วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

เศรษฐกิจพอเพียงบ้านห้วยมะเกลือ ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

“นั่งดูโทรทัศน์ แล้วเห็นข่าวของในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จไปเยี่ยมราษฎรที่ประสบปัญหาเดือดร้อน ในตอนนั้นจึงคิดได้ว่าอยากจะกลับมาพัฒนาบ้านเกิดเดินทางรอยพระองค์”

นางดวงดาว ผู้ที่ผลักดันให้เกิดกลุ่มเกษตรเศรษฐกิจพอเพียงบ้านห้วยมะเกลือ ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ ได้กล่าวไว้ หลังจากที่ได้กลับมาพัฒนาและรวบรวมกลุ่มแม่บ้านให้หันมารักและสนใจในการทำการเกษตรปลอดภัย เพื่อหารายได้ให้กับครอบครัว และส่งเสริมให้ผู้บริโภคได้ทานอาหารที่ปลอดสารพิษ

นางดวงดาว กูริโอโสไนอาเร็ตตี้ ประธานกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงบ้านห้วยมะเกลือ ต.หัวเสือ  กล่าวว่า  การรวมกลุ่มได้เกิดขึ้นเมื่อปี 2552 ได้ชักชวนกลุ่มแม่บ้านที่ว่างงานหันมาปลูกผักปลอดสารพิษก่อน  และขยับเข้ามาปลูกแบบอินทรีย์ ผลิตปุ๋ยหมัก ปุ๋ยน้ำชีวภาพใช้เอง และแบ่งไปให้สมาชิกไปใช้ในพื้นที่การเกษตร

โดยก่อนหน้าที่ตนเองจะมาเริ่มทำการเกษตรนั้น ได้ไปทำงานอยู่ในตัวอำเภอเมือง  ได้ดูโทรทัศน์และเห็นในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จไปทุกที่ที่ราษฎรเดือดร้อน จึงคิดอยากกลับมาบ้านเกิด เพื่อพัฒนาเดินทางรอยในหลวง รัชกาลที่ 9   จึงมาขอซื้อที่ดินจากเจ้าของเดิม ซึ่งเป็นพื้นที่เป็นดินภูเขาไฟที่ปลูกอะไรไม่ขึ้นมีต้นหนามเต็มไปหมด หลังจากนั้นเลยได้ไปสมัครเป็นหมอดิน เพื่อเรียนรู้วิธีการบำรุงดินและลงมือทำ  จนกระทั่งสามารถปรับปรุงดินและปลูกพืชทุกอย่างได้ 

นางดวงดาว เล่าอีกว่า  แรกๆได้ให้สมาชิกปลูกข้าวอินทรีย์ก่อน คนละ 2 ไร่  และนำข้าวมาแปรรูปเป็นข้าวกล้อง สบู่ แชมพู ยาดม ฯลฯ มาแบ่งกันใช้และนำไปขายส่วนหนึ่ง  แต่เนื่องจากข้าวทำการปลูกได้ปีละครั้ง โดยใช้แหล่งน้ำจากธรรมชาติ  จึงรวมกลุ่มกันปลูกผัก เพราะปลูกได้ตลอดทั้งปี  เริ่มจากการปลูกทานเองในครัวเรือน  โดยให้สมาชิกมาปลูกร่วมกันในพื้นที่ของตนก่อน และให้รับผิดชอบแปลงของตนเอง จะมีชื่อติดไว้ที่แปลง พอปลูกแล้วก็นำมาแลกเปลี่ยนกันเอาไปรับประทาน  หากเหลือก็จะนำมาขายในหมู่บ้าน เมื่อผลผลิตมากขึ้นก็นำไปขายตามงานต่างๆที่อำเภอและจังหวัดจัด  พอได้ความรู้และทำเป็นแล้วจึงแยกไปปลูกบ้านใครบ้านมัน

เมื่อชาวบ้านเห็นความสำคัญของการทำเกษตรปลอดภัยก็ได้เข้าร่วมกันมาเรื่อยๆ ทำให้ปัจจุบันมีสมาชิก 30 คน  โดยมี 6 คน ที่ปลูกผักอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์  ส่วนที่เหลือเป็นผักปลอดภัย ทุกคนได้สิ่งดีกลับไปหลายอย่าง ดีต่อสุขภาพ ดีต่อคนรอบข้าง และดีต่อสัตว์ที่อยู่ในพื้นที่   ผักของเราสามารถกินจากต้นได้เลยเพราะมั่นใจว่ามีความปลอดภัย  

และถือว่าเป็นความโชคดีที่ชลประทานเห็นความสำคัญกับชาวบ้าน ได้รับเครื่องสูบน้ำพลังงานไฟฟ้าเข้ามา จะเสร็จในเดือนสิงหาคม 62  คงจะทำให้การเกษตรดีขึ้น และตั้งใจว่าจะทำพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นเกษตรอินทรีย์ให้ได้  นางดวงดาว กล่าว.

สอบถามรายละเอียด ผลิตภัณฑ์ โทร. 081-724-3581









Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support