วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

“หมอรวย” ยื่น กกต.ให้ตรวจสอบการเลือกตั้งซ่อมเขต 4 ลำปาง ส่อผิดกฎหมายมาตรา73(3) ไม่สุจริตเที่ยงธรรม มีโทษหนักเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

 



วันที่ 12 กรกฎาคม  2565 เวลา 08.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จ.ลำปางนายวัฒนา สิทธิวัง หรือ หมอรวย ผู้สมัคร ส.ส.เบอร์ 3 พรรคเศรษฐกิจไทย เขตเลือกตั้งที่ 4 จ.ลำปาง ได้เข้ายื่นคำร้องต่อนายทองเนตร ดูใจ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัดลำปาง เพื่อขอให้ตรวจสอบผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส เขต4 ลำปาง เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปอย่างไม่สุจริตเที่ยงธรรม เข้าข่ายผิด พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561



นายวัฒนา กล่าวว่า เนื่องจากได้มีผู้มาแจ้งเบาะแสและได้มอบหลักฐานปรากฏชัดเจนว่า เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่ง  อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน มาตรา 73(3) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งหากผิดจริงจะมีความผิดตาม มาตรา 159 มีโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 2 หมื่นบาทถึง  2 แสนบาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี

ดังนั้น ตนเองจึงได้รวบรวมหลักฐานเบื้องต้นมามอบให้ กกต.ตรวจสอบตามขั้นตอน ก่อนที่จะมีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งครั้งนี้  เพื่อให้ผลการเลือกตั้งดังกล่าวเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม ตามระบอบประชาธิปไตย


          จากรายงานข่าวทราบว่าในการยื่นร้องดังกล่าว เป็นการร้องกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมด้วยสมาชิกพรรค  ได้ขึ้นเวทีร้องเพลงศรัทธาของวงหินเหล็กไฟ ร่วมกับวงดนตรีวงหนึ่ง  โดยระหว่างร้องเพลงได้มีการชูมือนิ้วชี้ แสดงสัญลักษณ์เบอร์ 1 ไปด้วย จึงเข้าข่ายกระทำความผิด มาตรา 73(3) ดังกล่าว


สำหรับ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 

มาตรา 73  ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนน ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

(3) ทําการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่าง ๆ

ความใน (3) มิให้ใช้บังคับแก่ผู้สมัครที่ใช้ความรู้ความสามารถทางศิลปะของตน หาเสียงให้แก่ตนเองโดยไม่ใช้อุปกรณ์ในการแสดงมหรสพ

มาตรา 159 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 73 (3) (4) หรือ (5) ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนดยี่สิบปี และให้นําความในมาตรา 158  วรรคสอง มาใช้บังคับด้วย



Share:

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ11 กรกฎาคม 2565 23:08

    แพ้แล้วไม่ยอมรับ ขนาดคนอำเภอเดวกันกับนายเขายังไม่เอานายเลย

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ11 กรกฎาคม 2565 23:56

    พระครูบามหาป่าจ้าวของวัดไหล่หินรู้ดีว่าใครเป็นคนแจกเงิน มึงยังไม่สำนึกผิดอีก

    ตอบลบ

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์