วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2560

เจาะปมทุจริต 5 วัด ลำปาง รับมีเงินทอนอดีตเจ้าอาวาสแฉไอ้โม่งโทรมา

จำนวนผู้เข้าชม url and counting visits

กรณีกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมอบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ปปป.) ได้ตรวจสอบพบการทุจริตเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณะและปฏิสังขรณ์วัด ของ พศ. และพบวัดที่เข้าข่ายร่วมในการทุจริต จำนวน 12 แห่ง   พบที่ จ.ลำปาง 5 แห่ง คือ วัดวัฒนาราม ต.สบปราบ อ.สบปราบ , วัดหาดปู่ด้าย ต.นาแส่ง อ.เกาะคา ,วัดทุ่งต๋ำ ต.เสริมกลาง อ.เสริมงาม ,วัดบ้านอ้อ ต.แม่กั๊วะ อ.สบปราบ  และ วัดอุมลอง ต.สมัย อ.สบปราบ   โดยได้มีการรับโอนเงินวัดละ 4 ล้านบาท และทอนคืนไป จำนวน 3.2 ล้านบาท  ในช่วงปีงบประมาณ 2557-2558  รวมเงินทอน 16 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวได้สุ่มลงพื้นที่ตรวจสอบวัดตามรายชื่อดังกล่าว โดยได้เดินทางไปที่วัดหาดปู่ด้าย ต.นาแส่ง อ.เกาะคา  ซึ่งพบว่าบรรยากาศภายในวัดเงียบเหงา มีคนงานกำลังก่อสร้างตกแต่งวิหารขนาดใหญ่ภายในวัด ส่วนเจ้าอาวาสไม่อยู่ที่วัดแต่อย่างใด ทราบว่าเดินทางไปภารกิจในตัวอำเภอเมืองลำปาง

 จากการสอบถามผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหาดปู่ด้าย ทราบว่า วิหารดังกล่าวก่อสร้างมาได้ 7 ปีแล้ว โดยชาวบ้านช่วยกันหากฐิน ผ้าป่า  เข้ามาทำเรื่อยๆ ลูกหลานที่ไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองก็ช่วยกันหาผ้าป่ามาลงในหมู่บ้าน  ประตูหน้าต่างที่เป็นไม้ก็ได้รับบริจาคจากชาวบ้านมาทั้งนั้น  และไม่เคยทราบว่ามีงบประมาณก้อนใหญ่จากสำนักพุทธศาสนาส่วนกลางเข้ามา  หากมีกรรมการวัดจะต้องทราบ เพราะบัญชีการใช้จ่ายเงินต้องมีการประชุมรายงานกันตลอด พอทราบข่าวก็แปลกใจว่าเป็นเงินส่วนใด ทุกวันนี้ก็ยังต้องหาคนใจบุญมาช่วยทำบุญซื้อที่ดินวัดอยู่ ตารางวาละ 500 บาท ทางวัดไม่ได้มีเงินมากมาย ชาวบ้านจึงได้มาช่วยกันตามแรงศรัทธา

ลานนาโพสต์ได้โทรศัพท์ตามเบอร์โทรศัพท์มือถือที่เป็นเบอร์ติดต่อของวัด และขอติดต่อกับเจ้าอาวาสเพื่อสอบถามเรื่องดังกล่าว แต่ได้รับแจ้งว่าเจ้าอาวาสออกไปร่วมงานข้างนอกไม่ได้อยู่ที่วัด จึงได้สอบถามข้อเท็จจริงในเบื้องต้น  และได้ทราบข้อมูลจากบุคคลใกล้ชิดเจ้าอาวาสว่า ทางวัดหาดปู่ด้าย เคยได้รับงบประมาณอุดหนุนเป็นงบบูรณะวัดมาเมื่อปี 2555  จำนวน 30,000 บาท เพื่อนำมาก่อสร้างวิหารวัด ซึ่งวิหารหลังนี้ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2552-2560  รวม 8 ปีแล้ว หากได้งบประมาณก้อนใหญ่ลงมาที่วัดเป็นหลักล้านจริง วิหารหลังนี้คงจะก่อสร้างเสร็จไปนานแล้ว

