วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ส่งทนายเรียกชำระเงินจาก 14 จำเลย ร่วมกันชดใช้ค่าส่วนต่างที่ดิน รวมดอกเบี้ยแล้วถึง 200 ล้านบาท หากชดใช้ไม่ได้ต้องถูกฟ้องเป็นบุคคลล้มละลาย ประธานสหกรณ์ฯเผยความจริงย่อมพิสูจน์ได้ ควรคิดให้รอบคอบ



จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

จบสิ้นมหากาพย์ 8 ปี กรณีการจัดซื้อที่ดินสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำปาง เมื่อศาลได้นั่งอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2563  ผลสรุปว่าศาลฎีกาไม่รับฎีกาของจำเลยทั้ง 14 คน คำพิพากษาจึงยืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์  ดังนั้น จำเลยทั้ง 14 คน จึงต้องร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 126 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ซึ่งเป็นส่วนต่างจากการจัดซื้อที่ดินทั้งหมด 252 ล้านบาท คืนให้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำปาง  หลังจากคดีสิ้นสุด ทางสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำปาง ได้ดำเนินการส่งหมายบังคับคดีให้กับจำเลยทั้ง 14 คน เพื่อเรียกให้ชดใช้ตามคำสั่งศาล

นายนพดล อินปา ประธานคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำปาง เปิดเผยว่า ขั้นตอนต่อไป ในส่วนของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำปาง คือ ทนายได้ขอคัดคำพิพากษา และส่งหมายบังคบคดีแจ้งให้ทางจำเลยทั้ง 14 คน ชำระเงินคืนตามจำนวนที่ศาลพิพากษา โดยจะต้องร่วมชดใช้จนครบจำนวน 126 ล้าน พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ปี  คาดว่าไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท เพราะระยะเวลาการฟ้องร้องนาน 8 ปี ตั้งแต่ปี 2555 ถึงปัจจุบัน

          ในเบื้องต้นได้ ได้ทำการอายัดทรัพย์ไว้ส่วนหนึ่งแล้ว รวมประมาณ 7 ล้านบาทเศษ มีทั้งที่ดิน รถยนต์ และทรัพย์สินอื่นๆ  ถ้าจำเลยสามารถชดใช้เป็นเงินสดหรือหลักทรัพย์ก็ดำเนินการตามนั้น  แต่หากชำระไม่ได้ ก็จะต้องขายทรัพย์สินที่อายัดไว้ให้ได้ก่อน ถ้าไม่ครบอีกก็ต้องฟ้องเป็นบุคคลล้มละลายทุกคน ซึ่งอาจจะมีผลกับตำแหน่งข้าราชการ เมื่อขาดคุณสมบัติจะถูกออกราชการ

“ความคาดหวังเราก็ต้องคิดว่าอยากจะได้เงินคืนทั้งหมดอยู่แล้ว  แต่จากการอายัดทรัพย์สินแล้วเป็นไปได้ยาก อย่างไรก็จะทำเต็มที่ เพราะการสืบทรัพย์ยังคงอยู่ ไม่ว่าจะยักย้ายถ่ายเทไปตรงไหนก็ต้องตามคืนมาให้ได้”  นายนพดล กล่าว

นายนพดล อินปา ประธานคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำปาง

ประธานคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำปาง ยังได้กล่าวถึงที่ดินพิพาทว่า  เมื่อคดีสิ้นสุดแล้ว ตอนนี้ทางสหกรณ์ฯจะทำหนังสือไปยังกรมส่งเสริมสหกรณ์ฯ ขอให้ถอนคำบังคับที่สั่งให้ห้ามดำเนินการใดๆเกี่ยวกับที่ดินจนกว่าคดีจะสิ้นสุด  และจะเสนอในที่ประชุมใหญ่ว่าเห็นควรให้ทำอย่างไรกับที่ดินตรงนี้  ซึ่งมีหลายแนวทาง คือ  ขายที่ดิน อาจจะมีการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างคณะกรรมการสหกรณ์และสมาชิกมาช่วยกันตรวจสอบราคา  แต่กรณีถ้าขายไม่ได้ จะใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างไร เช่น ให้เช่า ซึ่งต้องไปดูกฎระเบียบว่าสามารถทำได้หรือไม่  หรือ ก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบอาคารใหม่ แต่คงไม่ใช่ตามแบบเดิมที่เคยออกแบบไว้ ทั้งนี้ ก็ต้องสอบถามจากสมาชิกก่อนว่า ที่ดินมีการพิพาทแล้วยังอยากจะย้ายไปอยู่ตรงนั้นอีกไหม ถ้าสมาชิกไม่มีปัญหาก็จะดำเนินการต่อไป ขณะนี้ได้มีแผนว่าจะลงพื้นที่ออกพบสมาชิกตามอำเภอต่างๆ เพื่อชี้แจงคำพิพากษา รวมทั้งปรึกษาหารือในแนวทางที่คิดไว้ ก่อนจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมใหญ่ในเดือนธันวาคม 63 อีกครั้งหนึ่ง

ด้านคดีอาญา  นายนพดล กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สรุปสำนวนส่งให้อัยการจังหวัดแล้ว  ซึ่งตนได้เข้าไปพบเพื่อให้เร่งรัดการดำเนินการ  แต่ทางอัยการได้ขอเวลาอ่านสำนวนเพราะเอกสารค่อนข้างจะเยอะมาก  เมื่อได้คำพิพากษามาแล้วก็จะส่งไปให้อัยการประการการพิจารณาอีกทางหนึ่ง

