วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2562

ปักหมุด'JJ Park' แลนด์มาร์คลำปางครบวงจร

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

จากหนุ่มนักเรียนนอกมาเป็นเขยลำปาง เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วเป็นอาจารย์สอนหนังสือ สร้างรากฐานธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาเล็กๆ ทำธุรกิจมาหลากหลาย มาจนถึงทุกวันนี้ สุระ “สุรโยธิน ธนสุวัฒน์” นักธุรกิจรุ่นใหญ่ สร้างธุรกิจไว้ส่งต่อถึงลูกหลานภายใต้ชื่อเจเจ พาร์ค  JJ PARK” สถานที่ประชุมจัดเลี้ยง ร้านอาหาร สถานออกกำลังกาย และจุดนัดหมายสังสรรค์ รับแขกบ้านแขกเมืองที่มีมาตรฐานสูง ที่สร้างความแตกต่างในวงการธุรกิจบริการอันดับต้นๆของลำปางเลยก็ว่าได้


กว่าจะมาเป็น JJ PARK
สุระเล่าว่ากว่าจะมาเป็น JJ PARK ทุกวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเขาเองก็ผ่านการทำธุรกิจมาหลากหลายหลังจากศึกษาจบด้านการศึกษา จาก California State University ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็กลับมาทำงานในประเทศไทย ศึกษาต่อด้านรัฐประศาสนศาสตร์ ที่ ม.รามคำแหง จากนั้นก็มาสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยโยนก โดยการชักชวนของ ดร.นิรันดร์ จิวะสันติการ ขณะนั้นผมก็เปิดโรงเรียนสอนภาษา กวดวิชา 2 แห่ง คือ โรงเรียน The House of English และสถาบันภาษา ECC ที่ลำปาง จากนั้นก็ยังมีธุรกิจอื่นๆเช่น รับเหมาสร้างสนามฟุตบอล ธุรกิจค้าส่งน้ำตาล ลอตเตอรี่ แต่เมื่ออายุมากขึ้นก็อยากพัก แต่ใจหนึ่งก็ยังอยากมีอะไรทำ อยากสร้างธุรกิจไว้ให้ลูกๆ เลยคิดสร้างธุรกิจ ชอปปิ้งมอลล์ เล็กๆขึ้น เพื่อเปิดพื้นที่ให้ธุรกิจร้านค้า หรือแฟรนไชส์ มาเช่า เป็นไอเดียแรก

แต่เมื่อสร้างเสร็จมันไม่เป็นอย่างที่คิด
“ผมเป็นคนคิดเร็วทำเร็ว ตอนคิดสร้าง เจเจ พาร์ค ผมก็ลงมือทำเลยในปี 2559 มาถึงวันนี้เข้าปีที่ 3 แล้ว  เพราะเราอาจจะคิดง่ายไปหน่อยคือ สร้างมาแล้วเปิดให้นักธุรกิจท้องถิ่น มาเช่าพื้นที่ เก็บค่าเช่า  แบบ CITY MALL แต่..มันไม่ง่ายอย่างที่คิด การเปิดให้คนมาเช่าทำธุรกิจในที่ของเรา เราควบคุมอะไรไม่ได้มาก เราไม่ใช่บริษัทใหญ่แบบห้างสรรพสินค้าที่มีกฎ มีสัญญาเป๊ะๆ แต่ธุรกิจในท้องถิ่นลำปาง ส่วนใหญ่ก็คนรู้จักกัน บางอย่างก็มียืดหยุ่น บางอย่างควบคุมยาก ในการให้ JJ PARK เป็นหนึ่งเดียวกัน เช่น เวลาเปิดปิด เรื่องบริการจัดการพื้นที่ ร้านค้า อะไรต่างๆ ปัญหามันเยอะ (หัวเราะ) ประกอบกับเศรษฐกิจก็ไม่ดี ค่าเช่าได้บ้างไม่ได้บ้าง สุดท้ายเราก็ต้องหันกลับมาคิดใหม่..เปลี่ยนแนวทาง” สุระเล่า

เพราะมันไม่ง่าย...เขาจึงหยุดแนวทางการให้พื้นที่ และหันมาตั้งหลักใหม่ ทำเอง บริหารเอง เพื่อให้ JJ PARK เป็นสถานประกอบธุรกิจด้านบริการที่มีมาตรฐานสูง

ธุรกิจจัดเลี้ยงเป็นแนวทางแรกที่เขาเห็นโอกาส ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมีฐานคอนเนคชั่นจากหน่วยงาน เพื่อนกลุ่มธุรกิจเอกชน หน่วยงานราชการค่อนข้างมาก จึงหันมาทำร้านอาหารของตัวเอง และ ปรับปรุงร้านค้าและอาคารทั้งหมด เป็นห้องประชุมจัดเลี้ยง และมีธุรกิจแฟรนไชส์ ดอยคำ รวมถึง ธุรกิจฟิสเนต โดยลูกสาวและลูกชายที่เรียนจบแล้วเข้ามามีส่วนช่วยดูแลบริหารจัดการ