ทางวัดเคยทำโครงการไปของบประมาณหลายที่ เพื่อมาสร้างบูรณะวัด บางทีก็มีการขอลายเซ็นหลวงพ่อไป จึงได้ปั๊มตราติดกระดาษให้บ้าง ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีการนำไปแอบอ้างด้วยหรือเปล่า ทางวัดคิดเพียงว่าอยากได้เงินมาก่อสร้างให้เสร็จ โดยไม่ได้ไปตรวจสอบ  สำหรับเรื่องเงินทอนที่เป็นข่าว มีเจ้าหน้าที่เชิญตัวเจ้าอาวาสไปให้ปากคำแล้ว บัญชีของวัดก็มีใช้มานานกว่า 10 ปี ไม่เคยมีเรื่องมาก่อน แต่บัญชีอื่นที่แปลกปลอมเข้ามาหรือบัญชีที่แอบอ้างสร้างขึ้นมาใหม่ก็ไม่ทราบได้ ขอให้รอกระบวนการตรวจสอบของ ปปป.

จากนั้นได้เดินทางไปตรวจสอบที่วัดบ้านอ้อ ต.แม่กั๊วะ อ.สบปราบ อีกแห่งหนึ่ง พบคนงานกำลังทำการก่อสร้างกำแพงวัดอยู่หลายคน และพบกับพระจอมแปง วลุตฺตโม เจ้าอาวาสวัดบ้านอ้อ  จึงได้สอบถามถึงเรื่องเงินอุดหนุนดังกล่าว  โดยพระจอมแปง กล่าวว่า เพิ่งมาอยู่ที่วัดแห่งนี้ได้ปีกว่า จึงไม่ทราบเรื่อง กระทั่งเมื่อวันที่ 11 เม.ย.60 ได้มีหนังสือจากกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ส่งมาที่วัด ขอสอบสวนปากคำและขอเอกสารประกอบบัญชีการรับเงินของวัด  ซึ่งหลังจากที่อดีตเจ้าอาวาสคนเก่าได้ลาสิกขาไป บัญชีเก่าของวัดอาตมาไม่เคยเห็นและไม่เคยยุ่งเกี่ยว   แต่ได้เปิดบัญชีใหม่เมื่อเดือน เม.ย.60  ที่ผ่านมา เพื่อนำเงินผ้าป่าจำนวน 4 แสนบาท เข้าบัญชีธนาคาร นำมาก่อสร้างกำแพงวัด

ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ทำการสอบสวนอาตมา เนื่องจากอาตมาไม่ได้เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว  ซึ่งทราบว่าเจ้าหน้าที่ได้ไปพบกับอดีตเจ้าอาวาส และทำการสอบสวนแล้ว  สำหรับเรื่องนี้ อาตมาและชาวบ้านก็อยากทราบเช่นกันว่าเงินอุดหนุนในส่วนนี้มาจากไหน ใครเป็นคนรับ

และอีกวัดที่ได้เข้าตรวจสอบ คือวัดทุ่งต๋ำ หมู่ 8 ต.เสริมกลาง อ.เสริมงาม จ.ลำปาง  ซึ่งพบว่าวิหารของวัดทุ่งต๋ำ กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยมีการตกแต่งและทาสีแล้วเป็นบางส่วน  แต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์  เนื่องจากทางวัดไม่มีเงินว่าจ้างช่างก่อสร้างและช่างฝีมือให้เข้ามาก่อสร้างเพิ่มเติมได้อีกในขณะนี้  จึงคงปล่อยให้เหลือโครงสร้างนั่งร้านทิ้งไว้ และรอจนกว่าจะมีการจัดกิจกรรมทอดผ้าป่าหรือการจัดงานอื่นๆเพื่อที่จะหาทุนมาสมทบในการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ คาดว่าคงต้องใช้ระยะเวลาอีกยาวนาน เพราะการออกแบบและการตกแต่งพระวิหารหลังนี้มีมูลค่าหลายล้านบาท

