วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

คณะผู้ตรวจสอบ กพร. ไฟเขียว กฟผ. เดินหน้าแผนจัดการเปลือกดินฯ หลังลงพื้นที่ตรวจสอบ

คณะผู้ตรวจสอบ กพร. ร่วมกับ สรข.3 เชียงใหม่ และ สอจ.ลำปาง ลงพื้นที่เหมืองแม่เมาะ ตรวจสอบแผนการจัดการเปลือกดินฯ เห็นชอบให้ กฟผ. ดำเนินการตามแผน ระบุมีความเหมาะสม เป็นไปตามหลักวิชาการ มีวิศวกรควบคุมรับรอง และมีอาจารย์ที่ปรึกษาด้านวิศกรรมปฐพีเป็นผู้ศึกษาเสถียรภาพของการเก็บกองเปลือกดิน พร้อมวาง 10 เงื่อนไขปฏิบัติตามเคร่งครัดป้องกันเกิดเหตุซ้ำ 

นายสุชาติ ตุ่นแก้ว ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ (ชชม.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้อง นำคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 3 เชียงใหม่ (สรข.3 เชียงใหม่) นำโดย นายจิโรจน์ รัมมนต์ ผอ.สรข.3 เชียงใหม่ , เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเหมืองแร่ ธรณีวิทยาและด้านสิ่งแวดล้อม กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) นำโดย นายณัฏฐพงษ์ จุลาเกตุโพธิชัย ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการวัตถุดิบอุตสาหกรรม (กบว.) และเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง (สอจ.ลำปาง) ลงพื้นที่ตรวจสอบแผนการจัดการเปลือกดินในบริเวณจุดทิ้งดินนอกบ่อเหมือง ระหว่างวันที่ 11-12 พฤษภาคม 2569 

โดยคณะได้ฟังสรุปแนวทางการแก้ปัญหาทั้งที่มาและความสำคัญ ข้อกำหนดทางด้านวิศวกรรมพื้นที่กองเปลือกดิน การวิเคราะห์เสถียรภาพตามความเห็นที่ปรึกษา แนวทางการกู้คืนและติดตั้งสายพานลำเลียงดินบนพื้นที่ดินสไลด์ รวมถึง แนวทางการเก็บกองเปลือกดิน จากนั้น ได้ลงพื้นที่จุดปรับพื้นที่บริเวณดินสไลด์    จุดติดตั้งระบบสายพานลำเลียง จุดติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดการเคลื่อนตัวและเครื่องวัดระดับแรงดันน้ำใต้ดิน พื้นที่เก็บกองเปลือกดินบริเวณจุดที่ 1 ตามผลการศึกษา และพื้นที่ส่วนขยายการเก็บกองเปลือกดินบริเวณจุดที่ 2 ตามผลการศึกษา 

นายจิโรจน์ รัมมนต์ ผอ.สรข.3 เชียงใหม่ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อตรวจสอบให้ความเห็นชอบตามหลักวิศวกรรม หลังจากที่ กฟผ. ได้เสนอแผนการจัดการเปลือกดินในบริเวณจุดทิ้งดินนอกบ่อเหมืองให้มีความปลอดภัยมากขึ้น พร้อมแบบแปลนการเดินหน้าเหมืองและการทิ้งดิน รวมถึง แผนระบบระบายน้ำซึ่งวิศวกรควบคุมได้ลงนามรับรองเรียบร้อยแล้ว โดยได้ใช้ผลการศึกษาจากที่ปรึกษา รศ.ดร.ฐิรวัตร บุญญะฐี อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมปฐพีในคณะกรรมการวิชาการสาขาวิศวกรรมโยธา สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ว.ส.ท.) ประกอบการจัดทำแผนการจัดการเปลือกดิน ทั้งนี้ สอจ.ลำปาง ได้ส่งแผนการจัดการเปลือกดินและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ สรข.3 เชียงใหม่ 

