วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

จบคดี ทต.น้ำโจ้ นายกฯรอดคุก

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

คดีสิ้นสุดนายก ทต.น้ำโจ้ ซื้อเครื่องสูบน้ำผิดระเบียบ  หลังฝ่ายโจทก์ขอขยายอุทธรณ์ 5 ครั้ง  สุดท้ายศาลยกคำร้อง  นายกฯยอมรับโทษจำคุก รอลงอาญา 2 ปี  และทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์  ไม่มีผลทางการเมืองยังลงเลือกตั้งได้

จากกรณี เมื่อวันที่ 23 ม.ค.62  ที่ผ่านมา ศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 5  ได้อ่านคำพิพากษาคดีที่อัยการสูงสูด โดยพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 5 ได้ยื่นฟ้องนายปิยะ พินิจผล  นายก อบต.น้ำโจ้  อ.แม่ทะ  จำเลยที่ 1  ว่าที่ร้อยตรีสนั่น ปัญญา ปลัด อบต.น้ำโจ้  จำเลยที่ 2  นางสิรินทร ใจกาวัง  หัวหน้าส่วนการคลัง  จำเลยที่ 3  ฐานความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีการจัดซื้อเครื่องสูบน้ำผิดระเบียบกระทรวงมหาดไทย

 ทั้งนี้  ศาลได้พิพากษาให้ จำเลยทั้ง 3 คนจำคุกคนละ 3 ปี และปรับคนละ 18,000 บาท  ทั้ง 3 คนให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน และปรับคนละ 9,000 บาท  และไม่ปรากฏว่าทั้ง 3 คนเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงรอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี  กับให้คุมความประพฤติกำหนด 1 ปี  พร้อมรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ภายใน 1 ปี  และทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ 24 ชั่วโมง

ความคืบหน้าล่าสุด แหล่งข่าวระบุว่า จากการตัดสินคดีของศาลดังกล่าว ทางนายปิยะ พินิจผล นายกเทศมนตรีตำบลน้ำโจ้ ได้พอใจและยอมรับคำพิพากษาของศาล โดยเจ้าตัวไม่ได้มีการยื่นอุทธรณ์แต่อย่างใด  ในขณะที่ฝ่ายโจทย์ โดยมีพนักงายอัยการเป็นผู้ยื่นฟ้องคดีนั้น ได้มีการยื่นขอขยายอุทธรณ์ออกไปหลายครั้ง จนกระทั่งได้ยื่นขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ต่อศาลเป็นครั้งที่ 5  แต่ทางศาลไม่ขยายอุทธรณ์ต่อให้ ศาลยกคำร้อง ทำให้คดีนี้ถึงที่สุดตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น  ดังนั้น นายกเทศมนตรี และพวกจึงได้รับโทษรอลงอาญา และต้องบำเพ็ญประโยชน์ เป็นเวลา 1 ปี

 กรณีนี้ไม่ได้มีผลทางการเมืองใดๆ ทางนายกเทศมนตรีไม่ได้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่ได้ต้องโทษจำคุก  สามารถลงเลือกตั้งได้ตามปกติ  และการฟ้องคดีไม่ได้ฟ้องเรื่องทุจริต แต่เป็นเรื่องการทำผิดระเบียบ ซึ่งได้มีการชดใช้เงินคืนไปแล้ว แต่ภายหลังได้มีการยื่นร้อง ปปช.ทำให้มีการชี้มูลว่าผิดระเบียบและส่งฟ้องศาล  เมื่อนายกฯยอมรับสารภาพจึงได้รับการลดโทษ และโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี ดังกล่าว แหล่งข่าว กล่าว

