดีไวน์ คลินิก ตั้งอยู่ ถ.ลำปาง-แม่ทะ ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง เมื่อวันที่ 28 ต.ค.60   หลังผ่าตัดได้หมดสติลงและหัวใจหยุดเต้น จากนั้นได้เสียชีวิตลงขณะเข้ารักษาตัวที่ รพ.ลำปาง ในวันที่ 29 ต.ค.60 
  •  สสจ.แจงเหตุเสียชีวิต
ต่อมา วันที่ 30 ต.ค.60 นายแพทย์ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง ร่วมกับ พ.ต.อ.จิตตพล วงษ์วัน ผกก.สภ.เขลางค์นคร  พ.ต.ท.ทรนง ศรีคำวัง รอง ผกก.สส. ร.ต.อ.ณฐชนนท์ เพ็งสิน รอง สว.(สอบสวน) ร่วมกันแถลงข่าวการเสียชีวิตของ นายจิรัชญา คำพูน หรือกี้  อายุ 22 ปี สาวประเภทสองที่เสียชีวิตจากการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมทรวงอก ว่า จากการชันสูตรของแพทย์นิติเวช รพ.ลำปาง ในเบื้องต้น พบว่าสาเหตุการเสียชีวิต เกิดจากภาวะสมองขาดอาการ จากลมรั่วในช่องทรวงอกด้านซ้าย ซึ่งอาจจะเกิดจากระหว่างดำเนินการ หรือภายหลังดำเนินการก็ได้ 
  • คลินิกเถื่อน
นอกจากนี้ คลินิกดังกล่าว มีผู้มาขอจดแจ้งตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ได้ยื่นขออนุญาตต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง เมื่อต้นเดือน พ.ค.60 ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบพบว่ายังไม่ได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยตามมาตรฐานของกฎหมาย จึงไม่ได้ออกใบอนุญาตสถานพยาบาล  โดยสรุปคือ เป็นการเปิดคลินิกเถื่อน
  •  เข้าข่ายข้อหาเจตนาฆ่า
พ.ต.ท.ทรนง ศรีคำวัง รอง ผกก.สส. กล่าวว่า  เมื่อเจ้าของคลินิกไม่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541  ถึงแม้ว่าผู้มาทำการเสริมทรวงอกจะเซ็นยินยอมเป็นหนังสือก็ตาม ก็ถือว่าอาจเข้าข่ายข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา  ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมพยานและหลักฐานก่อน และสอบสวนล้วงลึกไปในหลายประเด็น รวมถึงตรวจสอบผลการชันสูตรของทางแพทย์นิติเวชอย่างละเอียด แต่เชื่อว่าไม่มีอำนาจกระทำแล้วกระทำการไปให้ผู้อื่นเสียชีวิตนั้นมีผลโดยตรง  ซึ่งจะมีอยู่ 3 ข้อหาที่เข้าข่าย หากผลออกมาว่ากระทำการโดยเจตนา โทษสูงสุดคือประหารชีวิต    หากกระทำโดยไม่เจตนา โทษสูงสุดคือจำคุก 15 ปี และอีกข้อหาคือกระทำการโดยประมาท โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ซึ่งความผิดจะอยู่ใน 3 ข้อหานี้  อยู่ที่พยานหลักฐาน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
  •  ตำรวจ ทหาร เข้าตรวจสอบ       
จากนั้น วันที่ 31 ต.ค. 60  เจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร  เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง  ร่วมกันเข้าตรวจสอบที่ ดีไวน์คลีนิก เลขที่ 152/42  โครงการปัญญาปาร์ค ถ.ลำปาง-แม่ทะ ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง  ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดเอกสาร ไม่ว่าจะเป็น การยื่นขอจดทะเบียน ใบสมัครงาน  เอกสารประกอบการต่างๆ จำนวนมากมาทำการตรวจสอบ  รวมทั้งยาที่ใช้ในคลินิกบางประเภท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขพบว่าได้มีการสั่งซื้อจากต่างประเทศ 2-3 ชนิดมาทำการตรวจสอบ
  •  สสจ.เข้าแจ้งความ
            เวลา 17.30 น.วันที่ 31 ต.ค.60  นายเสริม บัวทอง นิติกร ชำนาญการพิเศษ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ทรนง ศรีคำวัง รอง ผกก.สส.สภ.เขลางค์นคร  โดยมี พ.ต.อ.จิตตพล วงษ์วัน ผกก.สภ.เขลางค์นคร ซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ได้ร่วมตรวจสอบเอกสารหลักฐานในการแจ้งความดำเนินคดีกับคลินิกดังกล่าว  โดยในเบื้องต้น ได้แจ้งข้อกล่าวหา ผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าของคลินิก 2 ข้อหา คือ  ข้อกล่าวหาที่ 1 คือ ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ข้อกล่าวหาที่ 2 ดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 24 แก้ไขประกอบกับปี 2559  ซึ่งมีโทษเพิ่มขึ้นมาอีก ส่วนในด้านอื่นๆนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการตามขึ้นตอนทางกฎหมาย
  •  เรียกสอบลูกจ้าง
นอกจากนั้นทางพนักงานสอบสวนได้ เรียกตัว เจ้าหน้าที่ลูกจ้างในคลินิกและเจ้าของผู้แจ้งชื่อเช่าอาคารและสถานบริการดังกล่าว รวม 10 คนมาให้ปากคำแล้วโดยได้แยกสอบทั้งหมดออกเป็นสองห้องแบ่งกันให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
  •  จ้าของคลินิกเข้าพบ พงส.
