วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ยักยอกทรัพย์สหกรณ์ ผกก.คืน 6 ล้าน เคลียร์คดีไม่จบ ตร.ยันความจริงเรื่องเข้าใจผิด

จำนวนผู้เข้าชม

ผกก.ติดต่อขอคืนเงินสหกรณ์ตำรวจบางส่วน แต่ยังตกลงไม่ได้เหตุกรรมการให้คืนทั้งหมด  ล่าสุดเซ็นเช็คเข้าบัญชีสหกรณ์ 6 ล้านเศษ  ด้านคดีอยู่ระหว่างสอบสวน  ขณะที่ฝ่ายตรวจการสหกรณ์จังหวัดเผยส่งหนังสือแจ้งเตือนถึง 3 ครั้ง ก่อนจะมีการแจ้งความ  สหกรณ์ตำรวจส่งหนังสือแจงไม่ได้เกิดความเสียหาย

จากกรณี คณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์โรงเรียนตำรวจภูธร ภาค 5  โดย ร.ต.ท.เชิด แมตทอง  ข้าราชการตำรวจบำนาญฯ ผู้รับมอบอำนาจ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.เพื่อน ดวงจินา อายุ 41 ปี  ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผกก.สภ.ปากน้ำประแสร์ จ.ระยอง  ซึ่งมีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์โรงเรียนตำรวจภูธร ภาค 5  อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง  ในข้อหายักยอกทรัพย์ จำนวนเงิน 47,443,500 บาท  หลังจากประธานกรรมการสหกรณ์โรงเรียนตำรวจภูธรภาค 5  ได้อาศัยอำนาจหน้าที่สั่งการให้เจ้าหน้าที่สหกรณ์จ่ายเงินยืมทดรองของสหกรณ์ให้แก่ร้านค้าสวัสดิการ การกระทำดังกล่าวไม่ใช่กิจการของสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ โดยมีการลงลายมือชื่อผู้ยืม และผู้รับเงินในสัญญายืมเงินทดรอง จำนวน 21 รายการ เป็นเงินทั้งสิ้น 47,443,500 บาท เป็นการผิดวัตถุประสงค์และข้อบังคับของสหกรณ์ ก่อให้เกิดความเสียหาย

-ขอคืนเงิน
สำหรับความคืบหน้าในเรื่องนี้ แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ระบุว่า ทางประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์โรงเรียนตำรวจภูธร ภาค 5   ได้มาเจรจากับสมาชิกสหกรณ์แล้ว ว่าจะขอจ่ายเงินคืนก่อนจำนวน 31 ล้านบาท แต่ยังไม่เป็นที่ตกลง เพราะทางสมาชิกต้องการจะให้คืนทั้งหมดในคราวเดียวกัน  ส่วนเรื่องของคดีนั้นขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำพยาน ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก รวมทั้งผู้ที่กู้ยืมเงินไปด้วย จึงยังไม่ได้มีการสรุปสำนวนส่งให้ทางอัยการ  แต่หากประธานสหกรณ์ฯนำเงินมาคืนทั้งหมดได้ ก็สามารถยอมความกันได้ เพราะเป็นคดียักยอกทรัพย์ ไม่ใช่ลักทรัพย์

            -เซ็นเช็คเข้าบัญชี
            ผู้สื่อข่าวยังได้รับรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 ก.ค.61 ได้มีการเซ็นจ่ายเป็นเช็คของธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร จำนวน 3 ใบ  เข้าบัญชีของสหกรณ์ออมทรัพย์โรงเรียนตำรวจภูธรภาค 5  ใบแรกจำนวน 6 ล้านบาท ใบที่สอง จำนวน 118,904.11 บาท และใบที่สาม จำนวน 135,890.41 บาท  รวมเป็นเงิน 6,254,794.52  บาท

            -คืนครบถอนแจ้งความ
            ร.ต.ท.เชิด แมตทอง คณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธร ภาค 5 กล่าวว่า การยืมเงินดังกล่าวได้ผ่านมติกรรมการ แต่มีการนำเงินไปใช้ผิดประเภท ทางประธานอยู่ระหว่างติดต่อคืนเงิน ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 ก.ย.61 ให้ครบทั้งหมด ถ้าเคลียร์เรียบร้อยก็จะถอนแจ้งความ

