วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560

อุทธาหรณ์ นิ้วขาด !

จำนวนผู้เข้าชม Hit Web Stats

ดินๆไปปกติ ธรรมดา อาจสะดุดก้อนหิน หัวฟาดพื้น หรือยืนรอรถอยู่ดีๆ ล้อรถที่วิ่งผ่านเกิดหลุด วิ่งมาชนถึงถึงบาดเจ็บล้มตายได้ เช่นที่เกิดย่านรังสิต ปทุมธานี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ความไม่แน่นอนในชีวิตจึงเกิดได้ตลอดเวลา อาจด้วยความประมาทของเรา หรือความประมาทของคนอื่น
    
เรื่องราวของคุณนารีรัตน์ ไชยวงศ์ ก็เช่นกัน จะเรียกว่าประมาทก็พูดได้ไม่เต็มคำ จะบอกว่าแบงก์ประมาทไม่ตรวจตรา ดูแลประตูให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย ก็พูดไม่ได้ เพราะประตูกระจกแบงก์ที่มีมือจับขนาดใหญ่ยื่นออกมา ให้ดึงออก ดึงเข้า ผู้คนทั้งหลายที่ไปติดต่อทำธุรกรรมกับแบงก์ ก็ใช้ได้ปลอดภัย เป็นเรื่องง่ายๆเหมือนเปิดประตูเข้าบ้าน
     
อย่างไรก็ตาม ก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจทั้งคุณนารีรัตน์ ที่จังหวะบังเอิญก้าวออกไปในขณะที่ประตูยังไม่ปิดสนิท โดยที่มือพยายามจับขอบประตูกระจก แต่แรงดึงกลับทำให้นิ้วเข้าไปขัดอยู่ระหว่างกระจกสองบาน จนกระทั่งนิ้วขาดตกลงมา ซึ่งเป็นปรากฏการณ์พิเศษ ที่คงไม่ได้เกิดบ่อยนัก หรือเท่าที่เคยได้ยินมา ก็ไม่เคยมีเหตุการณ์ทำนองนี้มาก่อน
      
ทางด้านแบงก์กรุงเทพ สาขาสบตุ๋ย เองก็น่าเห็นใจ เพราะประตูก็อยู่ในสภาพปกติเรียบร้อย เหมือนประตูแบงก์สาขาอื่นๆทั่วประเทศ ประตูแบงก์สาขาสบตุ๋ยก็ไม่ได้มีความแตกต่าง ที่จะก่อให้เกิดความเสี่ยงกับลูกค้ามากกว่าสาขาอื่น
        
แต่ใช่ว่าจะเป็นเหตุที่จะยกบาปกรรมให้กับความซวยไป เพราะหากคุณนารีรัตน์ ใช้ความระมัดระวังตามสมควร ไม่รีบร้อนจนเกินไป รอให้ประตูปิดสนิทเสียก่อน แล้วดึงมือจับตามปกติ เหตุความสูญเสียก็จะไม่เกิดขึ้น
          
หากมองในแง่มุมของกฎหมาย ที่จะเรียกร้องค่าเสียหายฐานละเมิดกัน จากที่คุณนารีรัตน์ เรียกค่าเสียหายจำนวน 7 แสนบาท ก็ถือว่าเป็นไปได้ ถ้ากรณีนี้ เปลี่ยนแบงก์เป็นบุคคลธรรมดา แล้วมาทำร้ายร่างกายคุณนารีรัตน์  เพราะตามกฎหมายแล้ว การเสียแขน ขา มือ เท้า นิ้ว หรืออวัยวะอื่นใด ถือว่าผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส ในทางอาญาถือว่าผู้กระทำจะต้องรับโทษหนักกว่าทำร้ายร่างกายปกติทั่วไป
            
แต่เรื่องนี้เป็นคดีทางแพ่ง การกำหนดค่าเสียหาย หรือที่กฎหมายเรียกว่าค่าสินไหมทดแทนนั้น ศาลอาจต้องคำนึงถึงหลักพื้นฐานของกฎหมายว่าด้วยละเมิด ที่บอกว่า ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฏหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี....ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
             
แบงก์เป็นนิติบุคคล จงใจไม่ได้ ประมาทเลินเล่อไม่ได้ แต่ผู้จัดการแบงก์ก็ถือว่าเป็นตัวแทนนิติบุคคล อาจด้วยการรับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่ ซึ่งก็ต้องพิจารณาเรื่องราวทั้งหมดว่าแบงก์ประมาทเลินเล่อ จนทำให้คุณนารีรัตน์ เสียนิ้วไปหรือไม่
               
คำตอบคงเป็นว่าแบงก์ไม่ได้ประมาทเลินเล่อ ส่วนคุณนารีรัตน์ อาจเรียกว่าเป็นจังหวะก้าวที่ผิดพลาดก็ได้ หากจะไม่เรียกว่าประมาทเลินเล่อ กรณีจึงเป็นเรื่องที่คุณนารีรัตน์ ยอมรับเงินชดใช้ค่าเสียหาย หรือค่าสินไหมทดแทนตามสมควร จะเรียกถึง 7 แสนบาท เทียบกับกรณีถูกทำร้ายร่างกายจนอันตรายสาหัสในทางอาญาไม่ได้
                 
แต่อย่างน้อย กรณีคุณนารีรัตน์ ก็เป็นอุทธาหรณ์สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปแบงก์ หรือติดต่อหน่วยงานใด ต้องพึงสังวรว่า บางเรื่องที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดอันตรายกับชีวิตหรือร่างกาย หากไม่ระมัดระวังไว้ก่อน โอกาสที่จะเกิดความสูญเสียก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1114 วันที่  27 มกราคม - 2 กุมภาพันธ์ 2560 )
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support