วันพฤหัสบดีที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2561

จราจรพรึ่บหัวติดกล้องไม่เน้นจับผิด

จำนวนผู้เข้าชม my widget for counting

สายตรวจ-จราจรลำปาง 80 นาย ติดกล้องบนหมวกเพิ่มการทำงานที่รัดกุม  รอง ผกก.ยันไม่เน้นจับผิดประชาชน แต่ช่วยเหลือด้านการทำงาน ลดคำครหาในการปฏิบัติหน้าที่ และเก็บหลักฐานชัดเจน

หลังจากที่มีการนำเสนอข่าวสารผ่านสื่อต่างๆหลายครั้ง กรณีการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการใช้กล้องติดหมวกและกล้องติดรถยนต์ให้เกิดประโยชน์ในการติดตามคนร้าย รวมไปถึงการเก็บบันทึกภาพสำคัญขณะเกิดเหตุการณ์ต่างๆ และขณะปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้มีการขยายการติดตั้งกล้องบนหมวกประจำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มขึ้นไปทั่วประเทศ โดยที่ จ.ลำปาง ได้มีการติดตั้งกล้องบนหมวกจราจรด้วยเช่นกัน ซึ่งได้เริ่มใช้งานเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา

พ.ต.ท.สราวุธ วะเท  รอง ผกก.จร.สภ.เมืองลำปาง   เปิดเผยว่า  สำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง เห็นถึงความปลอดภัยเรื่องการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และเรื่องการตรวจสถานที่เกิดเหตุ เก็บข้อมูลพยานหลักฐานทางภาพถ่าย วีดีโอ และเสียง เพื่อประกอบการดำเนินคดีต่างๆ จึงได้มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการติดตั้งกล้องบนหมวกประจำตัว เพื่อเป็นการช่วยเหลือในการเก็บพยานหลักฐานหากเกิดเหตุการณ์ต่างๆได้  อีกส่วนหนึ่งก็จะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อตรวจสอบว่าปฏิบัติได้ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

รอง ผกก.จร. กล่าวต่อว่า  ตอนนี้มีกล้องใช้ในส่วนของงานสายตรวจและจราจร ทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ภาคสนามจะมีกล้องติดทุกนาย แยกเป็นจราจร 40 นาย สายตรวจ 40 นาย รวมไปถึงรถยนต์สายตรวจที่คอยขับตรวจตราดูแลความเรียบร้อยต่างๆก็จะต้องมีการติดตั้งกล้องหน้ารถด้วยเช่นกัน  ซึ่งกล้องติดหมวกที่ สภ.เมืองลำปางจะมีอยู่ 100 กว่าตัว แต่ใช้จริง 80 ตัว ตามจำนวนของเจ้าหน้าที่ โดยมีไว้เพื่อเป็นการสับเปลี่ยนหากเกิดการชำรุดเสียหาย

โดยกล้องติดหมวกจะมี 2 รูปแบบ คือ กล้องด้านหน้า ติดตั้งแบตเตอรี่สำรอง มีจอภาพ บันทึกเสียงได้ สามารถเปิดดูภาพได้เลยทันที  แบบที่สองจะเป็นกล้องที่ติดด้านบนหมวก บันทึกภาพและเสียงได้เช่นกัน จะสามารถบันทึกภาพต่อเนื่องได้นาน 4 ชั่วโมง  เมื่อเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติหน้าที่ก็จะต้องเปิดกล้องให้ทำงานอยู่ตลอดเวลา  ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าการติดตั้งกล้องเหล่านี้ เป็นผลดีในเรื่องของการไประงับเหตุ เรื่องการโต้แย้งก็จะลดลง เพราะมีการบันทึกภาพไว้ตลอด ในส่วนของจราจรก็เป็นการลดข้อพิพาทระหว่างตำรวจกับประชาชน และควบคุมการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้ทำผิดระเบียบกฎหมาย หรือทำเกินกว่าเหตุได้  เชื่อว่าประชาชนก็อุ่นใจขึ้นว่าเจ้าหน้าที่ต้องทำตามระเบียบเพราะมีการบันทึกภาพไว้ ประชาชนเองก็ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายด้วยเช่นกัน  พ.ต.ท.สราวุธ กล่าว.

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1170 วันที่ 9 - 15 มีนาคม 2561)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support