พระครูวิจารณ์ พัฒณคุณ เจ้าคณะตำบลเสริมกลาง เจ้าอาวาสวัดทุ่งต๋ำ เปิดเผยว่า หลังจากที่มีข่าว กรณีกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมอบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ปปป.) ได้ตรวจสอบพบการทุจริตเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณะและปฏิสังขรณ์วัด ของ พศ. และพบวัดที่เข้าข่ายร่วมในการทุจริตจ.ลำปาง 5 แห่ง คือ วัดวัฒนาราม ต.สบปราบ อ.สบปราบ , วัดหาดปู่ด้าย ต.นาแส่ง อ.เกาะคา ,วัดทุ่งต๋ำ ต.เสริมกลาง อ.เสริมงาม ,วัดบ้านอ้อ ต.แม่กั๊วะ อ.สบปราบ  และ วัดอุมลอง ต.สมัย อ.สบปราบ   และวัดทุ่งต๋ำ ต.เสริมกลาง อ.เสริมงาม ก็เป็นหนึ่งในวัดที่อยู่ในรายชื่อดังกล่าวนั้น เมื่อก่อนหน้านี้ ประมาณ 1 เดือนกว่า ทางเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ก็ได้เข้ามาสอบสวนและสอบถามข้อมูลต่างๆไปแล้ว  ซึ่งทางอาตมาก็ได้ให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ไปทั้งหมดว่า ทางตัวอาตมาและทางวัดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ และพบว่ากลับมาเป็นข่าวโด่งดังอีกครั้ง  

จึงออกมายืนยันว่าทางวัดและตัวอาตมา ไม่ทราบเรื่องงบประมาณที่สนับสนุนมาเป็นจำนวนเงินหลายล้านบาท เพราะทางวัดมีบัญชีธนาคารสามารถตรวจสอบได้ อีกทั้งพระวิหารหลังนี้เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2549 มาจนถึงปัจจุบันปี 2560 รวมระยะเวลาถึง 12 ปีแล้ว การก่อสร้างก็ยังไม่แล้วเสร็จ ที่ผ่านมา สับเปลี่ยน ช่างก่อสร้างช่างศิลป์ไปแล้วถึง 6 ชุด เพราะทางวัดมีเงินก็จ้างช่างมาทำงานได้ แต่หากเงินหมด ช่างก็ต้องทิ้งงาน เป็นแบบนี้มาตลอด   ส่วนเงินที่ได้รับมาก็มีทางสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง โอนเงินเข้ามาหลักหมื่นบาท ที่เหลือคณะศรัทราได้จัดผ้าป่า กฐิน มาร่วมถวาย รวมทั้งผู้มีจิตศรัทรา ก็ร่วมสมทบทุน  เมื่อได้เงินมาก็เอามาบูรณะสร้างต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะแล้วเสร็จ แต่คาดว่าอีกหลายปี ส่วนที่มีข่าวว่ามีงบประมาณจากส่วนกลางมาให้หลักล้าน หากเข้ามาถึงวัดจริง พระวิหารและสิ่งสาธารณูปโภคอื่นๆคงได้รับการพัฒนาไปมากกว่านี้แล้ว พระครูวิจารณ์ พัฒณคุณ  กล่าว