ต่อมาวันที่ 2 พ.ย.60  น.ส.จันทร์จิรา ธิวงศ์เงิน หรือมะปราง อายุ 20 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 84 หมู่ 9 ต.ทุ่งฝาย อ.เมือง จ.ลำปาง  ที่มีชื่อจดแจ้งเป็นเจ้าของคลินิกฯ ดังกล่าว ได้เดินทางมาพร้อมกับพ่อและลุง เข้าพบพนักงานสอบสวนและเหยื่อทั้งหมด โดยสภาพบรรยากาศโดยรวมค่อนข้างอึมครึม เพราะ น.ส.จันทร์จิรา  สวมหมวกและใส่หน้ากากอนามัย ร้องไห้ตลอดเวลา ซึ่งคาดว่ายังไม่สามารถสรุป หรือตกลงใดๆได้เพราะเจ้าของตัวจริงยังไม่ปรากฏตัว

ทั้งนี้ น.ส.จันทร์จิรา ธิวงศ์เงิน ได้ถูกสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง แจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากเป็นผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าของคลินิก หลังมีผู้เข้ามารับการเสริมความงามแล้วเสียชีวิต โดยถูกแจ้งข้อกล่าวหาที่ 1 คือ ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ข้อกล่าวหาที่ 2 ดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 24 แก้ไขประกอบกับปี 2559 ซึ่งมีโทษเพิ่มขึ้นมาอีก ทำให้ น.ส.จันทร์จิรา มีความเครียดตลอดเวลา
  •  พ่อเผยลูกเป็นแค่ลูกจ้าง
โดยทางพ่อของ น.ส.จันทร์จิรา  เปิดใจว่า ตั้งแต่ลูกจบ ปวส.มาไม่ถึงปี ไม่เคยถามว่าลูกทำงานอะไร เพราะลูกบอกว่าได้งานทำแล้วรายได้ดี แต่หลังจากตกเป็นข่าว มีชื่อเป็นเจ้าของคลินิก และถูกแจ้งความดำเนินคดี ครอบครัวต่างตกใจและสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากลูกสาวเพราะยังอยู่ในอาการเครียดและตกใจอยู่ ทางครอบครัวจึงต้องติดตามอยู่ใกล้ชิดตลอดเวลา  ตอนนี้เป็นห่วงลูกสาวมากที่จะต้องมาถูกดำเนินคดี ก็ยังไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร หัวอกคนเป็นพ่อและแม่ เป็นห่วงลูกมากที่สุด พร้อมฝากเตือนไปยังผู้ปกครองหมั่นดูแลบุตรหลานและสอบถามเกี่ยวกับการทำงานด้วยว่า ทำงานอะไรแบบไหน ซึ่งจะได้ไม่ตกที่นั่งลำบากอย่างครอบครัวตนในขณะนี้
  •  เหยื่อสูญเงิน 8 หมื่น
ขณะเดียวกันก็ยังมีเหยื่อจากการศัลยกรรมที่คลินิกดังกล่าวเข้าแจ้งความอย่างต่อเนื่องแล้วประมาณ 6 คน  ซึ่งหลายรายได้รับผลกระทบจากการเสริมจมูกและต้องแก้ไขหลายครั้ง รวมไปถึงทำคางและเกิดการอักเสบต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล และรายล่าสุดเป็นหญิงวัย 50 กว่าปี  ได้ไปทำศัลยกรรมเสริมจมูก เสริมคาง ลบรอยเหี่ยวย่น ที่คลินิกดังกล่าว หมดเงินไปแปดหมื่นบาท กลับพบว่าผ่านมา 3 เดือน การรักษายังไม่ดีขึ้นจมูกเบี้ยวและตัวยาที่ฉีดบริเวณคาง และหน้าผากเป็นตุ่มก้อน จึงอยากได้เงินคืนเพื่อที่จะไปรักษาที่อื่น  นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายมาเจรจาเรื่องเงินที่จ่ายไปแล้ว และต้องการจะขอเงินคืน แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป
