วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ปมแย่งที่ดินตาวัย 70 สุดทน ฆ่าโหดผัวเมีย

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

ฆ่าโหดยิงแสกหน้า 2 ผัวเมียคาโรงรถ ลูกชายลั่นไม่ยอมเผาหากจับตัวไม่ได้ ตำรวจรวบตัวมือยิง หลังหนีกบดานในป่า พบเป็นสองพ่อลูกบ้านอยู่ติดกัน สารภาพสิ้น เหตุจากปัญหาเรื่องที่ดินหลังบ้าน  เคยทะเลาะวิวาท และมีการข่มขู่ฆ่ายกครัวกันมาแล้วหลายครั้ง

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 22 มิ.ย.2562  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่เมาะ ได้รับแจ้งเหตุ มีคนยิงกันตาย ที่บ้านเลขที่  82 บ้านทาน ม.4 ต.จางเหนือ  อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง มีผู้เสียชีวิต 2 ราย หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ และประสานพนักงานสอบสวน แพทย์นิติเวช รพ.แม่เมาะ เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมชันสูตรพลิกศพ  ต่อมา พ.ต.ท.ยงศักดิ์ มาวงษ์ รองผกก.หัวหน้างานสอบสวน สภ.แม่เมาะ ลำปาง  พ.ต.ท.ชัชชัย บรรหาญ รองผกก.สส.ฯ พ.ต.ท.ประสิทธิ หล้าสมศรี รองผกก.กก.สส.ภ.จว.ลำปาง  ร.ต.อ.พงศ์พล ธิแจ้ รองสว.สอบสวนสภ.แม่เมาะ ได้เดินทางไปที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบพบศพผู้เสียชีวิต 2 รายอยู่บริเวณโรงรถ เป็นสามีและภรรยากัน ผู้หญิงนอนเสียชีวิตอยู่ใกล้ท้ายรถ ถูกยิงที่สะโพกและแขนจำนวนหลายนัด ส่วนผู้ชายนอนคว่ำหน้า ถูกยิงเข้าที่หน้าอกประมาณ 10 รู และหน้าผากจำนวน 1 รู  อยู่ข้างรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบอร์นเงิน ทะเบียน บว 943 ลำปาง โดยล้อรถทั้ง 4 ล้อ ถูกปล่อยลมทั้งหมด  เบื้องต้นทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายสุภี บุญยอย อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่  30/4 ม.2 ต.วังเงิน อ.แม่ทะ  จ.ลำปาง  และ น.ส.อนงค์ ทิพามา อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82 บ้านทาน ม.4 ต.จางเหนือ  อ.แม่เมาะ  จ.ลำปาง

นายภูมินทร์ ทิพามา อายุ 32 ปี ลูกชายนางอนงค์ ให้การว่า แม่ตนเองและนายสุภี พ่อเลี้ยงอยู่กินกันมานานแล้ว มีอาชีพทำไรข้าวโพด ที่ผ่านมาเคยทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนบ้านข้างเคียงเกี่ยวกับที่ดินทำกินหลังบ้าน จนต้องให้ผู้ใหญ่บ้านมาช่วยเคลียร์หลายครั้ง แต่ก็เคยถูกข่มขู่ทำร้ายเรื่อยมา  ตนจึงสงสัยว่าคนร้ายต้องเป็นคนที่พ่อเลี้ยงของตนมีปากเสียงด้วยแน่นอน และถ้าจับตัวคนร้ายมาไม่ได้ ตนจะไม่ยอมเผาศพเด็ดขาด  ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียด และเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนแล้ว หลังเกิดเหตุได้หายตัวไป และคาดว่ายังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทาง กก.สส.ภ.จว.ลำปาง สืบสวน สภ.แม่เมาะ ซึ่งดูแลรับผิดชอบพื้นที่ ได้ระดมหาข้อมูลเกี่ยวพันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดและเชื่อว่าน่าจะมีคนอื่นเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้อีก กระทั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายพุทธิ  พิมิตย์ อายุ 40 ปี ลูกชายนายโดม พิมิตย์ อายุ 76 ปี ราษฎรบ้านเลขที่ 89 บ้านทาน หมู่ 2 ต.จางเหนือ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง เพื่อนบ้านผู้ต้องสงสัยมาทำการสอบสวน  โดยใช้เวลานานหลายชั่วโมง จนในที่สุดนายพุทธิ ได้ให้การยอมรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุร่วมกับนายโดม ผู้เป็นพ่อ ยิงนายสุภีและนางสาวอนงค์จริง หลังก่อเหตุได้พากันหลบหนีเข้าไปหลบที่สวนข้าวโพดกลางป่า และกลางดึกที่ผ่านมา ตนเองได้กลับเข้ามายังบ้านพักกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมาสอบสวนดังกล่าว