            -ส่งหนังสือแจ้ง 3 ครั้ง
            ลานนาโพสต์ได้สอบถามกรณีสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจฯ ไปยังสำนักงานสหกรณ์จังหวัดลำปาง  นายนิกร  กันเอ้ย ผู้อำนวยการกลุ่มตรวจการสหกรณ์ เปิดเผยว่า สหกรณ์จังหวัดมีหน้าที่กำกับสหกรณ์ออมทรัพย์ต่างๆ และสั่งให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ยกเว้นหากไม่ปฏิบัติก็จะเป็นหน้าที่ของสหกรณ์จังหวัดที่จะต้องแจ้งความดำเนินคดีเอง   ซึ่งในเรื่องนี้ได้มีหนังสือสั่งการให้หาผู้รับผิดชอบ และเรียกเงินคืน  เราทราบความเสียหายมาตั้งแต่ต้นปี 61  ว่าคณะกรรมการ มีมติยืมเงินออกไปจากสหกรณ์ ซึ่งตรวจหลักฐานเอกสารแล้วมีการยืมเงินไปผิดจริง จึงสั่งให้มีการแก้ไข เรียกเงินคืน โดยได้มีหนังสือแจ้งให้ดำเนินการไป 2 ครั้ง แต่ก็ไม่มีความเคลื่อนไหว จากนั้นจึงมีหนังสือสั่งการไปในครั้งที่ 3  กระทั่งได้มีการแจ้งความดำเนินคดี ตอนนี้ทราบว่าอยู่ในขั้นตอนของการสอบสวน ซึ่งยังไม่ทราบว่าใครผิดถูก

            ผู้อำนวยการกลุ่มตรวจการสหกรณ์  กล่าวว่ากรณีเช่นนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ของ จ.ลำปาง หลายแห่ง เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำปาง ซึ่งศาลชั้นต้นตัดสินแล้ว อยู่ระหว่างการรอคำตัดสินของศาลอุทธรณ์  และยังมีสหกรณ์การเกษตรที่ อ.เสริมงาม มีความผิดคล้ายกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครู คือ นำเงินสหกรณ์ไปจัดซื้อที่ดินในราคาสูง ประมาณ 13 ล้านบาท จังหวัดได้มีการแจ้งสั่งการให้ดำเนินการไปแล้ว แต่ทางสหกรณ์ฯ อ.เสริมงาม ไม่ดำเนินการแจ้งความ  ทางสหกรณ์จังหวัดจึงดำเนินการเอง มีการแจ้งความดำเนินคดีและฟ้องร้องในชั้นศาล

            -พบ 12 แห่งใช้เงินผิด    
บทบาทของสหกรณ์จังหวัดเข้มข้นขึ้น โดยการเข้ามาดูแลและตรวจสอบให้มีความถูกต้อง หลังจากที่เกิดข่าวใหญ่จากสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์จึงออกมาตรการใหม่ให้สหกรณ์จังหวัดตรวจสอบดูแลสหกรณ์ต่างๆที่มีอยู่อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ปี 58-60  เป็นต้นมา จากการปูพรหมจึงทำให้พบความผิดปกติของการใช้เงินสหกรณ์ออมทรัพย์ในจังหวัดลำปาง 12 แห่ง จากทั้งหมด 80 กว่าแห่ง  และมีการจัดการอย่างเข้มงวด ได้แจ้งความดำเนินคดี และมีการพิพากษาคดีไปแล้ว แต่ละแห่งยอดเงินจำนวนไม่มากเท่าไรอยู่ในหลักแสนถึงสิบล้านบาท ซึ่งคดีที่ยอดเงินมากที่สุดคือสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำปาง

นายนิกร กล่าวอีกว่า หลักการทำงานจะมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ของจังหวัด ไปคลุกคลีอยู่ในพื้นที่ โดยแบ่งเป็น 4 พื้นที่ แยกความรับผิดชอบเป็นโซน โดยมีการเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการสหกรณ์ ฟังสภาพเหตุการณ์ต่างๆ  ก็จะมีการทราบข่าวเข้ามา มีการแจ้งเบาะแส และมีสมาชิกร้องเรียนเข้ามาบ้าง  โดยที่ จ.ลำปาง เพิ่งจะพบเพิ่มมาที่เดียวคือสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรภาค 5  นอกนั้นจะเป็นเรื่องเก่าที่แก้ไขไปแล้ว   ถือว่ามีกรณีการทุจริตเกิดขึ้นไม่มากหากเทียบกับจังหวัดอื่นๆ เพราะแต่ละสหกรณ์ออมทรัพย์ได้เห็นตัวอย่างว่ามีการเอาจริง มีการฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดจริง

