วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

คนนับพันร่วมถก ค.1 หนุนสร้างโรงไฟฟ้า

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

เวที ค.1 โรงไฟฟ้าทดแทนเครื่องที่ 8-9 ราบรื่น ประชาชนเข้าร่วมกว่า 2,600 คน  ยังเป็นห่วงเรื่องสิ่งแวดล้อม  สุขภาพ และการบริหารงบกองทุนฯ  ย้ำขอปรับลดค่าไฟฟ้าสำหรับคนแม่เมาะ เพราะเป็นพื้นที่ใช้ทรัพยากรในการผลิตและตั้งโรงไฟฟ้า

การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 โครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 8-9  เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 62 ที่ผ่านมา ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ กฟผ. แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง มีประชาชนเข้าร่วมจากการลงทะเบียน จำนวน 2,647 คน และร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยวาจา 48 คน  เพื่อสะท้อนการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการดำเนินโครงการฯ  ซึ่งข้อคิดเห็นของประชาชนจะนำไปกำหนดขอบเขต และมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เพื่อประโยชน์ของประชาชน

นายประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง  ประธานเปิดการประชุม กล่าวว่า โรงไฟฟ้าแม่เมาะจะสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนขึ้นจากเครื่องเดิมที่เสื่อมสภาพ  กฟผ.แม่เมาะเป็นหน่วยงานของภาครัฐ และพวกเราเป็นภาคประชาชน ซึ่งไม่ได้เป็นศัตรูกัน สามารถพูดคุยกันได้  การที่ภาครัฐจะทำโครงการอะไรต้องเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนรู้อย่างละเอียด ต้องแสดงข้อเท็จจริง ข้อดี ข้อเสีย และวิธีการแก้ไขได้อย่างละเอียด  ส่วนภาคประชาชนมีหน้าที่แสดงความคิดเห็นบนพื้นฐานข้อเท็จจริง ไม่ปลุกปั่น หลอกลวง  ถ้าทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันด้วยความบริสุทธิ์ใจประเทศเราจะมีการพัฒนา  การที่ กฟผ.แม่เมาะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เรามาแสดงความคิดเห็นกันด้วยเหตุด้วยผล

 

จากนั้นได้มีการเปิดโอกาสให้ผู้ลงชื่อแสดงความคิดเห็นด้วยวาจา จำนวน 48 คน ได้เริ่มขึ้นพูดโดยใช้เวลาคนละ 5 นาที  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วได้ให้การสนับสนุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนเครื่องที่ 8-9 แต่ยังมีข้อเป็นห่วงในหลายๆประเด็น ไม่ว่าจะเป็นการใช้งบประมาณกองทุนพัฒนาไฟฟ้า   การปรับลดค่าไฟฟ้า  การเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่  ปัญหาเรื่องสุขภาพ เรื่องทรัพยากรน้ำ เป็นต้น

นายสมมุติ หารือ ราษฎร ต.แม่เมาะ  กล่าวว่า ผลพลอยได้จากโรงไฟฟ้าก็คือขี้เถ้าลอย ยิปซัม หินคลุก เห็นด้วยที่จะมีคณะอนุกรรมการจัดเป็นกองทุนสิ่งแวดล้อมอำเภอแม่เมาะ เช่น  ปรับปรุงถนนสายผาลาดถึงโรงไฟฟ้า ระบบคอนกรีตทั้งหมด ติดตั้งระบบไฟส่องสว่าง กล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางทุกระยะ เพื่อช่วยดูแลและเยียวยาให้คนแม่เมาะทุกสาขาอาชีพให้ได้เท่าเทียมกันหมด

นายอดุลย์ ไชยทอง  ชาวบ้าน ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ กล่าวถึงกรณีกองทุนพัฒนารอบโรงไฟฟ้ามีงบประมาณเข้ามาให้หมู่บ้าน ซึ่งบางหมู่บ้านใช้เงินได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่บางหมู่บ้านไม่สามารถใช้จ่ายงบประมาณได้ เนื่องจากประสบปัญหาติดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จึงไม่สามารถพัฒนาโครงการสิ่งสาธารณูปโภคพื้นฐานของหมู่บ้านได้   ทั้งที่กองทุนได้เข้าไปประชาคมกับชาวบ้านแล้วว่าต้องการอะไร ขอให้ช่วยประสานงานทางกรมป่าไม้ด้วย  อีกเรื่องคือค่าไฟฟ้า ชาวบ้านควรได้รับการลดหย่อนค่าไฟฟ้าส่วนภูมิภาคด้วย เพราะในหมู่บ้าน อ.แม่เมาะ มีทรัพยากรในพื้นที่นำไปใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า จึงควรช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ในเรื่องค่าไฟฟ้าด้วย