ทั้งนี้ ภายหลังการตรวจสอบ มีทำบันทึกตรวจสอบ ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบได้พิจารณาแผนการจัดการเปลือกดินในบริเวณจุดทิ้งดินนอกบ่อเหมืองแม่เมาะและฉบับเพิ่มเติมแล้ว มีความเห็นร่วมกันว่า มีความเหมาะสมเป็นไปตามหลักวิชาการ มีวิศวกรควบคุมรับรอง และมีอาจารย์ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมปฐพี             เป็นผู้ศึกษาเสถียรภาพของการเก็บกองเปลือกดิน จึงเห็นชอบแผนการจัดการดังกล่าว 

โดยให้ กฟผ. ดำเนินการเก็บกองเปลือกดินเฉพาะบริเวณจุดที่ 1 ตามที่ได้เสนอมา และจะต้องดำเนินการตามเงื่อนไข ดังนี้ 1. ให้เก็บกองเปลือกดิน โดยมีความหนาของชั้นการโปรยดินเป็น Low Dump 10 เมตร และ High Dump 10 เมตร รวมประมาณ 20 เมตรต่อรอบ โดยเริ่มจากระดับ 480 เมตร รทก.             เป็นต้นไป และให้มี Overall slope ไม่ชันกว่า 1 : 8.64  

2. ให้ส่งรายงานข้อมูลการรังวัดภูมิประเทศพื้นที่ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่ทิ้งหรือเก็บมูลดินทรายนอกเขตประทานบัตร ด้วยอากาศยานไร้คนขับ ปีละ 2 ครั้ง พร้อมข้อมูลการรังวัดภูมิประเทศพื้นที่ประทานบัตร

3.  ให้ส่งรายงานข้อมูลปริมาณการเก็บกองดิน โดยให้รวบรวมรายงานข้อมูลปริมาณดินรายเดือน      ส่งทุกๆ 3 เดือน (ภายในเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม) 

4. ให้ส่งรายงานข้อมูลการวัดระดับแรงดันน้ำใต้ดิน ทุกจุดของหลุมตรวจวัดระดับแรงดันน้ำใต้ดิน (Piezometer) ให้รวบรวมรายงานข้อมูลระดับแรงดันน้ำใต้ดินรายเดือน ส่งทุกๆ 3 เดือน (ภายในเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม) 

5. ให้ส่งรายงานข้อมูลการเคลื่อนตัวของมวลดิน (RTK - LandMos) โดยให้รวบรวมรายงานข้อมูลการเคลื่อนตัวของมวลดินรายเดือน ส่งทุกๆ 3 เดือน (ภายในเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม) กรณีพบโซนการเคลื่อนตัวมีแนวโน้มแผ่ออกไปมากกว่า 300 เมตร หรือพบข้อมูลการเคลื่อนตัวจากเครื่องมือที่ติดตั้งต่างระดับกันมากกว่า 20 เมตร ต้องรายงานเจ้าหน้าที่ สรข.3 และ สอจ.ลำปาง โดยทันที พร้อมวิเคราะห์สาเหตุการเคลื่อนตัวเพิ่มเติม 

6. ให้ส่งรายงานข้อมูลการเคลื่อนตัวของมวลดิน (RTK - LandMos) บริเวณพื้นที่ดินสไลด์ โดยให้รวบรวมรายงานข้อมูลการเคลื่อนตัวของมวลดินรายเดือน ส่งทุกๆ 3 เดือน (ภายในเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม) กรณีเกิดการเคลื่อนตัวของมวลดิน ที่มีอัตราเร็วของการเคลื่อนตัวมากกว่า 1.5 เซนติเมตรต่อวัน ต่อเนื่องกัน 3 วัน ต้องรายงานเจ้าหน้าที่ สรข.3 และ สอจ.ลำปาง โดยทันที พร้อมวิเคราะห์สาเหตุการเคลื่อนตัวเพิ่มเติม 

7. ให้ส่งรายงานข้อมูล ผลการวิเคราะห์และประเมินเสถียรภาพของกองดิน โดยให้ส่งตามรอบที่มีการเปลี่ยนแปลงของลักษณะพื้นที่ (เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นชั้นความสูงในการโปรยดิน หรือเมื่อขึ้นไปโปรยดินในชั้นถัดไป) โดยให้รวบรวมผลการวิเคราะห์ส่งทุกๆ 3 เดือน (ภายในเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม) และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของค่า Factor of safety ที่มีค่าต่ำกว่า 1.25 ให้รายงานผลการวิเคราะห์และประเมินเสถียรภาพของกองดินแก่เจ้าหน้าที่ สรข.3 และ สอจ.ลำปาง โดยทันที 