-ส่งหนังสือชี้แจง
ทั้งนี้ ทางสหกรณ์ออมทรัพย์โรงเรียนตำรวจภูธร ภาค 5 ได้ส่งหนังสือชี้แจงและขอความเป็นธรรมมายังกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ โดยมี ร.ต.ท.เชิด แมตทอง เซ็นลงนามในหนังสือ วันที่ 21 ส.ค.61 เรื่อง ขอความเป็นธรรมในการให้ข่าวของหนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  โดยข้อความในหนังสือระบุว่า

กรณีหนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ข่าวลำปาง เพื่อคนลำปาง ได้ลงข่าวฉบับที่ 1192 วันที่ 17 – 23 ส.ค. 2561 โดยมีหัวข้อข่าว “ฟันบิ๊กสีกากี โกง 47 ล้าน สหกรณ์ตำรวจภูธรภาค 5 ผบช.สอบเข้ม กันที่อื่นซ้ำรอย”

โดยมีเนื้อหาระบุว่า “ผู้การภาค 5 สั่งสอบเข้มคดี ผกก.ยักยอกทรัพย์สหกรณ์ออมทรัพย์โรงเรียนตำรวจภูธรภาค 5 กว่า 47 ล้านบาท ย้ำเจ้าหน้าที่ให้ประสานสหกรณ์ทุกแห่งในสังกัด ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ให้เกิดซ้ำ”

จากกรณีเมื่อช่วงเดือน พ.ค.2561 ที่ผ่านมา คณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์โรงเรียนตำรวจภูธร 5 โดย ร.ต.ท.เชิด แมตสอง ข้าราชการบำนาญฯ ผู้รับมอบอำนาจได้แจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.เพื่อน ดวงจินา อายุ 41 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผกก.สภ.ปากน้ำประแสร์ จ.ระยอง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์โรงเรียนตำรวจภูธรภาค 5 อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ในข้อหายักยอกทรัพย์ จำนวน 47,443,500.- บาท

ทั้งนี้ เรื่องเกิดจากเจ้าหน้าที่สหกรณ์จังหวัดลำปาง ได้มีการตรวจสอบพบว่า พ.ต.อ.เพื่อน ดวงจินา ประธานสหกรณ์ โรงเรียนตำรวจภูธร 5 จำกัด ได้อาศัยอำนาจหน้าที่สั่งการให้เจ้าหน้าที่สหกรณ์จ่ายเงินยืมทดรองจ่าย ของสหกรณ์ให้แก่ร้านค้าสวัสดิการ (ประเด็นที่1) ซึ่ง พ.ต.อ.เพื่อน ฯ ยังมีตำแหน่งเป็นประธานร้านค้าสวัสดิการ อีกด้วย และการกระทำดังกล่าวไม่ใช่กิจการของสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ (ประเด็นที่ 2 ) โดยมีการลงลายมือชื่อผู้ยืมและผู้รับมอบเงินในสัญญายืมเงินทดรอง จำนวน 21 รายการ เป็นเงินทั้งสิ้น 47,443,500 บาท เป็นการผิดวัตถุประสงค์และข้อบังคับ ของสหกรณ์ ก่อให้เกิดความเสียหาย รวมทั้งการดำเนินการดังกล่าวไม่มีการขออนุมัติที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์เพื่อยืมเงินทดรองจ่ายและไม่มีมติในการจ่ายเงินแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่จ่ายเงินยืมทดรองจ่ายของสหกรณ์ให้ตนเอง เมื่อทางคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ทราบเรื่อง จึงได้มีหนังสือทวงถามและเรียกเงินคืนตามจำนวนดังกล่าว แต่กลับไม่ได้รับเงินคืน (ประเด็นที่3)  จึงมอบอำนาจให้ ร.ต.ท.เชิด แมตสอง เข้าแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว

