วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ระดมพลล่านักโทษชายสะเดาะโซ่หนี

จำนวนผู้เข้าชม my widget for counting

นักโทษชายคดียาเสพติดสะเดาะโซ่ตรวนจากเตียงผู้ป่วย หนีจาก รพ. ด้าน ผกก.สภ.ห้างฉัตร  สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจระดมค้นหาตัวอย่างเร่งด่วน เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานระดมกำลังกว่า 200 นาย ปูพรหมค้นหาตัวนักโทษชายหลบหนีอย่างเข้มข้น พบเบาะแสหลายแห่ง แต่ยังไม่พบตัว  

เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. วันที่ 23 พ.ค. 61  เกิดเหตุนักโทษคดียาเสพติดของทัณฑสถานบำบัดพิเศษ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ได้หลบหนีออกจากโรงพยาบาลห้างฉัตร ขณะเข้ารับการรักษาตัวด้วยอาการปวดท้อง โดยได้ใช้ลวดสะเดาะโซ่ตรวนที่ล็อคกับเตียงและหลบหนีเข้าป่าไป  เบื้องต้นทราบชื่อคือ นช.เสกสรรค์ เขื่อนแก้ว อายุ 39 ปี  ราษฎรบ้านเลขที่ 51 ม.9 ป่าไคร้เหนือ  ต.หนองหล่ม อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง 

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สมพงษ์ ตั้งตัว ผกก.สภ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง  ได้ระดมพลเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเร่งติดตามค้นหาตัว นช.เสกสรรค์อย่างเร่งด่วน  พร้อมกับเปิดเผยว่า นช.เสกสรรค์  จำคุกอยู่ทัณฑสถานพิเศษลำปาง อ.ห้างฉัตร ก่อนหน้านี้ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานว่าป่วย มีอาการปวดท้องอย่างหนักบริเวณชายโครงด้านซ้ายทะลุถึงด้านหลัง  ทางเจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลห้างฉัตร และแพทย์ให้นอนพักที่ห้องรวม  กระทั่งเวลา 01.30 น.  นช.เสกสรรค์ได้ใช้ลวดสะเดาะโซ่ และหลบหนีการควบคุม  พบร่องรอบการหลบหนีไปทางรั้วลวดหนามด้านข้างโรงพยาบาล ซึ่งเป็นป่ารกทึบ

ต่อมาเวลา 13.00 น.  พ.ต.อ.กฤษดา  พันธ์เกษม รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง พ.ต.อ.สมพงษ์  ตั้งตัว ผกก.สภ.ห้างฉัตรลำปาง พ.ต.ท.ปรเมศร์ ตั้งจิตสมาธิ รอง ผกก.งานป้องกันและปราบปราม รวมทั้งชุดสืบสวนของทางภูธรจังหวัด และสืบสวนของ สภ.ห้างฉัตร ได้ร่วมกันประชุมเครียดกับนางสุนันทา คงพากเพียร ผบ.ทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง เพื่อวางแผนการค้นหาตัว นช.เสกสรรค์ เขื่อนแก้ว พร้อมกับได้วางกำลังเฝ้าติดตามตรวจค้นยังบ้านเกิดที่บ้านป่าไคร้ ต.หนองหล่ม อ.หนองหล่ม ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนักโทษชายที่หลบหนีด้วย