นายอภิเษก ปั๋นดี กล่าวว่า   จากการศึกษาการดำเนินการของ กฟผ.ย่อมมีทั้งผลดีและผลเสีย การผลิตกระแสไฟฟ้าส่งผลพลอยได้เป็นเม็ดเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้า  แต่มีข้อวิตกกังวลในหลายประเด็น คือ คุณภาพอากาศ ขยายเพิ่มการตรวจสอบคุณภาพอากาศในทุกพื้นที่ ตรวจสอบคุณภาพน้ำผิวดิน และน้ำใต้ดิน  ฟื้นฟูแหล่งสภาพป่าใกล้เคียงพื้นที่ชุมชน ฟื้นฟูอ่างเก็บน้ำ ลำห้วยธรรมชาติ  ขยายการสร้างทางสำหรับรถบรรทุกหนัก ไฟส่องสว่าง และกล้องวงจรปิด  ดำเนินการติดต่อประสานงานกระทรวง กรม ต่างๆ ในการอพยพราษฎรได้รับผลกระทบเกี่ยวกับเรื่องการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน   ด้านสุขภาพมีการใช้บริการโรงพยาบาลจำนวนมากทำให้เกิดความแออัด อยากให้ กฟผ.ติดตามแก้ไขและขับเคลื่อนออกมาอย่างเป็นรูปธรรม

 

ขณะที่นายสมโภชน์ ปานถม  ปราชญ์เกษตรกร แสดงความคิดเห็นว่า ผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้น การเจ็บป่วยมากขึ้น การบริโภคอาหารที่มีสารเคมี ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ เมื่อไปโรงพยาบาลคิวยาวมาก และยังต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา จึงอยากให้จัดเป็นศูนย์สมุนไพรเคลื่อนที่ รักษาโดยการใช้สมุนไพร เพื่อช่วยดูแลสุขภาพของคนแม่เมาะ ลดการใช้สารเคมี ยาปฏิชีวนะ  สุดท้ายขอสนับสนุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าให้มีการก่อสร้างต่อไป

นายวิวัฒน์ ปินตา  ตัวแทนภาคประชาชน  ได้นำเสนอว่า ระยะที่มีโครงการก่อสร้าง ควรมีมาตรการรองรับ เช่น แรงงานที่เพิ่มขึ้น  การใช้บริการรักษาในโรงพยาบาลมากขึ้น   การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน  เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงและควรจะมีมาตรการรองรับ รวมไปถึงเรื่องการป้องกันยาเสพติด เขียนออกมาให้ชัดเจนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

นายศุกษ์ ไทยธนสุกานต์ นายก อบต.บ้านดง  กล่าวว่า ชาวแม่เมาะสนับสนุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้า เพราะเชื่อว่าเป็นทรัพย์สินของเขา แต่ขอให้มีการดำเนินการอย่างถูกต้องโปร่งใส่ อย่าจงใจบิดเบือนข้อมูลต่างๆ   ต้องมีการดูแลทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรน้ำ ให้ความเป็นธรรมกับชุมชน ส่วนไหนที่มีปัญหาก็ควรจะกำหนดในรายงานฉบับนี้ด้วย  การใช้สาธารณูปโภค สิ่งไหนควรดำเนินการให้ประชาชนในพื้นที่ อ.แม่เมาะ ได้ก็ควรทำ เช่น มีสวัสดิการการใช้ไฟฟ้า  การที่ตนทำไปทั้งหมดเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน  พร้อมกันนี้ได้นำเอกสารมายื่นให้กับทางบริษัท เป็นข้อเสนอในภาครวมของ อ.แม่เมาะ 9 ข้อ เพื่อนำไปกำหนดในรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อไป

ด้านนายสุนทร ใจแก้ว อดีต นายก อบต.สบป้าด  กล่าวว่า การก่อสร้างโรงไฟฟ้า 4-7 ยังไม่ได้รับคำตอบ โรง 8-9 จะสร้างอีกแล้ว ตนเองก็ขอเรียกร้องให้จัดตั้งสวัสดิการให้กับประชาชนคนละ 500-2000 บาทต่อคนต่อเดือน  รวมทั้งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาทุกเรื่อง  ปรับเปลี่ยนการแบ่งแนวเขตปกครองใหม่เพราะพื้นที่ไม่อยู่ในเขตประทานบัตรแต่ได้รับผลกระทบหนักมาก ไม่เคยได้รับค่าภาคหลวงแร่  ขอให้ยกเลิกระเบียบจากสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เป็นลูกจ้างของ กฟผ.โดยตรง   แก้ไขการจดทะเบียนสำนักงานเมือง ไปจนที่ จ.นนทบุรี ไปเสียภาษีที่นั่นหมด ไม่มีการจ่ายให้ จ.ลำปาง ควรเปลี่ยนมาจดทะเบียที่ จ.ลำปาง เพื่อให้ภาษีเข้าในจังหวัด   อีกทั้งการดูแลเรื่องแหล่งน้ำ อ่างเก็บน้ำต่างๆให้ตรวจสอบสารเคมีด้วย และมีการปล่อยน้ำต่อเนื่องไม่กักเก็บไว้ใช้กับโรงไฟฟ้าอย่างเดียว   และการใช้งบกองทุนพัฒนาไฟฟ้าก็ควรปรับเปลี่ยนเพราะไม่ได้เข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง

