วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

คุมเข้มรถตู้นักเรียนไม่เกินสิบ บุโรทั่งไม่ผ่านหนุนสมายคิคส์

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

ถกปัญหารถตู้รับ-ส่งนักเรียน สพม.ย้ำต้องตรวจมาตรฐานรถก่อนออกใบอนุญาต ขนส่งหนุนโครงการ “Smile Kid School Bus”  ติดตั้งระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ  เฟ้นหาโรงเรียนนำร่องในเขตเมืองลำปาง

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 เวลา 9.30 น. ที่ห้องประชุมวังธาร ชั้น 2 โรงแรมรีเจนท์ลอจ์ด  อ.เมืองลำปาง สภาผู้บริโภคภาคประชาชน จังหวัดลำปาง ได้จัดงานเสวนา ถึงเวลาหรือยังที่ลำปางจะมีรถรับ-ส่งนักเรียนที่ปลอดภัย โดยมีเครือข่ายผู้ประกอบการรถโดยสาร ขนส่งจังหวัด  อปท. ตำรวจ โรงเรียน และองค์กรที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อวางแผนการทำงานและเพื่อร่วมป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในรถรับ-ส่งนักเรียน

นางวิริทญา ศิริวัง  เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 35  กล่าวว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ใดๆก็ตามกับเด็กนักเรียน จะมีพนักงานดูแลส่งเสริมความประพฤติของแต่ละโรงเรียนอยู่แล้ว และมีศูนย์เฉพาะคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน จะออกมาตรการต่างๆให้โรงเรียนปฏิบัติ รวมถึงรถรับส่งนักเรียนด้วย ต้องให้โรงเรียนได้ตรวจสอบความเรียบร้อยปลอดภัย และผู้ประกอบการรถรับ-ส่งนักเรียนต้องมีการพูดคุยหารือกับทางโรงเรียนถึงมาตรการความปลอดภัยเสียก่อน จึงจะออกใบอนุญาตให้ เพราะหากไม่รับทราบถึงมาตรการและไม่นำไปปฏิบัติตาม อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้

จากสถิตการเกิดอุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียน ปี 2558-2560 พบว่ามีอุบัติเหตุกว่า 50 ครั้ง เพิ่มขึ้นทุกปี    ดังเช่นที่เกิดอุบัติเหตุรถตู้รับนักเรียนชนเสาไฟฟ้า เขต ต.ปงแสนทอง อ.เมืองลำปาง ทาง สพม.ก็ได้ร่วมเข้าให้การช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นเด็กประถม หรือเด็กมัธยม  ซึ่งปัญหานี้เกิดจากการความประมาทของผู้ขับรถ เช่น ขับรถเร็วเกินกำหนด ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ ไม่มารับนักเรียนตามเวลา แล้วทำให้ต้องรีบขับรถไปก่อนที่จะเข้าโรงเรียนสาย รถหนึ่งคันรับจำนวนนักเรียนมากเกิน ดัดแปลงสภาพรถ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นต้น

นายวีระพงษ์ ตาจันทร์ดี นักวิชาการขนส่งชำนาญการ  สำนักงานขนส่ง จ.ลำปาง กล่าวว่า ขณะนี้มีตัวแทนจากโครงการ “Smile Kid School Bus” ระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ ของบริษัทเอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจท์เม้นท์ จำกัด  เข้ามานำเสนอโครงการรถโรงเรียนสำหรับป้องกันเด็กนักเรียนติดในรถและควบคุมพฤติกรรมการขับรถอย่างปลอดภัยตลอดการเดินทาง เพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตของเด็กเล็กกรณีติดในรถโรงเรียน และการควบคุมพฤติกรรมพนักงานขับรถให้ขับรถอย่างปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย ให้ทางจังหวัดลำปางได้รับทราบแล้ว  โดยการทำงานจะใช้วิธีการให้นักเรียนสแกนคิวอาร์โค้ดผ่านแอปพลิเคชั่นทั้งตอนขึ้นรถและตอนลงจากรถที่โรงเรียน มีการแสดงผลแบบ Real-Time เพื่อที่ผู้ปกครองสามารถตรวจสอบได้ว่าตอนนี้ลูกหลานอยู่ที่ไหนแล้ว ซึ่งสามารถใช้งานได้กับทั้งสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และแท็บเลต


โดยขณะนี้ได้ ให้เริ่มดำเนินการที่โรงเรียนในพื้นที่อำเภอเมืองลำปางเพื่อควบคุมความปลอดภัยของเด็กนักเรียนที่บริการรถรับ-ส่งนักเรียน

นอกจากนั้น กรมการขนส่งมีโมเดลการเป็นรถรับส่งนักเรียนที่ถูกต้องตามหลักของกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ประกอบการที่ต้องการทำรถรับ-ส่งตามมาตรการของกรมการขนส่งนั้นต้องไม่เป็นรถยนต์ส่วนบุคคลและต้องมีหนังสืออนุญาตรับรองจากสถาบันการศึกษา พร้อมทั้งมีรถที่อยู่ในสภาพดี จากนั้นนายทะเบียนจะอนุญาตเป็นหนังสือให้นำรถยนต์ส่วนบุคคลมารับจ้างส่งนักเรียนได้ และจะออกให้เป็นรายเทอมการศึกษาไป  

