วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

เดินหน้าประเทศไทย รายการหาเสียง พปชร.

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์
ลันที่ปรากฎชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในบัญชีรายชื่อแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีของพรรคไร้สปีริตอย่างพลังประชารัฐ มีหลายคำถามที่พุ่งเป้าไปยังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งในฐานะหัวหน้า คสช. ทั้งในฐานะนายกรัฐมนตรี

บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ปี 2560 บัญญัติให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ยังคงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฎิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่

เช่นเดียวกัน คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่

นั่นเป็นข้อยืนยันชัดเจนตามรัฐธรรมนูญว่า ทั้งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็นหัวหน้า คสช. และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็นนายกรัฐมนตรี มีสิทธิตามกฎหมาย มีอำนาจตามกฎหมายทุกประการที่จะอยู่ต่อไปจนถึงวันที่ปรากฎโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีใหม่

แต่เมื่อบริบทเปลี่ยนไป คณะรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล เอาชื่อโครงการประชานิยมของรัฐบาล มาตั้งเป็นชื่อของพรรคการเมือง แล้วเอาชื่อหัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรีที่มาจาก คสช.ใส่ไว้ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพรรค ความน่ารังเกียจก็เกิดขึ้นทันที

โดยเฉพาะระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.. 2561 คุมเข้มการหาเสียงของผู้สมัคร ไม่ให้เอารัดเอาเปรียบผู้สมัครรายอื่น การหาเสียงของแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี ที่กระทำผ่านอย่างน้อย 2 ช่องทางสำคัญในสื่อของรัฐ คือรายการ “เดินหน้าประเทศไทย” ที่คสช.ขอความร่วมมือสถานีโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดสดในเวลาไพร์มไทม์  อีกทั้งรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ซึ่งแปลงมาจากรายการ “คืนความสุข” ทุกคืนวันศุกร์ จึงเกิดเสียงกระหึ่มจากประชาชนว่า นี่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ทำให้พรรคพลังประชารัฐได้เปรียบพรรคการเมืองอื่นๆหรือไม่

เนื่องเพราะ บุคคลที่อยู่หน้าจอ หรือเนื้อหาที่แสดงถึงผลงานของเขา แม้จะไม่ปรากฎภาพ มิใช่หัวหน้าคสช.หรือนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป แต่เขาคือตัวแทนของพรรคพลังประชารัฐ ที่กำลังใช้เครื่องมือของรัฐ งบประมาณของรัฐ หาเสียงให้กับพรรคตัวเอง

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อพรรคพลังประชารัฐชูพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี คงแปลกอย่างยิ่ง หากว่าที่นายกรัฐมนตรี คนนี้ ยังนั่งอยู่ในทำเนียบรัฐบาลคล้ายไม่รับรู้เรื่องราวภายนอก ไม่ออกไปแสดงตัว ไปเดินสายหาเสียงในฐานะแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีเช่นเดียวกับพรรคอื่นๆ

ความยุ่งยาก รอพรรคพลังประชารัฐอยู่หลังเลือกตั้งครั้งนี้อย่างแน่นอน นอกจากพรรคจะไม่ใช่พรรคการเมืองอันดับหนึ่งที่ได้รับเลือกตั้งแล้ว การเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้นำในบรรยากาศประชาธิปไตย โดยเฉพาะหากเพื่อไทยและประชาธิปัตย์เป็นพรรคฝ่ายค้าน เราคงได้เห็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ออกอากาศเกรี้ยวกราด ให้ได้อับอายสายตาชาวโลกเขาทุกวัน


 (หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ฉบับที่ 1216 วันที่ 8 - 14 กุมภาพันธ์ 2562)

Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support