พ.ต.อ.สมพงษ์ ตั้งตัว ผกก.สภ.ห้างฉัตร  เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งพลเมืองดี ซึ่งเป็นพนักงานของโรงงานลำปางเจริญพืชผล ตั้งอยู่เลขที่ 200 หมู่ 9 ต.หนองหล่ม อ.ห้างฉัตร ว่า พบนักโทษชายเดินอยู่บริเวณด้านหน้าโรงงานแห่งนี้ ซึ่งขณะนั้นพนักงานได้เดินไปเปิดก๊อกน้ำที่ติดอยู่กับรั้วด้านหน้า และได้ยินเสียงสุนัขที่เลี้ยงไว้เห่าเสียงดัง จึงมองดูก็เห็นชายคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ สวมเสื้อสีฟ้าอ่อน สวมกางเกงสีน้ำตาล ยืนอยู่ตรงเสาไฟฟ้าริมถนน เมื่อชายคนดังกล่าวเห็นว่ามีคนมอง จึงเดินกลับเข้าไปในป่า ทางพนักงานจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ เมื่อนำรูปให้พนักงานหญิงคนดังกล่าวดูก็ยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันกับ นช.เสกสรรค์ ที่อยู่ระหว่างหลบหนี  เจ้าหน้าที่จึงขอใช้สถานที่ของโรงงานตั้งศูนย์บัญชาการค้นหา  และได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ ซึ่งประกอบไปด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ เรือนจำกลางลำปาง  ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ  สถานกักขังกลางลำปาง  อาสาสมัครรักษาดินแดน  เจ้าหน้าที่กู้ภัย เจ้าหน้าที่ป่าไม้  กว่า 50 นาย  เดินปูพรหมหน้ากระดานค้นหาในจุดที่พบเป็นครั้งสุดท้าย ในระยะทาง 2 ก.ม. โดยทาง พ.ต.ท.ปรเมศร์ ตั้งจิตสมาธิ รอง ผกก.ป. เป็นผู้สั่งการ

ผกก.สภ.ห้างฉัตร กล่าวอีกว่า นักโทษคนนี้เคยเข้าออกเรือนจำไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง  เคยรับโทษที่ลำปาง 3 ครั้ง และแม่ฮ่องสอน 2  ครั้ง ในคดียาเสพติด ล่าสุดรับโทษยาเสพติดของ สภ.เมืองลำปาง มียาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อเสพและจำหน่าย ประมาณ 180 เม็ด และถูกส่งตัวมาที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง อ.ห้างฉัตร โดยมีโทษจำคุก 5 ปี  ยังคงเหลือโทษอยู่อีกประมาณ 2 ปีเศษ

ด้าน นางสุนันทา คงพากเพียร ผบ.ทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง กล่าวเพิ่มเติมว่า  นช.เสกสรรค์ มีอาการป่วยจริง โดยพักรักษาอยู่ในทัณฑสถานได้ประมาณ 1 สัปดาห์ แต่อาการไม่ดีขึ้นจึงได้ส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลห้างฉัตร กระทั่งมาหลบหนีไป ซึ่งก่อนหน้านี้ช่วงเวลาเที่ยงคืนเศษ ทางเจ้าหน้าที่ได้พาตัวไปเข้าห้องน้ำ จากนั้นได้มีพยาบาลเข้ามาเจาะเลือดไปตรวจ ผ่านไปประมาณ 10 นาที ทางเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานที่เฝ้าอยู่ด้านหน้าห้องจำนวน 2 นาย ได้เดินเข้ามาตรวจตรา ก็ไม่พบตัว นช.เสกสรรค์ แล้ว แต่พบลวดเกี่ยวผ้าม่านที่ใช้เป็นอุปกรณ์สะเดาะโซ่ตรวนซ่อนอยู่ใต้หมอน จึงรีบแจ้งขอกำลังทำการค้นหาอย่างเร่งด่วน

สำหรับการควบคุมตัวนักโทษนั้น ได้มีการใส่กุญแจข้อเท้าลักษณะพิเศษไว้ชั้นหนึ่ง คือจะมีกุญแจที่ใช้ไขเฉพาะ ถ้าไม่เชี่ยวชาญจริงไม่สามารถถอดออกได้ง่ายๆ  ส่วนอีกชั้นจะมีโซ่ตรวจล็อคกับกุญแจข้อเท้า นำไปคล้องกับเตียงผู้ป่วยและใช้แม่กุญแจ แบบที่ต้องใช้ลูกกุญแจหมุนปิดและเปิดล็อค ซึ่ง นช.เสกสรรค์ ได้ใช้ลวดไขแม่กุญแจหลุดจากเตียงออกได้ แต่กุญแจข้อเท้าที่ใส่อยู่นั้นจะยังคงติดไปกับตัวขณะหลบหนี และคาดว่ายังไม่สามารถถอดออกได้ ขณะนี้ก็ยังมีอาการป่วยอยู่น่าจะหลบหนีไปได้ไม่ไกลมากนัก ทางเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานก็ได้ร่วมกับเรือนจำกลาง และสถานกักขังกลาง ส่งกำลังค้นหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด ส่วนเหตุจูงใจในการหลบหนียังไม่ทราบแน่ชัด อยู่ระหว่างการสอบสวน  ผบ.ทัณฑสถานฯ กล่าว