อาจารย์ศราวุฒิ คำวัน ครูชำนาญการ โรงเรียนสมปราบพิทยาคม จ.ลำปาง กล่าวเสริมว่า ในอดีตโรงเรียนจะดูแลรถนักเรียนกันเอง ภายหลังจึงมีการร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อที่จะได้มีมาตรการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยได้มีการจัดการประชุมทั้งหมด 3 กลุ่ม  คือ เชิญผู้ประกอบการรถโรงเรียนมาเพื่อรับทราบข้อมูลมาตรการต่างๆ และเพื่อให้ทางโรงเรียนได้รับรู้ว่ามีรถที่จะมารับส่งทั้งหมดกี่คัน บรรทุกนักเรียนได้คันละกี่คน  รวมทั้งเชิญกรมการขนส่งมารับรู้และแนะนำวิธีการป้องกันจากการใช้รถรับ-ส่งนักเรียน และเชิญผู้ปกครองมาประชุมให้รับทราบมาตรการความปลอดภัยของรถรับ-ส่งที่ลูกของตนเองใช้

ตามประสบการณ์ที่ผ่านมาทางโรงเรียนยังไม่เคยมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น แต่ก็มีการพัฒนามาตรการให้ดีอยู่เรื่อยๆ พร้อมบอกว่าสิ่งสำคัญคือ ต้องสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างโรงเรียน กรมการขนส่ง ผู้ประกอบการรถรับ-ส่ง และผู้ปกครอง จึงจะทำให้มาตรการความปลอดภัยนี้มีประสิทธิภาพมากที่สุด  อาจารย์ศราวุฒิ กล่าว

ด้านนายวิเศษ ตันตะโส  คณะกรรมการศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค จ.ลำปาง กล่าวว่าหน้าที่หลักของศูนย์นี้คือคอยประสานงานระหว่างโรงเรียนและกรมการขนส่ง คอยเฝ้าระวังภัย และคอยให้คำปรึกษา ในตอนนี้ศูนย์ได้พยายามพัฒนาเครือข่ายภาคประชาชนให้สื่อสารเรื่องการดูแลรถรับ-ส่งนักเรียนเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับโครงการ Smile Kid School Bus ของบริษัทเอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจท์เม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นโครงการที่จะแก้ไขปัญหาเด็กติดในรถโรงเรียน ได้รับบาดเจ็บจนถึงขั้นเสียชีวิต ระบบนี้ จึงเข้ามาช่วยยับยั้งปัจจัยความเสี่ยงต่างๆ ด้วยการทำงานผ่านระบบ GPS Tracking ในการติดตามสถานะรถแบบ real-time รวมทั้งติดตามดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดผ่านกล้อง cctv และข้อมูลต่างๆ ผ่าน Application ที่รองรับการทำงานทุกระบบ อีกทั้งยังมีการจัดอบรมการขับรถอย่างปลอดภัยและถูกต้องแก่พนักงานขับรถ การอบรมการใช้งานระบบและการดูแลนักเรียน รวมถึงหลักสูตรการเอาตัวรอดขณะติดในรถของนักเรียนเพื่อให้ช่วยเหลือตนเองได้เบื้องต้น

ทางบริษัท SCG Logistics จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายสำหรับการติดตั้งระบบ Smile Kid School Bus ให้ทั้งหมด ประกอบด้วยค่า GPS 15,000 บาท ค่าตัวสแกน 5,000 บาท และค่าระบบ 1,000,000 บาท รวม 1,020,000 บาท และนักเรียนที่ใช้บริการจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเดือนละ 100 บาท

นายสุรพล บุรินทราพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวว่า โครงการ Smile Kid School Bus เป็นโครงการที่ดี ถ้าสามารถติดตั้งระบบนี้ได้ จะเป็นข้อดีมาก มีระบบแสกนต่างๆ ผู้ปกครองจะทราบได้ว่าลูกหลานเดินทางไปถึงไหน เข้าโรงเรียนแล้วหรือยัง  จึงได้มอบให้ทาง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 เป็นผู้ประสานงานกับทางบริษัท SCG  เพื่อพิจารณาโรงเรียนนำร่องที่จะเข้าร่วมโครงการ  ถ้าได้โรงเรียนแล้วจะมีการวางโร้ดแมป และมีการส่งพนักงานขับรถเข้าอบรม แต่ยังกังวลเรื่องของโรงเรียนเอกชน หากมีการติดตั้งระบบแล้วจะต้องมีการเก็บรายเดือนเพิ่มคนละ 100 บาท  ถ้าเป็นในส่วนของราชการก็คงจะมีทางรัฐสนับสนุนให้ ส่วนเรื่องการติดตั้งระบบต่างๆ ทางบริษัทจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

ด้านนายอภิรักษ์ อิ่มจิตอนุสรณ์  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปางเขต 1 กล่าวว่า  สำหรับการพิจารณาโรงเรียนที่จะเข้าร่วมโครงการนั้น เบื้องต้นต้องดูจากรถโดยสารนักเรียนที่เดินทางมาไกล ดูจากเส้นทางที่ค่อนข้างอันตราย เห็นควรจะได้รับสิทธิ์มากกว่า  กรณีที่ผ่านมาการเกิดอุบัติเหตุกับรถรับส่งนักเรียนส่วนใหญ่จะเป็นรถที่เดินทางข้ามอำเภอ ทั้งนี้ ต้องมีการพูดคุยปรึกษากับทางบริษัทก่อนว่าจะสนับสนุนได้กี่คันอย่างไรบ้าง ต้องดูรายละเอียดของเงื่อนไขให้ถี่ถ้วนก่อน  เพื่อให้การใช้งบประมาณได้เกิดประโยชน์มากที่สุด

(หนังสิือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1206 วันที่ 23 - 29 พฤศจิกายน 2561)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support