ต่อมากำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายหน่วย  จึงพากันได้เดินทางเข้าไปไร่ข้าวโพดกลางป่า ซึ่งเป็นแหล่งหลบซ่อนตัวของนายโดม พอเจ้าหน้าที่ไปถึงกระท่อม ปรากฏว่าไม่พบตัวนายโดมแต่อย่างใด  คาดว่าหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ไปถึง และจากการตรวจค้นบริเวณรอบกระท่อมพบเพียงอาวุธปืนแก๊ปและยาบ้าจำนวน 200 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดเอาไว้ และเชื่อว่านายโดม น่าจะหลบหนีไปได้ไม่ไกลเพราะมีอายุมากแล้ว กระทั่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้รับการประสานจากญาติว่า นายโดมจะขอเข้ามอบตัว

ล่าสุดเวลา 10.00 น.วันที่ 24 มิ.ย.2562 นางสมจิต พลเตน ผู้ใหญ่บ้านบ้านทาน ม.4 ต.จางเหนือ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ได้พาตัวนายโดม พิมิตย์ อายุ 76 ปี ผู้ต้องหามามอบตัวกับ พ.ต.อ.พิศุปรกรณ์  น้อยปักษา ผกก.สภ.แม่เมาะ ก่อนนำตัวนายโดมไปทำบันทึกมอบตัว และสอบสวนเบื้องต้นโดยทำการแยกสอบคนละห้องกับนายพุทธิ ลูกชาย   ซึ่งนายโดมยอมรับสารภาพว่าได้ลงมือยิงนายสุภี บุญยอย และนางสาวอนงค์ ทิพามา สองสามีภรรยา โดยร่วมมือกับลูกชาย หลังก่อเหตุได้หลบหนีเข้าป่าโดยทิ้งอาวุธปืนที่ก่อเหตุไว้ในป่า ตลอดทั้งสองคืนกินนอนอยู่ในป่าขอข้าวชาวบ้านกินประทังชีวิตหลบหนีไปเรื่อยๆ และพยายามติดต่อภรรยาและญาติๆ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน.กก.สส.ภ.จว.ลำปาง แลชุดสืบสวน สภ.แม่เมาะกดดันติดตามจับกุมอย่างหนัก

สำหรับสาเหตุการก่อเหตุนั้น นายโดมยอมรับว่ามาจากขัดแย้งเรื่องที่ดินกินทำกิน มีปัญหาทะเลาะกันมาโดยตลอด อีกทั้งยังมีการข่มขู่ฆ่ายกครัวกันด้วย   ในเรื่องนี้ นางสมจิต พลเตน ผู้ใหญ่บ้าน บ้านทาน  เล่าว่า นายโดม พิมิตย์ อายุ 76 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุยิงสองผัวเมีย ได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านมากว่า 20 ปีแล้ว ส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ได้มาอาศัยอยู่ประมาณ 5 ปี ซึ่งเดิมที่ดินที่พิพาทกันนั้นเป็นที่ดิน ภปท.5 พื้นที่ไม่ถึง 10 ไร่ เป็นที่ชาวบ้านรายเดิมจับจองไว้ก่อน ต่อมามีการขายสิทธิ์ที่ดินให้กับแม่ชีคนหนึ่ง ซึ่งแม่ชีได้จ้างให้ น.ส.อนงค์ ทิพามา อายุ 61 ปี ผู้เสียชีวิตเป็นผู้ดูแลที่ดินให้ จากนั้นช่วงปีที่ผ่านมาทางแม่ชีได้ขายสิทธิ์ที่ดินให้กับนายโดม พิมิตย์ อายุ 76 ปี ผู้ก่อเหตุ แต่ได้มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันเรื่องที่ดิน  ซึ่งนายโดมได้แบ่งที่ดินให้กับน.ส.อนงค์ แล้วประมาณ 1 ไร่ เนื่องจากเป็นผู้ดูแลที่ดินมานาน แต่ก็ยังเกิดปัญหาทะเลาะกันอยู่ เนื่องจากต้องการให้แบ่งที่ดินเพิ่มขึ้น  ซึ่งไม่กี่เดือนมานี้ก็ได้มีการเรียกไปพูดคุยไกล่เกลี่ยกันที่บ้านผู้ใหญ่บ้านแล้ว 2 ครั้ง ให้ไปแบ่งที่กัน  ผู้ใหญ่เคยบอกว่าถ้าไม่หยุดก็จะยึดที่คืนเป็นที่ของชุมชน  แต่ภายหลังมาก็ยังเกิดเรื่องกันอยู่ มีการข่มขู่ ตะโกนด่ากันตลอดมา จนก่อนเกิดเหตุทราบว่าไม่ได้มีเรื่องทะเลาะกันรุนแรง แต่คาดว่าน่าจะเกิดจากความเก็บกดที่สะสมมานาน เพราะเจอก้นบุหรี่ตกอยู่ในบ้านนายโดมหลายมวน คงจะมีการนั่งคิดอยู่นานก่อนที่จะลงมือในครั้งนี้  ต่อมาภายหลังนายพุทธิ ลูกชายได้ให้การภาคเสธว่าไม่ได้เป็นคนยิง แต่มาเจอเหตุการณ์พอดีจึงช่วยพ่อหลบหนี  อย่างไรก็ตาม หลังทำการสอบสวนแล้ว ได้นำตัวสองพ่อลูก ส่งให้  ร.ต.อ.พงศ์พล  ธิแจ้ รอง สว.(สอบสวน) แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1235 วันที่ 28 มิถุนายน - 4 กรกฎาคม 2562)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support