วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ทิพย์ช้าง อดีตไม่หวนคืน

จำนวนผู้เข้าชม .

าตรีแรกของ “ม้าสีหมอก” ที่ลำปาง หลับและลืมตาตื่นที่โรงแรมทิพย์ช้าง สัญลักษณ์หนึ่งของเมืองลำปางเมื่อราว 20 ปีมาแล้ว

คราวนั้น  จำได้ว่า มาสัมภาษณ์คุณวิจิตร สุพินิจ ผู้ว่าการแบงก์ชาติยุคนั้น ที่มาพักที่นี่ สัมภาษณ์เสร็จตอนค่ำ รุ่งเช้าก็กลับเชียงใหม่ แต่จากวันนั้น ความทรงจำความเป็นลำปาง ก็มีแต่โรงแรมทิพย์ช้าง โรงแรมระดับ 4 ดาวกลางเมืองลำปางแห่งนี้

กลับมาลำปางอีกครั้ง ทิพย์ช้างกลายเป็นโรงแรมร้างกลางเมืองไปแล้ว หน้าต่าง ประตูชำรุด ทรุดโทรม ปรักหักพัง สูญหาย แต่ทายาทเจ้าของเดิมก็ยังครอบครองพื้นที่ โต้แย้งสิทธิอยู่ แม้ศาลล้มละลายกลาง จะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และโอนกรรมสิทธิ์เป็นของบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด หรือ บสก.(BAM) ไปแล้ว

ในทางคดีความ ถือว่าคดีเสร็จไปแล้วทั้งสำนวน และอยู่ในชั้นบังคับคดี ซึ่งโดยปกติ บสก.เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ย่อมมีสิทธิเข้าครอบครอง บริหารจัดการได้เต็มที่ การฟ้องแย้ง หรือการฟ้องโต้แย้งเจ้าของกรรมสิทธิ์ ไม่เป็นเหตุให้กระบวนการบังคับคดีต้องสะดุดหยุดอยู่

โดยเฉพาะเป็นการโต้แย้งในประเด็น ความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โรงแรมของ บสก.มิได้โต้แย้งในประเด็นกรรมสิทธิ์ของทายาทเจ้าของเดิม ซึ่งสิ้นสุดไปพร้อมกับคำพิพากษาศาลล้มละลายกลางแล้ว

แปลว่า คำพิพากษาคดีใหม่ ไม่เป็นเหตุเปลี่ยนแปลงความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อย่างแน่นอน

หากมองในฐานะมนุษย์ ทายาทของเจ้าของเดิมทิพย์ช้าง ก็ย่อมมีสิทธิที่จะหวงแหนทรัพย์สมบัติชิ้นใหญ่ของพวกเขาที่ต้องหลุดมือไป ด้วยการบริหารงานที่ผิดพลาดในอดีต จนถูก ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เจ้าหนี้บังคับจำนอง ต่อมาโอนกรรมสิทธิ์ให้ บสก.และนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาด มีผู้ประมูลได้ในราคา 75 ล้านบาท

ทางเดียวที่จะรักษากรรมสิทธิ์ในที่ดินและโรงแรมไว้ได้ ทายาทก็ต้องเข้าไปสู้ราคาในชั้นขายทอดตลาด เสมือนเป็นผู้เข้าแข่งประมูลรายหนึ่ง แต่โอกาสนั้นก็ผ่านเลยไปแล้ว

เมื่อไม่สามารถรักษากรรมสิทธิ์ไว้ได้ ก็ต้องถือว่าการครอบครองที่ดินพิพาทนั้น เป็นการบุกรุก ซึ่งกฎหมายได้ให้อำนาจเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ ขอให้ศาลออกหมายจับและกักขังผู้บุกรุก เพื่อให้เจ้าของที่แท้จริง สามารถเข้าไปครอบครองและจัดการบริหาร

“ม้าสีหมอก” เคยผ่านประสบการณ์เช่นนี้ เมื่อเป็นทนายโจทก์ นำตำรวจสน.ตลิ่งชัน ไปจับกุม เจ้าของบ้านที่ไม่ยอมรื้อถอน และออกไปจากพื้นที่ที่ตัวเองไม่มีกรรมสิทธิ์

บ้านหลังนั้น เป็นบ้านไม้เก่า ๆ ตั้งอยู่กลางโครงการหมู่บ้านของบริษัทมั่นคง เคหะการ ย่านถนนพุทธมณฑล  มีผู้ชายสูงอายุอาศัยอยู่เพียงคนเดียว “ม้าสีหมอก” ยังจำภาพ ตำรวจลากคุณลุงผมขาวโพลนไปขังไว้ที่ สน.ก่อนที่บริษัท จะรื้อบ้านและจัดการครอบครอง ปิดกั้นการเข้าออกของบุคคลภายนอก จึงไปขอให้ปล่อยตัวลุงได้

“ม้าสีหมอก” เข้าใจและเห็นใจ ทายาททิพย์ช้างอย่างยิ่ง เพราะภาพจำในอดีตที่คนปกติ ดีๆไม่ได้เป็นผู้ร้ายก่ออาชญากรรมใดจะต้องถูกจับไปขังไว้ เพื่อให้เจ้าของกรรมสิทธิ์ เข้าไปบริหารจัดการพื้นที่

แต่กฎหมายก็คือกฎหมาย ยากดีมีจนอย่างไรก็ถูกบังคับด้วยกฎหมายเสมอกัน

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1156 วันที่ 24 - 30 พฤศจิกายน 2560)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support