วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

อุทธรณ์กลับคุก 'นรินทร์' 5ปี ไม่รออาญา คดีซื้อที่ทิ้งขยะพ่วงคุกอีก 12 คน


จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

อุทธรณ์กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น คุก 5 ปีไม่รอลงอาญา นรินทร์อดีตนายกฯเทศบาลนครลำปาง คดีละเว้น ทุจริตซื้อบ่อขยะบ้านกล้วยแพะ พ่วงอีก 9 ข้าราชการ 3 ชาวบ้าน รับโทษคุก 5 - 20 ปี ส่งเข้าเรือนจำ จำเลยฎีกาต่อ รอศาลฎีกาสั่งประกัน

เมื่อวันที่ 30 ต.ค.61 ศาลจังหวัดลำปาง ได้อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ภาค 5 คดีพนักงานอัยการยื่นฟ้อง นายนรินทร์ มโนกูลอนันต์ อดีตนายกเทศมนตรีนครลำปาง จำเลยที่ 1  พร้อมพวกรวม 14 คน ประกอบด้วย นายวินัย ภู่งาม อดีตปลัดเทศบาล  จำเลยที่ 2  , นางรัศมีไข่มุก พร้อมเพียง อดีต ผอ.กองคลัง จำเลยที่ 3 , นายสมบูรณ์ เกตุศิระ อดีตผู้อำนวยการกองอนามัย จำเลยที่ 4 ,  ร้อยเอกกิตตินันท์ นิวาศะบุตร อดีตหัวหน้าฝ่ายบริหารงานสาธารณสุข จำเลยที่ 5 ,  นายจำเนียร ทองกระสัน อดีตผู้อำนวยการส่วนควบคุมอาคาร จำเลยที่ 6 ,  นายชาตรี คำลือ  อดีตเจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน จำเลยที่ 7 ,  นายเฉลิม แก้วกระจ่าง อดีตรองปลัดเทศบาล จำเลย 8 ,  นางวัชรี จินดามัง อดีตหัวหน้างานพัสดุและทรัพย์สินจำเลย 9 ,  นายสุวิทย์ ศิริไกรวัฒนาวงศ์ จำเลย 10  , นายสุทธิพันธ์ รัตนรังสรรค์ จำเลย 11 , นายศุภกิจ หอมแก่นจันทร์ จำเลย 12 , นายสุพรรณ นันต๊ะภาพ จำเลย 13  และ นายลาด อินนันชัย จำเลย 14   กรณีการจัดซื้อที่ดินทิ้งขยะ บริเวณบ้านกล้วยแพะ อ.เมืองลำปาง มีราคาสูงกว่าราคาจริงที่ชาวบ้านขายและราคาประเมิน 

ในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ  เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและเป็นเจ้าหน้าที่เข้าหน้าที่ซื่อ ทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียแก่รัฐ เทศบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น

เดิมในคดีนี้ เมื่อปี 2560 ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้ นางรัศมีไข่มุก พร้อมเพรียง จำเลยที่ 3  มีโทษจำคุก 10 ปี  และนายศุภกิจ หอมแก่นจันทร์ จำเลยที่ 12  รับโทษจำคุก 2 ใน 3  คือ 7 ปี  ส่วนจำเลยที่เหลือยกฟ้องทั้งหมด แต่ทางฝ่ายโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์คดี

โดยศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืน จำเลยที่ 2 และ จำเลยที่ 3 คือ ยกฟ้อง นายวินัย ภู่งาม อดีตปลัดเทศบาล  ส่วนนางรัศมีไข่มุก พร้อมเพรียง อดีต ผอ.กองคลัง มีโทษจำคุก 10 ปี 

และกลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้บุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ประกอบด้วย จำเลยที่ 1 และ 4  5  6  7  8  9 10 11  มีโทษจำคุกกรรมละ 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา ส่วนจำเลยที่ 12  13 14  ซึ่งเป็นชาวบ้าน ได้รับโทษจำคุก 2 ใน 3  คือ กรรมละ 3 ปี 4 เดือน   ส่วนจำเลยที่ 5 ไม่ได้เดินทางมาฟังคำตัดสินจึงถือว่าหนีศาล

