วันพุธที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2564

นั่ง “รถม้าลำปาง” สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งลำปาง


จำนวนผู้เข้าชม blog counter

ก่อนอื่นขอร่วมส่งกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครในจังหวัดลำปาง ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ช่วยดับไฟป่าซึ่งไม่เพียงเผาพื้นที่วอดไปกว่า 300 ไร่ ยังพ่วงด้วยปัญหาฝุ่นพิษพุ่งไปถึง 284 มคก./ลบ.ม จากรายงานแจ้งว่าสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศอยู่ในขณะนี้ อย่างไรก็ขอให้พี่น้องชาวลำปางดูแลสุขภาพตัวเองด้วย

 


เพราะปัญหาไฟป่าไม่เพียงทำลายธรรมชาติและก่อให้เกิดฝุ่นพิษเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ยังส่งผลกระทบขยายเป็นวงกว้างโดยเฉพาะบรรยากาศการท่องเที่ยว ซึ่งในช่วงนี้ทางจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย ททท. สำนักงานลำปาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังโปรโมทโครงการ “รถม้าลำปาง” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์วิถีชีวิตของชาวลำปางที่มีมาเนิ่นนาน ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

 


อย่างที่ทราบกันดีว่า รถม้า เป็นสัญลักษณ์หรือเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นยานพาหนะในการเดินทางของยุคสมัยก่อน โดยมีที่มาจาก เดิมรถม้าเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อมาเมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงสั่งรถม้าเข้ามาเป็นจำนวนมากเพื่อใช้เป็นรถหลวง กระทั้งรถยนต์เริ่มเข้ามามีบทบาท รถม้าจึงได้ถูกกระจายออกจากกรุงเทพฯ

 


กระทั่งในช่วง พ.ศ.2458 ได้มีการวางรางรถไฟขึ้นมาจนถึงลำปาง รถม้าจึงมีบทบาทสำคัญด้วยการเป็นยานพาหนะรับส่งผู้โดยสารจากสถานีรถไฟจังหวัดลำปางเข้าสู่ตัวเมือง โดยมีรถม้าคันแรกของจังหวัดลำปางเป็นของ เจ้าบุญวาทย์ วงศ์มานิต เจ้าผู้ครองนครลำปาง หลังจากนั้นรถม้าจึงเริ่มมีแพร่หลายทั้งในลำปางและตามเมืองหลักต่างๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปความเจริญของเทคโนโลยีการคมนาคมทำให้รถม้าค่อยๆเลือนหายไป เหลือแต่เพียงที่จังหวัดลำปางเท่านั้นที่ยังคงใช้รถม้าเป็นยานพาหนะอยู่มาจนปัจจุบัน และเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในจังหวัดลำปาง ซึ่งสามารถกล่าวได้ว่ารถม้าในปัจจุบันได้เป็นยานพาหนะสำหรับใช้เพื่อการท่องเที่ยวในบริเวณอำเภอเมืองลำปาง

 





ลักษณะทั่วไปของรถม้าในนครลำปางนั้นเป็นรถแบบเปิดประทุน ที่นั่งผู้โดยสารคล้ายคลึงกับที่นั่งของจักรยานสามล้อ นั่งได้คันละไม่เกิน 3 คน ค่าบริการรถม้าคือให้บริการรอบเมืองรอบใหญ่ ราคา 300 บาท เส้นทางจะผ่านแม่น้ำวัง ชมบ้านโบราณเก่าๆ สะพานแขวน และสถานที่สำคัญอีกหลายที่ ส่วนรอบเมืองรอบเล็ก ราคา 200 บาท จะใช้เส้นทางเดียวกับรอบใหญ่แต่จะวิ่งในระยะใกล้กว่า ถ้าเป็นรายชั่วโมงจะคิดชั่วโมงละ 400 บาท สามารถแวะชมวัดโบราณต่างๆ อาทิ วัดพระธาตุลำปางหลวง, วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม, วัดเจดีย์ซาวหลัง, วักประตูป่อง, วัดศรีชุม, วัดปงสนุก หรือสถานที่ที่ต้องการแวะชม ได้แก่ ห้าแยกหอนาฬิกา, ถนนคนเดินกาดกองต้า, ท่าอากาศยานจังหวัดลำปาง เป็นต้น ซึ่งราคานี้เป็นราคามาตรฐาน


 


และถึงแม้ว่าช่วงนี้คงยังไม่เหมาะนักที่จะเชิญนักท่องเที่ยวทั้งจากทั่วประเทศรวมถึงพี่น้องชาวลำปางให้ออกมาสัมผัสกับ รถม้าลำปางที่เป็นเอกลักษณ์ประจำบ้านเมือง เพราะสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก เอาเป็นว่าเมื่อสถานการณ์ของไฟป่าได้รับการบรรเทาให้เบาบางลงแล้ว ทาง ททท.สำนักงานลำปาง ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านนั่งรถม้าชมบ้านเมืองของจังหวัดลำปางที่ให้บรรยากาศที่เงียบสงบ ไม่วุ่นวายชมวิถีชีวิตของชาวลำปางที่มีความเรียบง่าย การนั่งรถม้าชมเมืองพร้อมเสียงของเกือกม้าที่ดังเป็นจังหวะของการวิ่งของม้า เสพบรรยากาศย้อนยุค...เพราะเชื่อว่าจะทำให้คุณหลงรักเมืองลำปางมากยิ่งขึ้น

 





สำหรับสถานีบริการรถม้ามีจำนวน 3 จุด ด้วยกัน ได้แก่1.บริเวณตรงข้ามศาลากลางเก่า ใกล้กับมิวเซียมลำปาง GPS : https://goo.gl/maps/UTcGrUSGXzZe2Bur9 2.บริเวณใกล้กับโรงแรมเวียงทอง GPS : https://goo.gl/maps/XdXjjE5YX59cW8yW9 และ 3.บริเวณหน้าโรงเรียนเทศบาล4 GPS : https://goo.gl/maps/SvESnqHTBjj1cHtZA

 



ทั้งนี้เพื่อความชัวร์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ททท.สำนักงานลำปาง โทร.054-222-214 เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น.


กอบแก้ว แผนสท้าน...เรื่อง

ททท.สำหนักงานลำปาง...ข้อมูล/ภาพ

 

Share:

0 ความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์