“หลังจากเราเปลี่ยนแนวธุรกิจจากให้คนอื่นเช่า มาทำเองทั้งหมด ผมก็เลือกที่จะทำร้านอาหาร แบบที่มีทั้งเครื่องดื่มและอาหารแนว Bistro ที่สามารถรับลูกค้าทั่วไปได้ บรรยากาศก็เน้นให้มีมาตรฐานสูงสะอาด บรรยากาศดี ให้เป็นระดับสูงกว่าร้านอาหารทั่วไป และครัวกลางเราก็พัฒนาให้พร้อมรับงานจัดเลี้ยง ประชุมสัมมนา ทุกรูปแบบ ซึ่งผมดูแลบริหารงานส่วนอาหารด้วยตัวเอง เพราะผมมีประสบการณ์ทำอาหารมาตั้งแต่เด็ก ที่ผมเป็นนักเรียนอยู่อังกฤษ ผมช่วยงานในฟาร์ม ผมเรียนมหาลัย จนผมทำงานก็มีโอกาสเดินทางมาก ทำงานพบปะกับนักระดับบริหารสูง เรารู้ว่ามาตรฐานที่ดีคือแบบไหน อาหารอร่อยต้องยังไง ผมจึงต้องดูแลตั้งแต่การจัดซื้อวัตถุดิบเข้าระบบครัว ไปจนถึงการดูแล เชฟ ผู้ช่วยในครัวทุกคนให้ทำอาหารออกเสิร์ฟแบบมีมาตรฐาน ทั้งคุณภาพและรสชาติ  

สุระยอมรับว่า การบริหารงานและการพัฒนาธุรกิจด้านบริการโดยเฉพาะงานด้านอาหารก็ไม่ง่าย ใช้เวลาพัฒนาปรับปรุงไม่หยุด แต่การดูแลเองมีข้อดีคือ มีปัญหาก็แก้ไขได้ทันที พัฒนาในแบบที่ควรจะเป็นโดยไม่ผ่านระบบบริหารที่ซับซ้อน นั่นคือ การสร้างและรักษาคุณภาพ มาตรฐาน ให้เป็นจุดแข็งของ JJ PARK ซึ่งเป็นความท้าทายของความไม่ง่าย..แต่เติบโต

ตั้งเป้าไว้ภายใน 5 ปี ต้องสำเร็จ
ในแง่ของการทำธุรกิจ สุระมองว่า ไม่ว่าจะทำธุรกิจใดต้องอาศัยการเอาจริง อดทน และยืนให้ได้ 3 ปี  สร้างกำไรและก้าวสู่ความสำเร็จในระยะ 5 ปี ซึ่งแนวคิดนี้ มีส่วนในการวางแผนและพัฒนา JJ PARK ด้วยเช่นกัน

“การสร้าง JJ PARK ลงทุนสูงมาก ทั้งอาคารสถานที่ และเงินทุนหมุนเวียน ในระยะแรกเกือบไปไม่รอด แต่ผมไม่ยอมเลิกเมื่อเจออุปสรรค ผมมองว่าคนที่เลิกในปีแรกๆของการตั้งธุรกิจนั่นเป็นเพราะเขาสร้างธุรกิจโดยไม่พร้อม แต่ผมสร้าง JJ PARK ด้วยความตั้งใจ เมื่อเจอปัญหาเราก็แก้และหาทางออก ทุกวันนี้ JJ PARK มีพนักงานประจำ 20 คน และพนักงานพาร์ทไทม์งานจัดเลี้ยงอีกจำนวนหนึ่ง พนักงานมากกว่าครึ่งอยู่ตั้งแต่เปิดกิจการมาจนถึงทุกวันนี้ อีกส่วนหนึ่งมาแล้วไป แต่ผมเน้นเรื่องความซื่อสัตย์ นำพาให้การทำงานและการพัฒนา รักษาคุณภาพงานเป็นไปตามเป้าหมาย”

ปัจจุบัน JJ PARK มีห้องจัดเลี้ยง 5 ห้อง รองรับขนาดตั้งแต่ 10 คน จนถึง 250 คน และแผนภายในปีนี้ จะพัฒนาอาคารทั้งหมด เต็มรูปแบบมีห้องขนาดใหญ่รองรับงานเลี้ยงสูงสุด 300-350 คน รองรับการจัดเลี้ยงที่ดีที่สุดในลำปาง และยังสร้างแรงดึงดูดให้เป็นสถานที่พักผ่อนรับประทานอาหาร ร้านกาแฟแบบชิคชิล มีจุดถ่ายภาพเป็นแลนด์มาร์คแห่งหนึ่งที่คนลำปางต้องแวะมา คนต่างจังหวัดต้องกล่าวถึง ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายแห่งความสำเร็จ ของ JJ Park ในอนาคตอันใกล้


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ฉบับที่ 1220 วันที่ 8 - 14 มีนาคม 2562)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์