แหล่งข่าวระบุว่า สำหรับการจัดซื้อที่ดินดังกล่าว มีการจัดซื้อถึง 4 ครั้ง  จึงได้มีการยื่นฟ้อง 4 สำนวน และภายหลังได้รวมเป็นสำนวนเดียว แต่การตัดสินคดีได้ดูเป็นรายสำนวนไปเนื่องจากแต่ละคนไม่ได้ถูกฟ้องทุนสำนวน เป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ โทษของแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน โดยนายนรินทร์ มโนกูลอนันต์  อดีตนายกเทศมนตรี มีชื่อเป็นคณะกรรมการในการจัดซื้อที่ดินครั้งที่ 4  เพียงครั้งเดียว จึงได้รับโทษจำคุก 5 ปี  ส่วนนางรัศมีไข่มุก พร้อมเพรียง อดีต ผอ.กองคลัง  มีชื่อในการจัดซื้อที่ดินจำนวน 2 ครั้ง จึงมีโทษจำคุก 10 ปี  นายจำเนียร ทองกระสัน อดีตหัวหน้าฝ่ายโยธา มีชื่อในการจัดซื้อถึง 4 ครั้ง มีโทษจำคุก 20 ปี  นายเฉลิม แก้วกระจ่าง อดีตปลัดเทศบาล มีชื่อ 1 ครั้ง โทษจำคุก 5 ปี   นางวัชรี จินดามัง  อดีตหัวหน้างานพัสดุและทรัพย์สิน  มีชื่อ 2 ครั้ง โทษจำคุก 10  ปี เป็นต้น   ส่วนชาวบ้าน 3 ราย  คือนายศุภกิจ หอมแก่นจันทร์   นายสุพรรณ นันตะภาพ  และนายลาด อินนันชัย  ซึ่งมีรายชื่อร่วมการจัดซื้อทั้งหมด 4 ครั้ง  จะต้องโทษจำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือน

หลังจากศาลอ่านคำพิพากษาแล้ว ทางทนายฝ่ายจำเลยทั้งหมดได้ยื่นเรื่องขอปล่อยตัวชั่วคราวในทันที แต่เนื่องจากต้องศาลฎีกาสั่งปล่อยตัว จึงดำเนินการไม่ทันในวันดังกล่าว  ต้องนำตัวจำเลยทั้ง 12 คน ฝากขังเรือนจำกลางลำปาง  ซึ่งจากการสอบถาม ในวันที่ 1 พ.ย.61  ทั้งหมดยังไม่ได้รับการปล่อยตัวแต่อย่างใด  ขณะที่นายศุภกิจ หอมแก่นจันทร์ จำเลยที่ 2 ซึ่งดำรงตำแหน่ง สท.เมืองเขลางค์นครอยู่ในปัจจุบัน ต้องพ้นสภาพในทันที

เรื่องเดิม ในปี 2539 เทศบาลเมืองลำปาง ในขณะนั้น ได้เกิดวิกฤตปัญหาเรื่องบ่อขยะที่บริเวณบ้านแพะหนองแดง ต.ต้นธงชัย ทางไป อ.แจ้ห่ม ประมาณ 20 ไร่ เนื่องจากชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงไม่ยินยอมให้ทางเทศบาลนำขยะไปทิ้งต่อไป เพราะบ่อขยะใช้มา 10 กว่าปี เต็มและส่งกลิ่นเหม็น  ทางเทศบาลจึงต้องแก้ปัญหาโดยขอใช้ที่ดินของสุขาภิบาล ต.ชมพู  ตรงข้ามหมู่บ้านล้านนาคันทรีปาร์ค บ้านห้วยหลอ ถ.ลำปาง-แม่ทะ และได้มีการนำขยะไปทิ้งระยะหนึ่ง ปรากฏว่าขยะเต็มอีก ทำให้มีปัญหาการจัดเก็บขยะของเทศบาล  ดังนั้น นายเรือง เขื่อนแก้ว ซึ่งเป็นนายกเทศบาลเมืองลำปางขณะนั้น  จึงแก้ปัญหาด้วยการประกาศจัดซื้อที่ดินทิ้งขยะ ซึ่งมีผู้เสนอขายที่ดินมาหลายราย  ต่อมาทางเทศบาลได้มีการสำรวจความเหมาะสมของที่ดินร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 10 เชียงใหม่ ซึ่งทางสำนักงานสิ่งแวดล้อมฯ ได้มีความเห็นว่าพื้นที่ทิ้งขยะบริเวณ ต.กล้วยแพะ(ในปัจจุบัน) เป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากเป็นพื้นที่ไกลจากชุมชน  เป็นพื้นที่ป่าและมีกรรมสิทธิ์ที่ดิน อีกทั้งยังไม่ไกลจากตัวเทศบาลเมืองลำปางมากนักทำให้สะดวกในการขนย้ายขยะ