นายบุญเลิศ แสนเทพ  ส.อบจ.ลำปาง อ.แม่ทะ  กล่าวถึงการสร้างเขื่อนแม่จาง ส่งผลให้น้ำไม่ไหลตามธรรมชาติ มีการเก็บกักน้ำ น้ำเสียไหลลงสู่ลำน้ำแม่จาง  การไฟฟ้าต้องเข้าไปดูแลพื้นที่ อ.แม่ทะ  8 ตำบล  อีกทั้งการอพยพชาวบ้านไปอยู่ในพื้นที่บ้านเวียงสวรรค์ ซึ่งเป็นต้นน้ำของลำห้วยแม่ทะที่ลงสู่อ่างวังเฮือ  ทำให้ป่าต้นน้ำถูกทำลาย อ่างเก็บน้ำแห้งขอด ต้องแก้ไขส่งน้ำจากโรงไฟฟ้าเข้าไปช่วยเหลือ  ซึ่งที่ผ่านมา กฟผ.ไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือ  อ.แม่ทะอยู่ห่างจาก อ.แม่เมาะ ไม่ถึง 10 กิโลเมตร แต่ได้รบการจัดสรรงบประมาณได้เท่ากับอำเภอที่อยู่ห่างไกล  ขอเรียกร้องสิ่งที่การไฟฟ้าต้องรับผิดชอบต่อสังคม

จากการสรุปผลการประชุมในเบื้องต้น  สิ่งที่ประชาชนยังมีความกังวล เช่น ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การบริหารงบประมาณของกองทุนพัฒนารอบโรงไฟฟ้า การดูแลด้านสุขภาพและสาธารณูปโภคให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาชุมชนและการสร้างงาน เป็นต้น  โดยข้อเสนอแนะต่างๆ บริษัท ทีแอลที คอนซัลแตนส์ จำกัด จะนำไปเป็นกรอบการศึกษา โดยจะมีการจัดรับฟังความคิดเห็นฯ ครั้งที่ 2 ซึ่งลงพื้นที่เพื่อสัมภาษณ์และพูดคุย กับกลุ่มประชาชนถึงข้อคิดเห็นและข้อสงสัยในพื้นที่ศึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อกำหนดขอบเขตและมาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพให้ครอบคลุมตามข้อห่วงกังวลของประชาชน หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนการทบทวนและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรายงานฯ ครั้งที่ 3 เพื่อนำไปจัดทำรายงาน EHIA ฉบับสมบูรณ์ต่อไป

 

ทั้งนี้ ประชาชนยังสามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมต่อร่างฉบับนี้ได้ โดยส่งข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะไปที่ 1. E-Mail: weenittha_w@team.co.th และ rattiya_n@team.co.th 2. คุณวีณิฐฐา วรเกียรติธนากร และคุณรัตติยา งามประดิษฐ์ โทรศัพท์ 0-2509-9000 กด 2322 หรือ 2315 โทรศัพท์มือถือ 061-564-4480 โทรสาร 0-2509-9047 3. ส่งไปยัง บริษัท ทีแอลที คอนซัลแตนท์ จำกัด 152 ถนนนวลจันทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230 (ชั้น 13 โครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 8-9) ภายใน 15 วัน นับจากวันจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นฯ จนถึงวันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม 2562

ด้านนายสมรักษ์ เพ็ชรเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงานโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า  ขอขอบคุณชาวแม่เมาะที่ให้ความสนใจมารับฟังและแสดงความคิดเห็น  สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 8-9 เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อน ใช้ถ่านลิกไนต์จากเหมืองแม่เมาะเป็นเชื้อเพลิง มีขนาดกำลังผลิตติดตั้ง 660 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นั้น ดำเนินการเพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 8-9 ซึ่งจะถูกปลดออกจากระบบในปี 2565 เพื่อรักษาระดับกำลังผลิตและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าภาคเหนือ รวมถึงรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศ ตามแผนพัฒนา กำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2561-2580 (PDP2018)

สำหรับการแสดงความคิดเห็นในวันนี้ กฟผ. และบริษัทที่ปรึกษาฯ จะรวบรวมทุกข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ไปกำหนดกรอบและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในขั้นตอนต่อไปให้ครอบคลุม ทุกข้อห่วงกังวล เพื่อให้การศึกษาและจัดทำรายงาน EHIA เป็นไปอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1238 วันที่ 19 - 25 กรกฎาคม 2562)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support