ด้านนายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผอ.สำนักพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง กล่าวว่า  การจัดสรรงบอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์วัดจะมีคณะกรรมการพิจารณาจัดสรร โดย จ.ลำปาง ได้รับการจัดสรรงบประมาณตามตัวชี้วัดประมาณปีละ 3 ล้านบาท  โดยจะมีเกณฑ์การจัดสรร และคณะกรรมการระดับจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง พิจารณาอนุมัติ   ซึ่งวัดที่ต้องการรับงบประมาณต้องส่งแบบที่ต้องการจะบูรณะเข้ามา มีทั้งการก่อสร้างวิหาร ศาลาการเปรียญ ห้องน้ำ ฯลฯ  โดยมีการจัดสรรงบประมาณให้ตามความจำเป็น สูงสุดวัดละ 55,000 บาท  ต่ำสุดวัดละประมาณ 30,000 บาท   จากการตรวจสอบย้อนหลังปี 53-58 พบว่าทั้ง 5 วัดได้มีการส่งแผนขอรับเงินอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์มาตามปกติ และได้รับเงินอุดหนุน เช่น เมื่อปี 53  วัดบ้านอ้อ ได้รับเงิน 17,000 บาท  ส่วนอีก 4 วัด ก็ได้รับ 55,000 บาทก็มี 40,000 บาทก็มี  หลังให้เงินไปแล้วจะมีกรรมการลงพื้นที่ตรวจสอบว่านำเงินไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์จริงหรือไม่ จะต้องรายงานเข้ามาที่สำนักพุทธฯ ซึ่งทั้ง 5 วัดก็ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง

 ผอ.สำนักพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง กล่าวอีกว่า  ในกรณีของ 5 วัดที่เป็นข่าวเข้าข่าวการทุจริตเงินอุดหนุน ยอดเงินกว่าล้านบาทนั้น   เรื่องนี้ตนไม่ทราบว่าเงินมาจากทางไหน เพราะไม่ได้ผ่านสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด  ทาง ปปป.ก็ไม่ได้ประสานเข้ามาที่สำนักพุทธฯให้ร่วมตรวจสอบ  ขณะนี้ทราบว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีความผิดจริงหรือไม่  เมื่อยังไม่มีการชี้มูลจาก ปปป. หรือแจ้งให้สำนักพุทธฯเข้าไปร่วมคงต้องรอให้ทาง ปปป.ดำเนินการตามขั้นตอนก่อนจนกว่าจะเกิดความชัดเจน  และคงจะไขข้อข้องใจให้กับประชาชนได้ในเร็วๆนี้

ต่อมาได้รับการเปิดเผยจาก นายศิริวโรจน์ ปิยะรัตนเสรี อายุ 48 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านอ้อ ต.แม่กั๊วะ อ.สบปราบ เปิดเผยว่า  เมื่อครั้งที่ตนยังดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส อยู่ก็ได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากคนๆหนึ่งทางส่วนกลาง สอบถามเข้ามาว่าต้องการงบประมาณมาบูรณะวัดไหม ซึ่งตอนนั้นวิหารวัดกำลังก่อสร้างอยู่ได้ 70 เปอร์เซ็นต์ อยากทำให้เสร็จจึงตอบไปว่าอยากได้ เขาจึงให้ทำโครงการเสนอเข้าไป โดยมีการส่งเอกสารกันทางไปรษณีย์และติดต่อกันทางโทรศัพท์ ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน และไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร  จากนั้นก็มีการติดต่อกลับมาพร้อมแจ้งยอดงบประมาณให้ทราบว่าจะได้งบเท่านี้  เมื่อตกลงก็มีการโอนเงินมาให้ รวมทั้งหมด 3 ครั้ง โดย 2 ครั้งแรก เงินไม่เยอะมากจึงไม่ได้ทอนเงินคืน และครั้งที่ 3 มีการโอนมามากกว่าครั้งอื่น แต่ก็อยู่ในหลักแสน  เขาให้เลขบัญชีธนาคารมาจึงโอนเงินคืนไปให้ตามจำนวนที่เขาบอก ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องขึ้นมา  ส่วนเงินที่ได้รับมาทุกบาททุกสตางค์ก็เอามาสร้างวิหารจริงๆ  ซึ่งการรับเงินของวัดอื่นๆก็จะทำในลักษณะนี้เช่นกัน

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1133 วันที่ 16 -22 มิถุนายน 2560)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support