จากเนื้อหาดังกล่าวตรวจพบว่ามีตามข้อความที่มีการขีดเส้นใต้รวม 3 ประเด็น เป็นข้อความอันเป็นเท็จทั้งสิ้น และไม่ทราบว่าข้อความหรือเนื้อความดังกล่าวทางหนังสือพิมพ์ได้นำเอาข้อความดังกล่าวมาจากผู้ใด เพราะการเสนอข้อความดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อสหกรณ์ออมทรัพย์โรงเรียนตำรวจภูธร 5 มิได้เคยให้ข่าวหรือข้อเท็จจริง หรือทางหนังสือพิมพ์มาสอบถามทางสหกรณ์ฯ แต่อย่างใดเลยแต่กลับนำเอาข้อความประเด็นดังกล่าวไปเผยแพร่จนก่อให้เกิดความเสียหาย

สหกรณ์ฯ จึงได้ทำหนังสือแถลงข่าวฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อให้ท่านทราบข้อเท็จจริงและขอความเป็นธรรมเพื่อแก้ไขข่าวสารให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริง เนื่องจากในการเสนอข่าว

ประเด็นที่ 1 “ทั้งนี้ เรื่องเกิดจากเจ้าหน้าที่สหกรณ์จังหวัดลำปาง ได้มีการตรวจสอบพบว่า พ.ต.อ.เพื่อน ดวงจินา ประธานสหกรณ์ โรงเรียนตำรวจภูธร 4 จำกัด ได้อาศัยอำนาจหน้าที่สั่งการให้เจ้าหน้าที่สหกรณ์จ่ายเงินยืมทำรองจ่าย”

กรณีประเด็นที่ 1 เนื่องจากสหกรณ์จังหวัดลำปาง มีการเปลี่ยนเจ้าหน้าที่เข้ามาร่วมประชุมคนใหม่เมื่อท่านมาร่วมประชุม จึงมีการสอบถามว่าการร่วมลงทุนตามที่คณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติไปนั้น อาจจะไม่ตรงกับระเบียบที่เกี่ยวข้อง จึงได้ปรึกษาหาทางทำให้ถูกต้องตามระเบียบ ทั้งนี้ สหกรณ์จังหวัดได้เสนอแนะวิธีการในการดำเนินการแม้แต่การแก้ระเบียบ หรือการทำสัญญาขึ้นมารองรับ และการเสนอให้มีการนำโฉนดที่ดินมาค้ำประกัน ในระหว่างรอสัญญาร่วมลงทุน เมื่อสัญญาการร่วมลงทุนเกิดแล้ว ไม่อยากให้กระทบต่อรายได้ของสหกรณ์ที่เกิดตามสัญญาร่วมลงทุน พ.ต.อ.เพื่อน ดวงจินา จึงได้นำโฉนดที่ดินที่มีมูลค่าราคาขายมากกว่า 50 ล้านบาท มาเพื่อจะจดจำนอง ซึ่งปัจจุบันโฉนดที่ดินทั้งหมดยังอยู่ในการครอบครองที่สหกรณ์

ดังนั้นการตรวจพบไม่ใช่ข้อเท็จจริง การประชุมอนุมัติ ตัวแทนสหกรณ์จังหวัด ก็มีการเข้าร่วมทุกครั้ง และเรื่องการอนุมัติเงินทดรองยืม ดังกล่าว มีการเซ็นสัญญา ตั้งแต่เดือน ธ.ค.60 และมีการชี้แจงในที่ประชุมมาโดยตลอด ในการใช้เงินและติดตามความเคลื่อนไหว เรื่องการดำเนินการตามสัญญาต่าง ๆ มิได้มาตรวจพบในช่วงเดือน ก.พ. 61 เพราะสัญญามีการอนุมัติ และมีการขอความเห็นของคณะกรรมการทุกครั้ง หากแต่แม้กระทั่งการมีมติให้ กรรมการไปแจ้งความดำเนินคดีกับประธานสหกรณ์ฯ ไว้ก่อน ก็เป็นข้อเสนอของสหกรณ์จังหวัดในการดำเนินการตามระเบียบ และยังบอกด้วยว่าเป็นการแจ้งเพื่อป้องกันและขยายเรื่องอายุความเพื่อรอให้ครบสัญญาการร่วมลงทุนและหากได้รับเงินลงทุนคืนครบ ก็ให้ทำการถอนแจ้งความเพราะเป็นความผิดอันยอมความได้ และเพื่อดำเนินการตามระเบียบในการร้องทุกข์ต้องแจ้งภายใน 3 เดือน ทั้งนี้มิได้มีเจตนาที่จะดำเนินคดี เพราะสหกรณ์ฯมิได้เกิดความเสียหายและยังคงได้รับดอกเบี้ยมาโดยตลอด และการทุจริตหาได้มีตามที่ปรากฏตามข่าวแต่อย่างใด ทุกอย่างล้วนแต่เป็นการดำเนินการตามคำแนะนำของสหกรณ์จังหวัดทั้งสิ้น ประเด็นที่ 2 “ก่อให้เกิดความเสียหาย”