ต่อมาทางชาวบ้านเจ้าของที่ดินบริเวณดังกล่าว ซึ่งมีจำนวน 100 กว่าราย ได้รวมตัวกันมอบอำนาจให้นายศุภกิจ หอมแก่นจันทร์ มาเป็นตัวแทนเจรจาเสนอราคาที่ดินกับเทศบาลฯ แต่ทางเทศบาลฯได้แจ้งว่าให้เรียกเจ้าของที่ดินมาซื้อขายโดยตรงกับเทศบาล แต่ปรากฏว่าทางเจ้าของที่ดินเหล่านั้น ยืนยันที่จะมอบอำนาจให้นายศุภกิจ เป็นตัวแทน   ดังนั้นทางเทศบาลฯจึงได้มีการหารือกับฝ่ายกฎหมาย เช่น อัยการ และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งได้ยืนยันมาว่าวิธีการมอบอำนาจของชาวบ้านนั้นไม่ผิดระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของทางราชการ  จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการหลายชุดเช่น กรรมการต่อรองราคา ,กรรมการตรวจรับพื้นที่ ,กรรมการตรวจสอบความเหมาะสม ฯลฯ  

มีการซื้อขายและจ่ายเงินค่าที่ดินในปี  2540  แต่ปัญหาพื้นที่ทิ้งขยะยังไม่หมดเพราะต้องมีการปรับปรุงสถานที่ทางเข้าออกให้สะดวกมากขึ้น จึงมีการจัดซื้อที่ดินเพิ่มใกล้เคียงกับพื้นที่เดิมถึง 3 ครั้ง ในสมัยนายนรินทร์ มโนกูลอนันต์ เป็นนายกเทศมนตรีด้วย  ปรากฏว่า หลังจากซื้อที่ดินเสร็จสิ้นแล้ว ได้มีบัตรสนเท่ห์ไปร้องกับ สตง.ว่า การซื้อที่ดินดังกล่าวมีราคาสูงกว่าราคาจริงที่ชาวบ้านขายและราคาประเมินจากธนาคารของรัฐไปประมาณ 30,000 บาทต่อไร่ ทาง สตง.จึงได้มีการตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดพบว่ามีมูลตามที่ได้รับร้องเรียนและได้มีการดำเนินการตามขั้นตอน  จนกระทั่งมีคำวินิจฉัยให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดคืนเงินส่วนต่างประมาณ 20 ล้านบาท จากนั้นได้ส่งเรื่องนี้ไปยัง ป...   ซึ่ง ป...ได้มีการวินิจฉัยปรับเป็นข้อกฎหมายและได้ชี้มูลความผิด ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด ได้กระทำผิดในกฎหมายอาญามาตรา 157  ผิดระเบียบจัดซื้อจัดจ้างและเป็นเจ้าพนักงานหาประโยชน์  และให้ทางเทศบาลดำเนินการทางวินัยกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดอีกครั้ง ก่อนที่พนักงานอัยการจะยื่นฟ้องต่อศาล และมีการพิพากษาคดีดังกล่าว

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1203 วันที่ 2 - 8 พฤศจิกายน 2561)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

12 ทศวรรษ บุญวาทย์วิทยาลัย

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support