  •  ซัดทอดนายแพทย์
ทั้งนี้ ได้มีกระแสข่าวว่า ทราบชื่อแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดเสริมทรวงอกสาวประเภทสองแล้ว คือ นพ.จิรเดช เกตุรัตนกุล หรือหมอดิว อายุ 31 ปี   หลังจากมีข่าวแพร่กระจายออกไป  นพ.จิรเดช ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ทำการผ่าตัดสาวประเภทสองแต่อย่างใด ไม่เคยรู้จักคลินิกดังกล่าวและไม่เคยมาที่ จ.ลำปาง
  •  เจ้าตัวโต้ไม่ใช่คนผ่า
นพ.จิรเดช เกตุรัตนกุล  แพทย์ศัลยกรรม ความงามและผิวหนัง ได้เปิดเผยผ่านทาง รายการ “เป็นเรื่อง!” ทางช่อง News 1 สรุปได้ว่า  ทราบข่าวจากที่เพื่อนส่งลิงก์ข่าวมาให้ดู  ตกใจมาก และปรึกษากับเพื่อนๆ ว่าจะทำยังไง  ตอนเกิดเหตุ ผมอยู่กรุงเทพเป็นหลัก ไม่เคยได้ยินชื่อคลินิกนี้  เพิ่งได้ยินครั้งแรกจากข่าว ลำปางก็ไม่เคยไปด้วยซ้ำ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนผ่าตัดเสริมทรวงอกดังกล่าว  หลังทราบว่ามีชื่อตนเองเข้าไปเกี่ยวข้องแล้ว ได้ไปลงบันทึกประจำวันที่ สน.  และปรึกษาทนายไว้เบื้องต้น เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่แอบอ้างชื่อของตน
  •  คาดถูกสวมใบวิชาชีพ
 นพ.จิรเดช  กล่าว กรณีที่เกิดขึ้นคาดว่าเป็นการสวมใบประกอบวิชาชีพ  จากกรณีที่เคยเห็นมา เวลาแพทย์จบมา ก็จะได้ใบประกอบวิชาชีพประจำ มีชื่อนามสกุลแล้วก็มีเลขประกอบวิชาชีพ ทีนี้ที่ผมเคยเห็นก็คือตัวคนที่แอบอ้างหรือว่าสวมชื่อ หรือว่าสวมรอย เขาจะเอารูปของตัวเขาเอง หรือคนที่ลักษณะคล้ายๆ กับหมอคนนั้น จะตัดใส่เสื้อกาวน์ เอาไปแปะทับหมอคนนั้น แล้วก็ถ่ายเอกสารหรือสำเนาซ้ำอีกครั้ง แล้วจะเปลี่ยนเป็นรูปตัวคนใหม่แทน คิดว่าเป็นกรณีที่เป็นไปได้มากที่สุด
  •  ส่งหนังสือถือแพทยสภา
ด้าน พ.ต.ท.ทรนง ศรีคำวัง  รอง ผกก.สส.สภ.เขลางค์นคร กล่าวถึงความคืบหน้าล่าสุดว่า ตอนนี้กำลังสอบพยานอยู่ ยังไปไม่ถึงขั้นการออกหมายเรียกหรือหมายจับใครได้ ส่วนที่มีข่าวว่ามีการซัดทอดไปถึง นพ.จิรเดช นั้น ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้เชิญมาให้ปากคำ เมื่อทางเจ้าตัวปฏิเสธก็ไม่เป็นไร จะตรวจสอบไปตามพยานหลักฐาน รวมถึงจะเรียกตรวจสอบกล้องวงจรปิดในวันนั้นมาดู พร้อมกันนี้จะทำหนังสือไปยังแพทยสภา เพื่อขอตรวจสอบรายชื่อแพทย์ ว่าคล้องจองหรือใกล้เคียงกันหรือไม่ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1153 วันที่ 3 - 9 พฤศจิกายน 2560)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support