กรณีประเด็นที่ 2 เรื่องการเกิดความเสียหาย ปัจจุบัน สหกรณ์ออมทรัพย์โรงเรียนตำรวจภูธร 5 จำกัด ยังไม่เกิดความเสียแต่อย่างใด เพราะได้รับเงินคืนตามสัญญาร่วมลงทุนมาแล้ว 1 สัญญาพร้อมกำไรที่เป็นดอกเบี้ยมาแล้วและสัญญาที่ 2 ได้จ่ายดอกเบี้ยมาแล้วกว่า  800,000 บาท เหลือเพียงเงินทุนที่ตามนัดครบชำระภายในวันที่ 10 กันยายน 2561 สหกรณ์ฯจึงขอความเมตตาจากท่านช่วยนำเสนอข่าวสารที่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง ว่ายังไม่ได้เกิดความเสียหายแต่อย่างใด

ประเด็นที่ 3 “รวมทั้งการดำเนินการดังกล่าวไม่มีการขออนุมัติที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์เพื่อยืมเงินทดรองจ่ายและไม่มีมติในการจ่ายเงินแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่จ่ายเงินยืมทดรองจ่ายของสหกรณ์ให้ตนเอง เมื่อทางคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ทราบเรื่อง จึงได้มีหนังสือทวงถามและเรียกเงินคืนตามจำนวนดังกล่าว แต่กลับไม่ได้รับเงินคืน”

กรณีประเด็นที่ 3 การดำเนินการดังกล่าวผิดข้อเท็จจริง เพราะการกระทำในการร่วมลงทุนหรือดำเนินการจะต้องมีการอนุมัติต่อที่ประชุม เพราะ คณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์โรงเรียนตำรวจภูธร 5 จำกัด ทุกคนทราบเรื่องแต่การที่ท่านเสนอข่าวไม่ตรงกับความจริง เป็นการทำลายภาพลักษณ์ทำลานความเชื่อมั่นที่ สหกรณ์ฯ ได้ใช้เวลาสร้างมาอย่างยาวนานตลอดระยะเวลา 40 กว่าปี จึงขอความเป็นธรรมและความเมตตา จากท่านได้กรุณาเสนอข่าวที่ถูกต้องเพื่อกู้ชื่อเสียงของสหกรณ์ฯ ให้กลับมามีความเชื่อมั่นเหมือนเดิม

จากปัญหาที่เกิดขึ้นในวันที่ 21 สิงหาคม 2561 จึงได้มีการประชุมคณะกรรมการสหกรณ์ฯเพื่อจัดทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมเพื่อดำเนินการ และมีมติที่ประชุมให้ดำเนินการและรังรองเป็นเรื่องเร่งด่วน เพื่อจัดทำหนังสือฉบับนี้ เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมและความเมตตาจากหนังสือพิมพ์ของท่าน ที่ได้กระทำการดังกล่าวไป หากท่านจำนำเสนอข่าวที่มีผลกระทบต่อสหกรณ์อีก ขอท่านได้โปรดสอบถามข้อเท็จจริงจากสหกรณ์ฯก่อน การนำเสนอเพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงขอความเป็นธรรมและความเมตตา ท่านในฐานะผู้ประกอบการที่มีวิชาชีพและจรรยาบรรณของผู้สื่อข่าวขอท่านได้โปรดพิจารณาแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นเป็นการเร่งด่วน เพื่อเป็นการบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสหกรณ์ฯ

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1193 วันที่ 24 - 30 สิงหาคม 2561)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

รวมพลังราชการไทย

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support