ตามจริงแล้วเราไม่ได้อยากจะฟ้องร้องในเรื่องนี้ เพราะมีผลกระทบกับวิชาชีพครู แต่อยากให้ทุกคนได้ตระหนักว่าอาชีพครูต้องเป็นแบบอย่างของสังคม ถ้าจะทำอะไรต้องคิดให้รอบคอบ  เคยพูดเสมอว่าถ้าเป็นเงินของเราเองจะควักกระเป๋าออกไปซื้อไหม  รู้ทั้งรู้ว่ามีปัญหาอุปสรรคมากมาย และไม่เป็นไปตามมติของที่ประชุมใหญ่ ที่ให้ซื้อที่ดินแปลงเดียว เนื้อที่ไม่น้อยกว่า 15 ไร่ แต่กลับซื้อที่ดิน 2 แปล่ง เนื้อที่ 14 ไร่เศษ และยังมีลำเหมืองไหลผ่าน  เมื่อทำผิดแล้วก็ต้องร่วมกันรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเกิดเพราะประมาทเลินเล่อ หรือจงใจ  ทำให้ทรัพย์สินส่วนรวมเกิดความเสียหาย  ในตอนแรกได้ที่พูดคุยกัน เราขอเพียงคำขอโทษ และขอให้ยอมรับว่าได้ทำผิด แต่ฝ่ายนั้นยืนยันว่าทำถูกต้อง เราก็ต้องพิสูจน์หาความจริง เมื่อมาถึงตอนนี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าเกิดความเสียหายต่อสมาชิกส่วนรวม  ประธานคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำปาง กล่าว   

เรื่องเดิม เมื่อปี 2555  คณะกรรมการบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำปาง สมัยการบริหารงานของนายชาญ สัตตรัตนขจร  เป็นประธานดำเนินการฯ ได้ดำเนินการจัดซื้อที่ดินทำเลทอง  เนื้อที่ประมาณ 14.8 ไร่  ตั้งอยู่ติดกับห้างแมคโครลำปาง  ด้านทิศตะวันออก ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์  กรุงเทพฯ-ลำปาง  ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง  มูลค่า 252 ล้านบาท  เพื่อก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่และหอประชุมใหญ่ขนาดบรรจุ 1,500 คน   แต่เมื่อนายชาญ สัตตรัตนขจร ได้หมดวาระลง คณะกรรมการบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำปาง ชุดใหม่ ปี 2557-2559  นำโดยนายศรายุทธ พิจอมบุตร ประธานดำเนินการฯ ได้ชะลอก่อสร้างสำนักงานใหม่ โดยให้เหตุผลกรรมการชุดใหม่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งขอศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ อีกทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนอาจเกิดปัญหาสภาพคล่อง ต้องระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายเงิน  การที่จะลงทุนไปกับทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อาจจะกระทบกับฐานะการเงินได้           

ต่อมาปี 2558 ได้มีสมาชิกรายหนึ่ง ยื่นร้องเรียนเรื่องการจัดซื้อที่ดินดังกล่าวไปยัง ป.ป.ช. ว่าการจัดซื้อที่ดินดังกล่าวมีราคาสูงเกินจริง เมื่อเปรียบเทียบกับที่ดินด้านข้างที่เพิ่งซื้อก่อนเพียง 1 ปีเท่านั้น มีราคาเฉลี่ยไร่ละประมาณ 5 ล้านบาท ขณะที่ที่ดินของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำปาง เฉลี่ยถึงไร่ละ 16.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว 

ขณะเดียวกันได้มีสมาชิกครูกว่า 800 คน รวมตัวกันตั้งชมรมพิทักษ์ครูลำปางขึ้น เมื่อต้นเดือน ธ.ค. 2559 ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบการดำเนินการงานต่างๆ และเสนอความคิดเห็นของกลุ่มครูให้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำปางอีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะการตรวจสอบเรื่องการจัดซื้อที่ดินแพงดังกล่าว

ทางด้านสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำปาง ได้มีการยื่นฟ้องแพ่งกับคณะกรรมการชุดที่ดำเนินการจัดซื้อที่ดินจำนวน 15 คน คือ  1.นายชาญ สัตตรัตนขจร 2.นายภานุรุจ ทรายสมุทร  3.นายบุญเรือง นันตะกูล 4.นายอภิรมย์ อภิวงศ์งาม 5.นายอภิสิทธิ์ ชัยเมืองมูล 6.นายธนพล ธนทรัพย์ทวี 7.นายประดิษฐ์ สัตย์มาก 9.นายมานพ ทิวงศ์ษา10.นายกฤตวิทย์ ใจคำลือ 11.นายสมโชค คำแสน 12.นายชัยพร ชัยวงค์  13.นายอุดมศักดิ์ วงศ์พันธุ์  14.นายสมบัติ วันใจ และ15.นายจักรกฤษณ์ ยะเปียง    ส่วน จำเลยที่ 8 นายฐปน จิตรักชาติ (เสียชีวิต) 

 และฟ้องคดีทางอาญาด้วยอีกทางหนึ่ง  จนกระทั่งศาลได้มีคำพิพากษาให้ จำเลย ที่ 1 ถึง 7 และจำเลยที่ 9-15 ชดใช้แก่โจทก์ เป็นจำนวนเงิน 126 ล้านบาท พร้อมทั้งอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่ วันที่ 28 ธันวาคม 2555 จนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้น  ซึ่งได้มีการอุทธรณ์กันเรื่อยมาจนสิ้นสุดที่ศาลฎีกาดังกล่าว

 

 


Share:

0 ความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support