คดีนี้ เกิดขึ้นเมื่อปี 2549 องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำโจ้ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง  ซึ่งปัจจุบันยกฐานะเป็นเทศบาลตำบลน้ำโจ้ ได้ดำเนินการจัดซื้อเครื่องสูบน้ำเก่า พร้อมอุปกรณ์โดยวิธีพิเศษในราคา 80,000 บาท ซึ่งเครื่องสูบน้ำดังกล่าวได้รับการสนุนจากโครงการไทย-อิตาลี เมื่อปี 2534 และอยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จ.พิษณุโลก กรมวิชาการเกษตร  ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินของทางราชการ โดยทางศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรฯ ได้สนับสนุนให้กลุ่มเกษตรกรบ้านหนอง ต.น้ำโจ้ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง  นำไปใช้งานสูบน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ ต.น้ำโจ้  หลังหมดระยะเวลาในการให้การสนับสนุน อบต.น้ำโจ้ต้องการเครื่องสูบน้ำดังกล่าวไว้ใช้งานต่อ  นายปิยะ พินิจผล ดำรงตำแหน่ง นายก อบต.น้ำโจ้ ในขณะนั้น (จำเลยที่ 1) จึงสั่งการให้งานพัสดุ ส่วนการคลัง ดำเนินการจัดซื้อ  จากนั้น อบต.น้ำโจ้ จึงออกคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง   โดยนายปิยะ พินิจผล  ได้จัดซื้อเครื่องสูบน้ำจากนายหนิม แก้วจักร  ซึ่งไม่ใช่เจ้าของผู้มีกรรมสิทธิ์และไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะสามารถขายเครื่องสูบน้ำ ซึ่งเป็นทรัพย์สินของศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรฯได้  และยังไม่มีการตรวจสอบและพิจารณาถึงความถูกต้องในกระบวนการจัดซื้อ  ซึ่งตามระเบียบพัสดุกำหนดให้เจ้าหน้าที่พัสดุรายงานผลการพิจารณาและความเห็นต่อนายก อบต. ในฐานะผู้ซื้อเพื่อสั่งการ แต่ปรากฏว่าเอกสารหลักฐานประกอบการจัดซื้อที่เสนอมาเพื่อพิจารณาไม่ครบถ้วน  ไม่มีเอกสารที่แสดงว่าเครื่องศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรฯ ได้จำหน่ายหรือขายทอดตลอดเครื่องสูบน้ำตามระเบียบราชการประกอบการจัดซื้อ   ทาง นายก อบต.น้ำโจ้ รู้อยู่แล้วว่าเอกสารหลักฐานประกอบการจัดซื้อดังกล่าวไม่ครบถ้วนถูกต้องตามระเบียบและขั้นตอน  และนายหนิมไม่ใช่เจ้าหนี้ และผู้มีสิทธิรับเงินโดยตรง

ต่อมาศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรฯได้เรียกและรับเครื่องสูบน้ำคืน  ทำให้การซื้อขายดังกล่าวเสียไปเป็นเหตุให้ อบต.น้ำโจ้ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ต้องจ่ายเงิน 80,000 บาท เป็นค่าเครื่องสูบน้ำ  และยังมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับเครื่องสูบน้ำอีกหลายรายการ เช่น ค่ารถแบ็คโอขุดรื้อถอน  และไถกลบ  20,000 บาท  ค่าจ้างเหมารื้อถอน และขนย้ายอีก 4,500 บาท  รวมค่าเบิกจ่ายเกี่ยวกับค่าเครื่องสูบน้ำทั้งหมด 104,500 บาท

ส่วนว่าที่ร้อยตรี สนั่น ปัญญา  ปลัด อบต.น้ำโจ้  (จำเลยที่ 2) และนางสิรินทร ใจกาวัง หัวหน้าส่วนการคลัง (จำเลยที่ 3)  ได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยการจัดซื้อเครื่องสูบน้ำจากนายหนิม ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและไม่ใช่เจ้าของผู้มีกรรมสิทธิ์และไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะขายเครื่องสูบน้ำที่เป็นทรัพย์สินของศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรฯ ได้   และไม่ตรวจสอบและพิจารณาถึงความถูกต้องของกระบวนการจัดซื้อ  อีกทั้งยังได้ลงนามในฐานะพยานในในบันทึกตกลงซื้อ  รวมทั้งเป็นประธานกรรมการตรวจรับพัสดุเครื่องสูบน้ำ  ผู้เบิกในใบรับรองของผู้เบิก  ลงนามในบันทึกขออนุมัติเบิกจ่ายเงินค่าจัดซื้อเครื่องสูบน้ำพร้อมอุปกรณ์ว่าครบด้วยถูกต้อง เพื่อเสนอให้ นายก อบต. เห็นชอบ ซึ่งปลัด อบต.มีหน้าที่ในการพิจารณาตรวจสอบถึงความถูกต้องของขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ ไม่ให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงานในภายหลัง  แต่ไม่ได้ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ดังกล่าว   นอกจากนั้น ปลัด อบตยังลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คซื้อเครื่องสูบน้ำให้แก่นายหนิม ทั้งที่นายหนิมไม่ใช่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินโดยตรง  และมาถูกศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรฯ เรียกคืนในภายหลัง  ทำให้ อบต.น้ำโจ้ต้องเบิกจ่ายเงินค่าเครื่องสูบน้ำให้แก่นายหนิม โดยเสียเปล่า และไม่ได้กรรมสิทธิ์ในตัวเครื่องสูบน้ำ  การกระทำของทั้ง 3 คน จึงถือว่าเป็นการกระทำโดยเจตนาฝ่าฝืน ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2538  และระเบียบว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2547 

ซึ่งในเรื่องดังกล่าวได้มีการร้องเรียนไปยัง คณะกรรมการ ป.ป.ช.  ซึ่งได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง มีมติว่าการกระทำของทั้ง 3 คนมีมูลความผิดอาญาตามข้อกล่าวหา จึงส่งรายงานการไต่สวนข้อเท็จจริง ให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีตามกฎหมายดังกล่าว

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1239 วันที่ 26 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม 2562 )

Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support