น.ส.สุนันทา คงพากเพียร ผอ.ทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง ได้ประกาศตั้งรางวัลนำจับ 50,000 บาท ให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสของ นช.เสกสรรค์ เขื่อนแก้ว จนสามารถจับกุมได้ก็พร้อมจะมอบเงินรางวัลให้ทันที เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าพบบุคคลต้องสงสัยในพื้นที่แปลงปลูกสับปะรด ก่อนที่จะวิ่งหลบหายไปในป่า  จึงได้ปูพรมเดินหน้ากระดานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดแต่ก็ไม่พบตัวแต่อย่างใด จากนั้นในช่วงเวลา 18.00 น.ทางเจ้าหน้าที่ได้พบเบาะแสเพิ่มเติมคือ มีร่องรอย คนไถลลงไปในสระน้ำในกลางแปลงสับปะรด และมีการแหวกว่ายกอหญ้าเป็นทางแล้วปีนขึ้นฝั่ง ในสภาพมีรอยนิ้วเท้าอย่างชัดเจนและยังมีโคลนติดอยู่ หายเข้าไปในป่า ทางเจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกตรวจสอบโดยทั่วอีกครั้งแต่ก็ยังไม่พบตัวเพราะสภาพพื้นที่ป่า ค่อนข้างรก และมีหญ้าสูง อีกทั้งใกล้มืดค่ำในช่วงเวลา 19.30 น.จึงได้ถอนกำลังออกจากป่า  เพื่อมาประชุมวางแผนระดมกำลังทั้งหมด กระจายเฝ้าตลอดเส้นทางเข้าออกหมู่บ้าน และติดตามเฝ้าบ้านของนักโทษชายและเพื่อนอย่างใกล้ชิด และเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน จะได้สบายใจมากขึ้น ซึ่งตลอดทั้งคืนนี้ ทาง กำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ให้ลูกบ้านได้ปิดบ้านอย่าง แน่นหนา หากพบเห็นชายต้องสงสัยรีบแจ้ง เจ้าหน้าที่ทันทีเพี่อที่จะรุดเข้าไปตรวจสอบอย่างเร่งด่วน 

กระทั่งช่วงเวลา 20.00 น. ได้รับแจ้งเบาะแสอีกว่าพบชายลักษณะคล้าย นช.เสกสรรค์ เข้าไปขอข้าวกินภายในวัดแห่งหนึ่งเขต ต.วอแก้ว อ.ห้างฉัตร  เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามไปแต่ไม่พบตัวแต่อย่างใด  ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตามเบาะแสอย่างต่อเนื่อง รับแจ้งว่ามีชายต้องสงสัยซ่อนตัวอยู่ภายในสวนมะม่วงเขต ต.ห้างฉัตร เมื่อไปตรวจสอบพบกล่องข้าว และเศษขนมตกอยู่ ลักษณะเป็นของใหม่ คาดว่าเป็นของนักโทษชายเสกสรรค์ที่ได้หลบหนีออกไปก่อนหน้านี้  โดยเจ้าหน้าที่ได้พยายามติดตามหาตัวตลอดทั้งคืน แต่ก็ยังไม่พบตัวแต่อย่างใด ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1180 วันที่ 25 - 31 พฤษภาคม 2561)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

รวมพลังราชการไทย

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support