8. ให้ส่งรายงานผลการดำเนินการตามแผนการจัดการน้ำผิวดินบริเวณพื้นที่ดินสไลด์ โดยส่งรายงานในรูปแบบภาพถ่ายทางอากาศ (บินโดรน) พร้อมกับระบุตำแหน่งของร่องระบายน้ำภายในพื้นที่เพิ่มเติม โดยให้รวบรวมรายงานผลการดำเนินการตามแผนการจัดการน้ำผิวดินรายเดือน ในระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึง เดือนพฤศจิกายน ของทุกปี โดยให้รวบรวมส่งทุกๆ 3 เดือน (ภายในเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม) 

9. ให้ปรับการส่งรายงานผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำ ได้แก่ บริเวณอ่างตกตะกอนห้วยทราย สะพานหางฮุง และอ่างเก็บน้ำแม่เมาะ ประจำเดือน โดยให้รวบรวมส่งทุกๆ 3 เดือน (ภายในเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม) 

และ 10. ให้ปฏิบัติตามแผนผังโครงการทำเหมืองและมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยเคร่งครัด 

สำหรับพื้นที่เก็บกองเปลือกดินบริเวณจุดที่ 2 ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนขยาย กฟผ. จะเริ่มดำเนินการทิ้งดินได้หลังจากได้รับอนุญาตจาก กพร. ในการขอเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการทำเหมืองบางส่วนเสร็จเรียบร้อยแล้ว 

ด้าน นายสุชาติ ตุ่นแก้ว ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ (ชชม.) กล่าวว่า กฟผ. ได้ปรับพื้นที่ดินสไลด์ โดยการปรับแต่งลาดดินและเสริมความมั่นคง ลดความชัน เสริมฐาน (Toe Buttress) ทำชั้นพักลาด มีระบบการจัดการน้ำผิวดิน และมีการเฝ้าระวังการเคลื่อนตัวต่อเนื่องด้วยการติดตั้งเครื่องวัดการเคลื่อนตัวของดินหรือลาดดินด้วยระบบดาวเทียม (GNSS/LandMos) จำนวน 32 จุด และยังเจาะติดตั้งเครื่องวัดแรงดันน้ำใต้ดิน (Piezometer) 15 จุด เพื่อศึกษาประเมินเสถียรภาพหลังการพังทลาย 

โดยมีผลการศึกษาจากที่ปรึกษา รศ.ดร.ฐิรวัตร บุญญะฐี อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมปฐพีในคณะกรรมการวิชาการสาขาวิศวกรรมโยธา สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ว.ส.ท.) พบว่า บริเวณที่เกิดเหตุดินสไลด์ ปัจจุบันมีเสถียรภาพเพียงพอที่จะเข้าไปดำเนินการกู้คืนและติดตั้งระบบสายพานลำเลียงดิน ซึ่งผู้รับจ้างของ กฟผ. สัญญาที่ 8 และสัญญาที่ 9 ติดตั้งสายพานสำหรับลำเลียงดินไปยังที่เก็บกองเปลือกดินบริเวณจุดที่ 1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

พร้อมกันนี้ ยังได้กำหนดเพิ่มเติมเกณฑ์ความปลอดภัย การดำเนินการควบคุมเสถียรภาพจุดทิ้งดินนอกบ่อเหมือง ระดับการเตือน (Alert Level) และระดับหยุดดำเนินการ (Stop Work Level) พร้อมแผนฉุกเฉินรองรับกรณีเกิดการเคลื่อนตัวหรือการสไลด์ของกองดิน ทั้งนี้ มีวิศวกรควบคุมและที่ปรึกษา ลงนามรับรองผลการศึกษาการวิเคราะห์เสถียรภาพ ความปลอดภัยของแนวสายพานลำเลียงดินและการเก็บกองเปลือกดิน ว่ามีความแข็งแรงและปลอดภัย ตามหลักวิศวกรรม ข่าวจาก : แผนกประชาสัมพันธ์เหมืองแม่เมาะ



Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์